THAI LAND

Rolls-Royce เปิดตัว Black Badge Cullinan เครื่องยนต์เบนซิน V12

โรลส์-รอยซ์เปิดตัว ‘แบล็ก แบดจ์ คัลลิแนน’ เครื่องยนต์เบนซิน V12 ระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการปรับปรุง คอลเลกชันสั่งพิเศษ หุ้มด้วยหนังแท้สีเหลือง Forge พร้อมแผงวีเนียร์คาร์บอนทางเทคนิค


แบล็ก แบดจ์ คัลลิแนน เครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 6.75 ลิตร 592 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร ซึ่งเหนือชั้นกว่าระบบขับเคลื่อนที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในคอลเลกชันสั่งทำพิเศษ หุ้มด้วยหนังสีเหลือง Forge Yellow อันโดดเด่น แผงวีเนียร์คาร์บอนที่สะดุดตาด้วยเทคนิคทางเทคนิค ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษแบบใหม่ การออกแบบสัญลักษณ์ของ Black Badge อันเป็นเอกลักษณ์ Infinity without Limits ถ่ายทอดบุคลิกอันละเอียดอ่อนของโรลส์-รอยซ์สำหรับการเปิดตัวแบล็ก แบดจ์ ราชาแห่งราตรีที่สง่างามและลึกซึ้งที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรลส์-รอยซ์

ภายนอกของ Black Badge Cullinan: The King of the Night ลูกค้าสามารถเลือกโทนสีได้มากถึง 44,000 สี หรือจะสั่งผลิตเป็นสีผสมและดีไซน์ใหม่ก็ได้โดยเฉพาะ แต่คาดการณ์ได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกใช้สีดำที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Black Badge โดยใช้การพ่นแบบละเอียดหลายชั้น และการขัดด้วยมือ 10 ครั้งที่ Home of Rolls-Royce ใน Goodwood, West Sussex ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการสีที่พิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้านหน้ารถเป็นที่ที่เอกลักษณ์ของ Black Badge ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Spirit of Ecstasy ซึ่งครั้งนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยโครเมียมสีดำมันวาว และเป็นครั้งแรกที่ฐานของนางฟ้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุชนิดเดียวกัน ส่งผลให้ Black Badge เคร่งขรึมที่สุด

การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบนี้ ได้ถูกโอนไปยังสัญลักษณ์ Black Badge อื่นๆ เช่น โลโก้ ‘RR’ ที่ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังที่เปลี่ยนเป็นแถบสีเงินบนพื้นหลังสีดำ ขณะที่พื้นผิวโครเมียม เช่น กระจังหน้า กรอบหน้าต่าง มือจับประตูหลัง บริเวณเหนือประตูหลัง กรอบช่องรับอากาศด้านล่างและท่อไอเสียพ่นสีเข้ม กระจังหน้าของรถถึงแม้จะเป็นสีดำ แต่ยังคงความเงางาม ทำให้โดดเด่นด้วยกรอบสีดำโดยรอบ



ผลงานโดยรวมของการออกแบบ ช่วยเสริมการออกแบบภายนอกให้ดูโดดเด่น เน้นสัดส่วนที่โอ่อ่า ดูมีสง่า และดูโฉบเฉี่ยวอย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังเสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้วแบบใหม่ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Black Badge ผสานสัญลักษณ์อินฟินิตี้อนันต์ สีดำมันเงาและดีไซน์สวยหรู ช่วยขับก้ามปูเบรกสีแดงให้โดดเด่น สีแดงพิเศษนี้สามารถทนความร้อนได้มากกว่า พร้อมคงพื้นผิวสัมผัสที่เรียบเนียนไร้ที่ติ ที่คู่ควรกับแบรนด์โรลส์-รอยซ์

ห้องโดยสารของ Black Badge Cullinan: ที่สุดของความสบาย โดยธรรมชาติแล้ว ความมุ่งมั่นและความพยายามได้รวมอยู่ในการออกแบบ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายและสมรรถนะของเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย ฝ้าเพดาน Starlight Headliner จึงเป็นซิกเนเจอร์ของโรลส์-รอยซ์อีกรุ่นหนึ่ง เช่นเดียวกับ Spirit of Ecstasy, Pantheon และกระจังหน้าแบบโมโน Grams ‘RR’ การตกแต่งฝ้าเพดานดังกล่าวใน Black Badge Cullinan ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ด้วยความแวววาวที่ส่องบนเบาะหนังหรูหรา เพดานทำจากวัสดุหนังสีดำคุณภาพสูง และประกอบด้วยแสงจากเส้นใยแก้วนำแสงทอมือ 1,344 เส้น เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของท้องฟ้ายามค่ำคืน และยังมีเอฟเฟกต์ดาวตกสีขาว 8 แบบที่พุ่งทะลุเพดานไปในทิศทางที่ต่างกัน รวมถึงพื้นที่เพดานเหนือเบาะนั่งด้านหน้า สะท้อนถึงเสน่ห์ของรถที่เน้นคนขับได้เป็นอย่างดี

