THAI LAND

Porsche Taycan ปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต

ปอร์เช่เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในสามทวีปกับ Taycan


ปอร์เช่ ไทแคน สปอร์ตไฟฟ้าแห่งอนาคต

Porsche Taycan เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างเกียรติยศ ประวัติศาสตร์อันยาวนานสู่โลกอนาคต รถคันนี้เป็นยานพาหนะที่จะนำไปสู่ ​​เรื่องราวความสำเร็จของวันพรุ่งนี้มาถึงแบรนด์ปอร์เช่ในฐานะผู้ผลิตรถสปอร์ตที่น่าตื่นเต้น และปลุกเร้าบรรดาผู้ที่หลงใหลในความเร็วทั่วโลกมานานกว่า 70 ปี

ข้างต้นคือคำกล่าวจาก Oliver Blume ประธานคณะกรรมการบริหารของ Porsche AG ระหว่างงานเปิดตัวที่เบอร์ลินว่า “วันนี้เป็นสัญญาณ แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของเรา”

รุ่นแรกสำหรับการเปิดตัวของ Porsche Taycan ในฐานะรถยนต์รุ่นล่าสุด ได้แก่ Taycan Turbo S และ Porsche Taycan Turbo (Porsche Taycan Turbo) ผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรม แรงขับเคลื่อนอันล้ำสมัยที่ได้รับมาจากรถยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่หรือปอร์เช่ E-Performance นี่คือรถสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตของปอร์เช่ทั่วไป

    Porsche Taycan

ในกรณีของรถสปอร์ตไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่นย่อยอื่นๆ จะถูกทยอยเปิดตัวในเร็วๆ นี้ อีกรุ่นที่จะเพิ่มให้คนรักรถสปอร์ตคือ Porsche Taycan Cross Turismo ซึ่งจะเปิดตัวในปลายปีหน้า ก่อนปี 2022 ปอร์เช่จะลงทุนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า มากกว่า 6 พันล้านยูโร

ปอร์เช่ ไทคาน ครอส ทัวริสโม

สมรรถนะที่โดดเด่นของ Porsche Taycan กับสมรรถนะที่เหนือกว่า

รุ่นเรือธง Taycan Turbo S มีกำลังสูงสุด 761 แรงม้า (560 กิโลวัตต์) เสริมประสิทธิภาพด้วยฟังก์ชันโอเวอร์บูสต์ รวมกับระบบควบคุมการออกตัว ตามด้วยปอร์เช่ เช่น Porsche Taycan Turbo ที่มีกำลังสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์)

สำหรับ Taycan Turbo S จะเร่งความเร็วจากการหยุดนิ่งเป็นความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ในขณะที่ Taycan Turbo ทำได้ใน 3.2 วินาที

ระยะการเดินทางสูงสุดของ Taycan Turbo S คือ 412 กิโลเมตร และ Taycan Turbo อยู่ที่ 450 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ขับเคลื่อนสี่ล้อทั้งสองรุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

tycan turbo s

Porsche Taycan เป็นรถสปอร์ตสำหรับการผลิตคันแรก ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟแรงสูง 800 โวลต์แทนระบบทั่วไปซึ่งมีกำลังไฟฟ้าเพียง 400 โวลต์ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ และนี่คือข้อได้เปรียบหลักประการแรกที่ผู้ขับขี่ของ Taycan ได้รับเมื่อนำรถคันนี้ไปบนท้องถนน

ในเวลาเพียง 5 นาที เครือข่ายการชาร์จพลังงานสูงจะจ่ายไฟให้กับแบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อให้มีระยะทางสูงสุด 100 กม. (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ใช้เวลาเพียง 22.5 นาทีในการชาร์จจากความจุแบตเตอรี่ 5 ถึง 80%, SoC (สถานะการชาร์จ) ภายใต้สภาวะแวดล้อมปกติ และกำลังสูงสุด (สูงสุด) 270 กิโลวัตต์ ประสิทธิภาพความจุโดยรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 93.4 กิโลวัตต์ วัตต์ชั่วโมง

นอกจากนี้ คนขับ Porsche Taycan ยังสามารถชาร์จไฟได้อย่างสบาย ผ่านไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จำนวน 11 กิโลวัตต์ ใช้ในที่พักอาศัยทั่วไป

