THAI LAND

The new Cayenne ปอร์เช่ suv พร้อมขุมพลัง E-performance เสริมทางเลือกสุดพิเศษด้วยรุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด

Porsche ขยายระบบส่งกำลังไฮบริด ต่อยอดจากสมรรถนะที่เหนือกว่าสำหรับรถ SUV สุดหรู: Porsche Cayenne E-Hybrid . รุ่นล่าสุด (Porsche Cayenne E-Hybrid ใหม่) ผสมผสานการควบคุมแบบสปอร์ต รวมประสิทธิภาพสูงสุดด้วยราคาขาย 7.5 ล้านบาท

อริยทัศน์ เฉลิมพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกค้าได้จองรถ Porsche Cayenne e-Hybrid จำนวน 270 คันภายในสิ้นปีนี้ ไม่เกิน 80 คัน ตั้งเป้าทั้งปีส่งมอบรถทุกรุ่น 500 คัน จำนวนการจองในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาคือ 730 หน่วย และภายในสิ้นปีนี้ Porsche Macan จะเปิดตัวในงาน Motor Expo ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น “เดือน 7-8 ยอดขายลดลงจากเป้าหมายการขาย 30 คันต่อเดือนเป็นมากกว่า 20 คันหรือลดลง 30% ซึ่งตลาดโดยรวมลดลง 10% เรามียอดขายต่ำกว่าท้องตลาด แต่ด้วย Porsche Cayenne e-Hybrid จะช่วยให้ยอดขายในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม สามารถขายได้มากกว่า 50 คันต่อเดือน”

สำหรับ Porsche Cayenne E-Hybrid ใหม่ เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) เพื่อให้มีกำลังสูงสุดโดยรวมที่มากขึ้น 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร พร้อมยกสปอร์ต SUV พาย ทะยานไร้ขีดจำกัดทันทีที่เหยียบคันเร่ง ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบของซูเปอร์สปอร์ตคาร์อย่างปอร์เช่ 918 Spyder ปลั๊กอินไฮบริดของ Cayenne สามารถเร่งความเร็วได้ จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 5.0 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 253 กม./ชม. ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ สามารถเดินทางได้ 441) กม. และความเร็วสูงสุด 135 กม./ชม. เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่วัดโดยมาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) ตามขนาดยางคือ 29.4 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2 ลิตรต่อ 100 กม. อัตราการใช้ไฟฟ้า 20.9 – 20.6 kWh ต่อระยะทาง 100 กม. นอกจากการเปิดตัว Cayenne E-Hybrid แล้ว ปอร์เช่ยังได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่หลากหลายสำหรับ Cayenne ทุกรุ่น เช่น จอภาพบนกระจกหน้า ดีไซน์ใหม่ เบาะนวดไฟฟ้าและล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

ชาร์จผ่านระบบ แอพ Porsche Connect และ บริการชาร์จรถปอร์เช่

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งใน Porsche Cayenne E-Hybrid ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มความจุในการจัดเก็บพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในแง่ของระยะการเดินทางและการสำรองพลังงานเมื่อ
ต้องการการเร่งความเร็ว: เมื่อเทียบกับ Cayenne รุ่นก่อน ความจุของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 kWh หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 แบตเตอรี่ถูกระบายความร้อนด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวซึ่งติดตั้งอย่างหนาแน่นบนพื้นส่วนท้ายของตัวรถ ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 โมดูล ภายในแต่ละโมดูลมีเซลล์ลิเธียมไอออนแท่งปริซึม 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มความจุด้วยแรงดันไฟฟ้า 7.8 ชั่วโมง 230 โวลต์ผ่านสายเชื่อมต่อกระแสไฟ 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้เครื่องชาร์จแบบพิเศษออนบอร์ด 7.2 กิโลวัตต์พร้อมแรงดันไฟฟ้า 230 โวลต์ผ่านสายต่อขนาด32 แอมป์แทนระบบชาร์จมาตรฐาน 3.6 kW แบตเตอรี่จะชาร์จเต็มในเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมง



สามารถควบคุมและตรวจสอบกระบวนการชาร์จได้ผ่านระบบสื่อสารของปอร์เช่
การจัดการการสื่อสาร (PCM) และระบบปรับอากาศสามารถทำได้สะดวกจากแอพ Porsche Connect ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดอุณหภูมิในขณะที่ปิดสวิตช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและท่านสามารถเลือกเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของท่านได้ตามต้องการ Porsche Connect ยังรองรับการค้นหาและสถานีชาร์จหน้าจอ ตำแหน่งของสถานียังถูกบันทึกไปยังปลายทางของระบบนำทางด้วยดาวเทียม สถานีชาร์จพลังงานสาธารณะได้อย่างอิสระ ค่าบริการจะถูกส่งไปยังผู้ใช้โดยตรงผ่านบัญชี Porsche ID โดยไม่จำเป็นต้อง ไม่มีการลงทะเบียนเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่น

ระบบขับเคลื่อนลูกผสม และเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ ทิปโทรนิค เอส ใหม่ล่าสุด

Porsche ออกแบบและสร้างระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ Cayenne E-Hybrid ระบบขับเคลื่อนไฮบริดใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมคลัตช์อิสระ ระบบเครื่องกลไฟฟ้าที่แตกต่างจากระบบ อุปกรณ์กระตุ้นไฟฟ้าไฮดรอลิกและสปินเดิลในรุ่นก่อนหน้านี้ให้อัตรา การตอบสนองเร็วขึ้นและเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนระบบส่งกำลังนั้นมีเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S. ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับ Porsche Cayenne (Porsche Cayenne) โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ชุดนี้ไม่ได้มีแต่ความนุ่มอย่างเดียว แต่ยังสามารถปรับอัตราส่วนได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น ขณะเปลี่ยนจังหวะ

แน่นหนาด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งหมดขับเคลื่อนล้อ ด้วยประสิทธิภาพการลากสูงสุด 3.5 ตัน

ต้องขอบคุณ Porsche Traction Management (PTM) ระบบขับเคลื่อนทุกล้อของ Cayenne E-Hybrid ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน multiplate ที่ควบคุมด้วยแผนที่ คลัตช์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ทุกประเภทการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบสปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการความเสถียร เสถียรภาพ หรือแม้แต่การขับในภูมิประเทศแบบออฟโรด Cayenne E-Hybrid รองรับและระงับ มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตแท้ๆ อย่างที่เคยมีมาใน Porsche Cayenne ทุกรุ่น ติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของ Porsche Active Suspension Management (PASM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์พิเศษได้หลากหลาย เช่น Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบกันโคลง และระบบลากพ่วงที่รับน้ำหนักได้มากถึง 3.5 ตัน

อุปกรณ์พิเศษครบครัน หน้าจอแสดงผล ศีรษะขึ้นแสดง และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา 22 นิ้ว

นอกจากการเปิดตัว Cayenne E-Hybrid แล้ว Porsche ยังได้จัดทำระบบช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย นวัตกรรมด้านการขับขี่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยสำหรับ Cayennes ทั้งหมดถือเป็นครั้งแรกของ Porsche สำหรับ head-up display แบบใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของรถไปจนถึงระดับสายตาคนขับโดยตรงในรูปแบบของหน้าจอสี อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Cayenne เป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ดิจิตอลอัจฉริยะของ Porsche InnoDrive พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า, เบาะนวด, ไล่ฝ้า, อุ่นกระจกหน้า ระบบทำความร้อนช่องแยกควบคุมโดยอิสระด้วยรีโมทและล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสองที่นี่
มาร่วมแบ่งปันความคิดของคุณในฟอรัม Autospinn ที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

The new Cayenne ปอร์เช่ suv พร้อมขุมพลัง E-performance เสริมทางเลือกสุดพิเศษด้วยรุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด
#Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด
[rule_3_plain] #Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด

ปอร์เช่เสริมทัพขุมพลังขับเคลื่อนไฮบริด ต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรม SUV สุดหรู: ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด พร้อมราคาจัดจำหน่าย 7.5 ล้านบาท