สำหรับนักออกแบบของ คัลลิแนน โรลส์-รอยซ์ ได้รังสรรค์สีสันอันโดดเด่นของวัสดุหนังขึ้นมาใหม่ Forge Yellow ถูกเพิ่มเข้าไปในคอลเลกชั่นสั่งทำของแบรนด์ และเช่นเดียวกับสีหนังทั้งหมด Forge Yellow สามารถนำไปใช้กับ Viewing Suite หรือเพื่อเสริมการออกแบบเฉพาะของ Recreation Module ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
องค์ประกอบสุดท้ายที่เติมเต็มห้องโดยสารคือสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ที่ปักบนที่วางแขนพับเบาะหลัง

กุญแจสำคัญของ Black Badge Cullinan คือสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา) สถาปัตยกรรมโครงสร้างอะลูมิเนียมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโรลส์-รอยซ์ เปิดตัวพร้อมกับนิว แฟนธอม เฟรมอะลูมิเนียม ไม่เพียงแต่ให้ความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อกับตัวถังเท่านั้น แต่ความยืดหยุ่นทำให้ Cullinan รองรับ 4WD และ 4WD แบบถาวรในรุ่นปกติ ได้รับการดัดแปลงและสร้างใหม่สำหรับ Black Badge โดยที่ยังคงคุณภาพการขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้

สถาปัตยกรรมของความหรูหราได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับข้อจำกัดทั้งในด้านขนาดและน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนต่างๆ เมื่อคนขับกดปุ่ม ‘ต่ำ’ ในเกียร์ คุณจะเพลิดเพลินกับเทคโนโลยี Black Badge Cullinan อย่างเต็มที่ จากการปรับปรุงเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ 6.75 ลิตร ผ่านระบบไอเสียใหม่ ที่ประกาศการมาถึงของ Black Badge Cullinan ด้วยเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลัง

Black Badge Cullinan ยังได้รับอิทธิพลจากระบบส่งกำลังที่พุ่งทะยานอย่างทรงพลังและการปรับแต่งคันเร่ง โดยคงไว้ซึ่งประสบการณ์การขับขี่บนพรมวิเศษราวกับรถยนต์ รุ่นอื่นๆ ของโรลส์-รอยซ์ ระบบขับเคลื่อน: กระปุกเกียร์ ZF 8 สปีด และเพลาหน้าและหลัง ทำงานร่วมกันเพื่อปรับระดับการทำงานตามมุมของคันเร่งและพวงมาลัย การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าและส่วนประกอบของระบบกันสะเทือน เป็นเทคโนโลยีเพิ่มเติมที่ช่วยรักษาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการขับเคลื่อนและความนุ่มนวล เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ ระยะคันเหยียบถูกปรับให้กระทัดรัดยิ่งขึ้น ด้วยจานเบรกที่ออกแบบมาให้ทนต่อความร้อนสูง แบล็ก แบดจ์ คัลลิแนน เปิดให้จองได้แล้ววันนี้
ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

Rolls-Royce เปิดตัว Black Badge Cullinan เครื่องยนต์เบนซิน V12
#RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12
[rule_3_plain] #RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12

โรลส์-รอยซ์ เปิดตัว ‘แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน’ เครื่องยนต์เบนซิน วี12 ระบบขับเคลื่อนปรับปรุงใหม่ คอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษ ตกแต่งด้วยหนังแท้สีเหลือง Forge Yellow พร้อมแผงวีเนียร์เทคนิคัลคาร์บอน

 

Black Badge Cullinan เครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 6.75 ลิตร 592 แรงม้า พร้อมแรงบิด 900 นิวตันเมตร  ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อนปรับปรุงใหม่ ให้มีประสิทธิภาพเหนือชั้น คอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษ ตกแต่งด้วยหนังแท้สีเหลือง ฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) อันโดดเด่น สะดุดตา พร้อมแผงวีเนียร์เทคนิคัลคาร์บอน ล้อแม็ก Bespoke ลายใหม่ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ แบล็ค แบดจ์ สัญลักษณ์อินฟินิตี ไร้ขีดจำกัด ถ่ายทอดตัวตนที่สุขุมลุ่มลึกของ โรลส์-รอยซ์ สำหรับการเปิดตัวแบล็ค แบดจ์ ที่ดูองอาจและลุ่มลึกที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ในนามราชันย์แห่งรัตติกาล

ภายนอกของแบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน: ราชันย์แห่งรัตติกาล (The King of the Night) ลูกค้าสามารถเลือกสีได้มากถึง 44,000 เฉดสี ที่ตรียมไว้ให้ หรือสั่งผลิตเฉดสีที่ผสมและออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะก็ได้ แต่กลับเป็นที่คาดเดาได้ว่า ลูกค้าส่วนมากจะเลือกสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของ แบล็ค แบดจ์ โดยใช้การพ่นอย่างประณีตหลายชั้น และขัดด้วยมือถึง 10 รอบ ณ Home of Rolls-Royce ในกู้ดวูด เวสต์ ซัสเซ็กซ์ ได้สะท้อนถึงกระบวนการทำสีที่พิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

ด้านหน้ารถเป็นจุดที่อัตลักษณ์แห่ง แบล็ค แบดจ์ ได้ตั้งอยู่อย่างสง่างาม คือ สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี ซึ่งครั้งนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยโครเมียมรมดำเคลือบผิวไฮกลอส และนับเป็นครั้งแรกที่ฐานของนางฟ้าก็ถูกแต่งด้วยวัสดุเดียวกัน ทำให้เกิดเป็น แบล็ค แบดจ์ ที่เคร่งขรึมที่สุด

การแปลงโฉมในรูปแบบนี้ ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสัญลักษณ์อื่นๆ ของแบล็ค แบดจ์ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ‘RR’ บริเวณส่วนหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง  ที่ถูกเปลี่ยนเป็นลายเส้นสีเงินบนพื้นดำ ขณะที่พื้นผิวโครเมียม เช่นกรอบกระจังหน้า กรอบหน้าต่าง มือจับเปิดประตูหลังรถ บริเวณเหนือประตูหลังรถ กรอบช่องดักอากาศด้านล่าง และท่อไอเสียถูกพ่นด้วยสีเข้ม ส่วนกระจังหน้ารถแม้จะเป็นสีดำ แต่ยังคงความเงางาม ทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยกรอบสีดำโดยรอบ 

ผลลัพธ์โดยรวมของการออกแบบ ช่วยเสริมให้ดีไซน์ภายนอกดูโดดเด่น เน้นสัดส่วนที่ดูโอ่อ่า ภูมิฐาน และภาพลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวมั่นใจ สิ่งนี้ยังถูกเสริมด้วยล้อแม็กลายใหม่ขอบ 22 นิ้ว อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ แบล็ค แบดจ์ รูปลักษณ์ที่คล้ายเฟืองสะท้อนพละกำลังมหาศาล ผสานสัญลักษณ์อินฟินิตี้ที่ไร้จุดสิ้นสุด สีดำเงาและการออกแบบที่ประณีต ช่วยขับคาลิเปอร์เบรกสีแดงให้โดดเด่น ซึ่งสีแดงแบบพิเศษนี้สามารถทนความร้อนได้มากขึ้น ขณะที่ยังคงพื้นผิวสัมผัสที่ราบเรียบอย่างไร้ที่ติ อันคู่ควรแก่แบรนด์ โรลส์-รอยซ์