อริย์ธัช เฉลิมพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีลูกค้าจองรถปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด 270 คัน โดยในสิ้นปีนี้จะทยอยส่งมอบรถได้ไม่เกิน 80 คัน ขณะที่ทั้งปีตั้งเป้าส่งมอบรถทุกรุ่นที่มีให้ได้ 500 คัน สำหรับยอดจองในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 730 คัน และในสิ้นปีนี้จะเปิดตัวปอร์เช่ มาคันน์ ในงานมอเตอร์เอ็กซโป ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น”ยอดขายเดือน 7-8 ลดลงจากเป้าที่จะขายให้ได้เดือนละ 30 คัน เหลือ 20 กว่าคัน หรือลดลง 30% ซึ่งตลาดรวมยอดลดลง 10% เรายอดขายต่ำกว่าตลาด แต่เมื่อมีปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด จะช่วยให้ยอดขายเดือนก.ย.-ธ.ค. ขายได้เพิ่มเป็นเดือนละ 50 คัน”

สำหรับThe new Porsche Cayenne E-Hybrid เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร พร้อมนำพายนตรกรรมสปอร์ต SUV พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ทันทีที่เหยียบคันเร่ง; ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche  918 Spyder) คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Cayenne plug-in hybrid) สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่(The new Cayenne E-Hybrid) สามารถเดินทางได้ 441) กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

              อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตาม มาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4 – 31.2 กิโลเมตร ต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2  ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกจากการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ยังได้เพิ่มเติม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอ แสดงข้อมูล head-up display แบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

 

ชาร์จพลังงานผ่านระบบ Porsche Connect app และ Porsche Charging Service

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งในปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่ม ความจุในการเก็บสะสมพลังงาน เสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่
ต้องการอัตราเร่ง: เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายใน แต่ละโมดูล คือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

กระบวนการชาร์จพลังงานสามารถควบคุมและตรวจสอบสภาวะการทำงานผ่านระบบติดต่อสื่อสาร Porsche
Communication Management (PCM) พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศอย่างสะดวกสบายจาก Porsche Connect app ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือลดอุณหภูมิในขณะปิดสวิทช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและ สามารถเลือกเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือได้ตามต้องการ นอกจากนี้ระบบ Porsche Connect ยังรองรับการค้นหาและ คัดกรองสถานีชาร์จพลังงาน รวมทั้งบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของสถานีลงในจุดหมายของระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบ เครือข่ายการให้บริการ Porsche Charging Service ใหม่ล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึง สถานีบริการชาร์จพลังงาน สาธารณะได้โดยอิสระ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการจะถูกส่งตรงมายังผู้ใช้งานผ่าน Porsche ID nick โดยไม่จำเป็นต้อง ลงทะเบียนใช้งานเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่นแต่อย่างใด

 

ระบบขับเคลื่อนไฮบริด และเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Tiptronic S ใหม่ล่าสุด

ปอร์เช่ ออกแบบและสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตรา การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น ขณะเปลี่ยนจังหวะ

หนึบแน่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมสมรรถนะการลากจูงสูงสุดกว่า 3.5 ตัน

ด้วยการทำงานของระบบ Porsche Traction Management (PTM) ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์ map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพ ในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ offroad ต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วง ล่างของ คาเยนน์ ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตพันธุ์แท้ เฉกเช่นกับที่เคยเป็นมาใน ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ทุกเจเนอเรชั่น ระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบ roll stabilisation และระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถ รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน

จัดเต็มอุปกรณ์พิเศษ: หน้าจอแสดงผล head-up display และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว

พร้อมกับการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ได้บรรจงเพิ่มเติมระบบช่วยเหลือ การขับขี่และนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำยุคมากมายหลายรายการ สำหรับ คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น นับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์ พิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์ (Cayenne) เป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDrive พร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seats ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreen ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่ง อิสระควบคุมด้วยรีโมท และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn ที่นี่

#Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด
[rule_2_plain] #Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด
[rule_2_plain] #Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด
[rule_3_plain]

#Cayenne #ปอรเช #suv #พรอมขมพลง #Eperformance #เสรมทางเลอกสดพเศษดวยรนปลกอน #ไฮบรด

ปอร์เช่เสริมทัพขุมพลังขับเคลื่อนไฮบริด ต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรม SUV สุดหรู: ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด พร้อมราคาจัดจำหน่าย 7.5 ล้านบาท

อริย์ธัช เฉลิมพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีลูกค้าจองรถปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด 270 คัน โดยในสิ้นปีนี้จะทยอยส่งมอบรถได้ไม่เกิน 80 คัน ขณะที่ทั้งปีตั้งเป้าส่งมอบรถทุกรุ่นที่มีให้ได้ 500 คัน สำหรับยอดจองในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 730 คัน และในสิ้นปีนี้จะเปิดตัวปอร์เช่ มาคันน์ ในงานมอเตอร์เอ็กซโป ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น”ยอดขายเดือน 7-8 ลดลงจากเป้าที่จะขายให้ได้เดือนละ 30 คัน เหลือ 20 กว่าคัน หรือลดลง 30% ซึ่งตลาดรวมยอดลดลง 10% เรายอดขายต่ำกว่าตลาด แต่เมื่อมีปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด จะช่วยให้ยอดขายเดือนก.ย.-ธ.ค. ขายได้เพิ่มเป็นเดือนละ 50 คัน”

สำหรับThe new Porsche Cayenne E-Hybrid เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340 แรงม้า/250 กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136 แรงม้า/100 กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร พร้อมนำพายนตรกรรมสปอร์ต SUV พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ทันทีที่เหยียบคันเร่ง; ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche  918 Spyder) คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Cayenne plug-in hybrid) สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่(The new Cayenne E-Hybrid) สามารถเดินทางได้ 441) กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

              อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตาม มาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC) โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4 – 31.2 กิโลเมตร ต่อลิตร หรือ 3.4 – 3.2  ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกจากการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ยังได้เพิ่มเติม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอ แสดงข้อมูล head-up display แบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว

 

ชาร์จพลังงานผ่านระบบ Porsche Connect app และ Porsche Charging Service

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งในปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่ม ความจุในการเก็บสะสมพลังงาน เสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่
ต้องการอัตราเร่ง: เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายใน แต่ละโมดูล คือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

กระบวนการชาร์จพลังงานสามารถควบคุมและตรวจสอบสภาวะการทำงานผ่านระบบติดต่อสื่อสาร Porsche
Communication Management (PCM) พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศอย่างสะดวกสบายจาก Porsche Connect app ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือลดอุณหภูมิในขณะปิดสวิทช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและ สามารถเลือกเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือได้ตามต้องการ นอกจากนี้ระบบ Porsche Connect ยังรองรับการค้นหาและ คัดกรองสถานีชาร์จพลังงาน รวมทั้งบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของสถานีลงในจุดหมายของระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบ เครือข่ายการให้บริการ Porsche Charging Service ใหม่ล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึง สถานีบริการชาร์จพลังงาน สาธารณะได้โดยอิสระ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการจะถูกส่งตรงมายังผู้ใช้งานผ่าน Porsche ID nick โดยไม่จำเป็นต้อง ลงทะเบียนใช้งานเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่นแต่อย่างใด

 

ระบบขับเคลื่อนไฮบริด และเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Tiptronic S ใหม่ล่าสุด

ปอร์เช่ ออกแบบและสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริด ประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตรา การตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้น ขณะเปลี่ยนจังหวะ

หนึบแน่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive พร้อมสมรรถนะการลากจูงสูงสุดกว่า 3.5 ตัน

ด้วยการทำงานของระบบ Porsche Traction Management (PTM) ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์ map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพ ในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ offroad ต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วง ล่างของ คาเยนน์ ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตพันธุ์แท้ เฉกเช่นกับที่เคยเป็นมาใน ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ทุกเจเนอเรชั่น ระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบ roll stabilisation และระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถ รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน

จัดเต็มอุปกรณ์พิเศษ: หน้าจอแสดงผล head-up display และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว

พร้อมกับการเปิดตัว คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) ปอร์เช่ได้บรรจงเพิ่มเติมระบบช่วยเหลือ การขับขี่และนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำยุคมากมายหลายรายการ สำหรับ คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น นับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์ พิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์ (Cayenne) เป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDrive พร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seats ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreen ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่ง อิสระควบคุมด้วยรีโมท และล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn ที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button