ห้องโดยสารของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน: ที่สุดแห่งความสะดวกสบาย โดยปกติแล้ว ความมุ่งมั่นและความพยายามได้ถูกทุ่มเทลงไปในการออกแบบ เพื่อให้ผู้โดยสารสัมผัสถึงความสะดวกสบายและแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของเครื่องยนต์ เพดาน Starlight Headliner ลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของ โรลส์-รอยซ์ เช่นเดียวกันกับสัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี, กระจังหน้าแบบ Pantheon และโมโนแกรม ’RR’ การตกแต่งเพดานด้วยเทคนิคดังกล่าวใน แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ด้วยแสงเรืองรองที่ส่องลงบนเบาะหนังสุดหรู เพดานที่ผลิตด้วยวัสดุหนังสีดำคุณภาพสูง และประกอบด้วยแสงสว่างจากเส้นไยไฟเบอร์ออฟติกถักทอด้วยมือจำนวน 1,344 จุด เป็นเสมือนภาพสะท้อนของท้องฟ้ายามราตรี และยังมีลูกเล่นดาวตกสีขาวจำนวน 8 ดวง ที่พุ่งผ่านเพดานหลากทิศทาง รวมถึงบริเวณเพดานเหนือที่นั่งด้านหน้า สะท้อนถึงเสน่ห์ของยนตรกรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคัลลิแนน ทีมนักออกแบบทีมของ โรลส์-รอยซ์ ได้สร้างสีสันสุดโดดเด่นสำหรับวัสดุหนังขึ้นใหม่ ในชื่อสีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) เพิ่มเข้าไปในคอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษของแบรนด์ และเช่นเดียวกับสีของวัสดุหนังทุกสี สีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) สามารถนำไปใช้กับที่นั่งชมวิว (Viewing Suite) หรือเสริมการออกแบบ Bespoke ของ Recreation Module ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
องค์ประกอบสุดท้ายที่เติมเต็มห้องโดยสาร ได้แก่ สัญลักษณ์อินฟินิตี ที่ถูกปักลงบนที่พักแขนแบบพับได้บริเวณเบาะหลัง 

กุญแจสำคัญของแบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ได้แก่สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury)  สถาปัตยกรรมโครงสร้างอลูมิเนียมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโรลส์-รอยซ์ที่เปิดตัวพร้อมยนตรกรรมนิวแฟนธอม โครงรถอะลูมิเนียม ไม่เพียงแค่มอบความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อให้กับตัวถัง แต่ความยืดหยุ่นของมัน ทำให้ คัลลิแนน สามารถรองรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อถาวร และเลี้ยว 4 ล้อได้ ในรุ่นปกติ ซึ่งองค์ประกอบอันเปี่ยมประสิทธิภาพเหล่านี้ ได้ถูกปรับและรังสรรค์ขึ้นใหม่สำหรับ แบล็ค แบดจ์ ขณะที่ยังรักษาคุณภาพในการขับที่ไร้เทียมทาน

สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหราได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับข้อจำกัดในแง่ของขนาดและน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เมื่อผู้ขับกดปุ่ม ‘Low’ บนเกียร์ ก็จะสามารถสัมผัสเทคโนโลยีของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ได้อย่างเต็มรูปแบบ จากการเพิ่มขีดความสามารถของเครื่องยนต์ทวิน เทอร์โบ วี12 สูบ 6.75 ลิตร ผ่านระบบไอเสียแบบใหม่ ที่ป่าวประกาศการมาถึงของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ด้วยเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลัง

Black Badge Cullinan ยังได้อิทธิพลจากการปรับแต่งระบบส่งกำลังและลิ้นเร่งแบบ Bespoke ที่พุ่งทะยานอย่างทรงพลัง โดยยังคงประสบการณ์การขับแบบพรมวิเศษ ดังเช่นยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์รุ่นอื่นๆ ระบบขับเคลื่อน กล่องเกียร์ ZF 8 สปีด และเพลาทั้งหน้าหลัง ทำงานร่วมกันเพื่อปรับระดับการทำงานตามองศาของลิ้นเร่งและพวงมาลัย การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าและองค์ประกอบของระบบกันสั่นสะเทือน เป็นเทคโนโลยีเพิ่มเติมซึ่งช่วยรักษาความสมดุลให้เหมาะสมระหว่างแรงขับเคลื่อนและความนุ่มนวล เพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้ผู้ขับ ระยะแป้นเหยียบถูกปรับให้กระชับขึ้น พร้อมจานเบรกที่ออกแบบให้ทนความร้อนได้สูงเป็นพิเศษ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน เปิดให้จองแล้ววันนี้
เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12
[rule_2_plain] #RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12
[rule_2_plain] #RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12
[rule_3_plain]

#RollsRoyce #เปดตว #Black #Badge #Cullinan #เครองยนตเบนซน #V12

โรลส์-รอยซ์ เปิดตัว ‘แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน’ เครื่องยนต์เบนซิน วี12 ระบบขับเคลื่อนปรับปรุงใหม่ คอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษ ตกแต่งด้วยหนังแท้สีเหลือง Forge Yellow พร้อมแผงวีเนียร์เทคนิคัลคาร์บอน

 

Black Badge Cullinan เครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 6.75 ลิตร 592 แรงม้า พร้อมแรงบิด 900 นิวตันเมตร  ที่เหนือกว่าระบบขับเคลื่อนปรับปรุงใหม่ ให้มีประสิทธิภาพเหนือชั้น คอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษ ตกแต่งด้วยหนังแท้สีเหลือง ฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) อันโดดเด่น สะดุดตา พร้อมแผงวีเนียร์เทคนิคัลคาร์บอน ล้อแม็ก Bespoke ลายใหม่ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ แบล็ค แบดจ์ สัญลักษณ์อินฟินิตี ไร้ขีดจำกัด ถ่ายทอดตัวตนที่สุขุมลุ่มลึกของ โรลส์-รอยซ์ สำหรับการเปิดตัวแบล็ค แบดจ์ ที่ดูองอาจและลุ่มลึกที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ในนามราชันย์แห่งรัตติกาล

ภายนอกของแบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน: ราชันย์แห่งรัตติกาล (The King of the Night) ลูกค้าสามารถเลือกสีได้มากถึง 44,000 เฉดสี ที่ตรียมไว้ให้ หรือสั่งผลิตเฉดสีที่ผสมและออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะก็ได้ แต่กลับเป็นที่คาดเดาได้ว่า ลูกค้าส่วนมากจะเลือกสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของ แบล็ค แบดจ์ โดยใช้การพ่นอย่างประณีตหลายชั้น และขัดด้วยมือถึง 10 รอบ ณ Home of Rolls-Royce ในกู้ดวูด เวสต์ ซัสเซ็กซ์ ได้สะท้อนถึงกระบวนการทำสีที่พิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

ด้านหน้ารถเป็นจุดที่อัตลักษณ์แห่ง แบล็ค แบดจ์ ได้ตั้งอยู่อย่างสง่างาม คือ สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี ซึ่งครั้งนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยโครเมียมรมดำเคลือบผิวไฮกลอส และนับเป็นครั้งแรกที่ฐานของนางฟ้าก็ถูกแต่งด้วยวัสดุเดียวกัน ทำให้เกิดเป็น แบล็ค แบดจ์ ที่เคร่งขรึมที่สุด

การแปลงโฉมในรูปแบบนี้ ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสัญลักษณ์อื่นๆ ของแบล็ค แบดจ์ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ‘RR’ บริเวณส่วนหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง  ที่ถูกเปลี่ยนเป็นลายเส้นสีเงินบนพื้นดำ ขณะที่พื้นผิวโครเมียม เช่นกรอบกระจังหน้า กรอบหน้าต่าง มือจับเปิดประตูหลังรถ บริเวณเหนือประตูหลังรถ กรอบช่องดักอากาศด้านล่าง และท่อไอเสียถูกพ่นด้วยสีเข้ม ส่วนกระจังหน้ารถแม้จะเป็นสีดำ แต่ยังคงความเงางาม ทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยกรอบสีดำโดยรอบ 

ผลลัพธ์โดยรวมของการออกแบบ ช่วยเสริมให้ดีไซน์ภายนอกดูโดดเด่น เน้นสัดส่วนที่ดูโอ่อ่า ภูมิฐาน และภาพลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวมั่นใจ สิ่งนี้ยังถูกเสริมด้วยล้อแม็กลายใหม่ขอบ 22 นิ้ว อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ แบล็ค แบดจ์ รูปลักษณ์ที่คล้ายเฟืองสะท้อนพละกำลังมหาศาล ผสานสัญลักษณ์อินฟินิตี้ที่ไร้จุดสิ้นสุด สีดำเงาและการออกแบบที่ประณีต ช่วยขับคาลิเปอร์เบรกสีแดงให้โดดเด่น ซึ่งสีแดงแบบพิเศษนี้สามารถทนความร้อนได้มากขึ้น ขณะที่ยังคงพื้นผิวสัมผัสที่ราบเรียบอย่างไร้ที่ติ อันคู่ควรแก่แบรนด์ โรลส์-รอยซ์

ห้องโดยสารของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน: ที่สุดแห่งความสะดวกสบาย โดยปกติแล้ว ความมุ่งมั่นและความพยายามได้ถูกทุ่มเทลงไปในการออกแบบ เพื่อให้ผู้โดยสารสัมผัสถึงความสะดวกสบายและแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของเครื่องยนต์ เพดาน Starlight Headliner ลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของ โรลส์-รอยซ์ เช่นเดียวกันกับสัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี, กระจังหน้าแบบ Pantheon และโมโนแกรม ’RR’ การตกแต่งเพดานด้วยเทคนิคดังกล่าวใน แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ด้วยแสงเรืองรองที่ส่องลงบนเบาะหนังสุดหรู เพดานที่ผลิตด้วยวัสดุหนังสีดำคุณภาพสูง และประกอบด้วยแสงสว่างจากเส้นไยไฟเบอร์ออฟติกถักทอด้วยมือจำนวน 1,344 จุด เป็นเสมือนภาพสะท้อนของท้องฟ้ายามราตรี และยังมีลูกเล่นดาวตกสีขาวจำนวน 8 ดวง ที่พุ่งผ่านเพดานหลากทิศทาง รวมถึงบริเวณเพดานเหนือที่นั่งด้านหน้า สะท้อนถึงเสน่ห์ของยนตรกรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคัลลิแนน ทีมนักออกแบบทีมของ โรลส์-รอยซ์ ได้สร้างสีสันสุดโดดเด่นสำหรับวัสดุหนังขึ้นใหม่ ในชื่อสีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) เพิ่มเข้าไปในคอลเลกชันสั่งผลิตพิเศษของแบรนด์ และเช่นเดียวกับสีของวัสดุหนังทุกสี สีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) สามารถนำไปใช้กับที่นั่งชมวิว (Viewing Suite) หรือเสริมการออกแบบ Bespoke ของ Recreation Module ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
องค์ประกอบสุดท้ายที่เติมเต็มห้องโดยสาร ได้แก่ สัญลักษณ์อินฟินิตี ที่ถูกปักลงบนที่พักแขนแบบพับได้บริเวณเบาะหลัง 

กุญแจสำคัญของแบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ได้แก่สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury)  สถาปัตยกรรมโครงสร้างอลูมิเนียมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโรลส์-รอยซ์ที่เปิดตัวพร้อมยนตรกรรมนิวแฟนธอม โครงรถอะลูมิเนียม ไม่เพียงแค่มอบความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อให้กับตัวถัง แต่ความยืดหยุ่นของมัน ทำให้ คัลลิแนน สามารถรองรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อถาวร และเลี้ยว 4 ล้อได้ ในรุ่นปกติ ซึ่งองค์ประกอบอันเปี่ยมประสิทธิภาพเหล่านี้ ได้ถูกปรับและรังสรรค์ขึ้นใหม่สำหรับ แบล็ค แบดจ์ ขณะที่ยังรักษาคุณภาพในการขับที่ไร้เทียมทาน

สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหราได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับข้อจำกัดในแง่ของขนาดและน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เมื่อผู้ขับกดปุ่ม ‘Low’ บนเกียร์ ก็จะสามารถสัมผัสเทคโนโลยีของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ได้อย่างเต็มรูปแบบ จากการเพิ่มขีดความสามารถของเครื่องยนต์ทวิน เทอร์โบ วี12 สูบ 6.75 ลิตร ผ่านระบบไอเสียแบบใหม่ ที่ป่าวประกาศการมาถึงของ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน ด้วยเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลัง

Black Badge Cullinan ยังได้อิทธิพลจากการปรับแต่งระบบส่งกำลังและลิ้นเร่งแบบ Bespoke ที่พุ่งทะยานอย่างทรงพลัง โดยยังคงประสบการณ์การขับแบบพรมวิเศษ ดังเช่นยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์รุ่นอื่นๆ ระบบขับเคลื่อน กล่องเกียร์ ZF 8 สปีด และเพลาทั้งหน้าหลัง ทำงานร่วมกันเพื่อปรับระดับการทำงานตามองศาของลิ้นเร่งและพวงมาลัย การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าและองค์ประกอบของระบบกันสั่นสะเทือน เป็นเทคโนโลยีเพิ่มเติมซึ่งช่วยรักษาความสมดุลให้เหมาะสมระหว่างแรงขับเคลื่อนและความนุ่มนวล เพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้ผู้ขับ ระยะแป้นเหยียบถูกปรับให้กระชับขึ้น พร้อมจานเบรกที่ออกแบบให้ทนความร้อนได้สูงเป็นพิเศษ แบล็ค แบดจ์ คัลลิแนน เปิดให้จองแล้ววันนี้
เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button