Tykann ev

Porsche Taycan Turbo S และ Porsche Taycan Turbo พร้อมให้สั่งซื้อแล้ววันนี้ ราคาขายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐาน และภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมปอร์เช่ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส

ดีไซน์ภายนอกสะท้อน DNA ของปอร์เช่

ด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ทำให้ Porsche Taycan พูดกับผู้ชมได้โดยตรง เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ของปอร์เช่ ขณะเดียวกัน รถสปอร์ตคันนี้ยังคงเอกลักษณ์ในการออกแบบ DNA ของปอร์เช่ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เริ่มต้นด้วยมุมมองด้านหน้าที่กว้างและแบนราบ ขนาบข้างด้วยซุ้มล้อที่นูนและสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้คล่องตัว เฉียบคม ด้วยเส้นสายหลังคาที่มีสไตล์ กีฬาที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่องจนสุดทาง ไลน์ลำตัวด้านข้างเต็มไปด้วยบุคลิก มุมมองจากห้องโดยสารที่ชัดเจน ความโค้งของเสา C ผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ท้ายรถที่ตอกย้ำความแกร่ง ความแข็งแกร่ง และพลังที่เป็นสมรรถนะที่รถปอร์เช่ทุกคันมี

สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของ Porsche

เสริมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยรอบคัน เช่น โลโก้ปอร์เช่ โลโก้ปอร์เช่แบบกระจกเงาถูกรวมเข้ากับแถบไฟท้ายด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd ต่ำ 0.22 และแอโรไดนามิกที่ยอดเยี่ยม จากการออกแบบรูปทรงที่เหมาะสม ผลที่ได้คือ อัตราการใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดและระยะเดิน หนทางที่จะก้าวต่อไป

    โลโก้ Porsche แบบกระจก

การออกแบบภายในที่ไม่ซ้ำใครด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารสื่อถึงบรรยากาศการเริ่มต้นยุคใหม่ของยานยนต์แห่งอนาคต สะอาด โปร่งสบาย ด้วยโครงสร้างและสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์รอบแผงหน้าปัดกลมในตำแหน่งบนสุดของคอนโซลหน้า ให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนที่สุดจากสายตาคนขับ คอนโซลกลางมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม วางซ้อนกันด้วยแผงกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์แผงสีดำ สร้างบรรยากาศที่กลมกลืนกับการตกแต่งได้อย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสาร User Interface ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะสำหรับ Porsche Taycan ระบบควบคุมแบบกลไกดั้งเดิม เช่น สวิตช์และปุ่มกด ลดลงอย่างมาก ถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านการสัมผัส หรือฟังค์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงที่พร้อมจะตอบสนองต่อคำสั่งเริ่มต้น “เฮ้ ปอร์เช่”



เฮ้ พอร์ช

สำหรับ Taycan นั้น Porsche ได้นำเสนอมิติใหม่ในการตกแต่งภายในแบบไร้หนังเป็นครั้งแรก ชิ้นส่วนภายในประกอบด้วยวัสดุรีไซเคิลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนารถสปอร์ต พลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืนยาวนานที่เรียกว่า “โรงรถเท้า” – ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ในที่พักเท้าของห้องโดยสารด้านหลัง – เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารสามารถนั่งในที่นั่งได้อย่างสบาย และเบาะนั่งอยู่ในระดับต่ำตามลักษณะของรถสปอร์ตแท้ๆ พื้นที่เก็บสัมภาระมีสองที่: ด้านหน้ามีความจุ 81 ลิตรและด้านหลังมีความจุ 366 ลิตร

ภายในห้องโดยสารของ Porsche Taycan

นวัตกรรมมอเตอร์ขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูง

Porsche Taycan Turbo S และ Taycan Turbo ถือกำเนิดขึ้นเป็นเครื่องจักร ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมถึง 2 ส่วน คือ ขับเคลื่อนล้อหน้า และส่วนที่สองเป็นชุดขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งหมายความว่ารถสปอร์ตคันนี้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทุกล้อ ส่งผลให้มีความเหนือกว่าในแง่ของระยะการเดินทางสูงสุด และความแข็งแรงต่อเนื่อง นี่เป็นข้อได้เปรียบที่เกิดจากการรวมหน่วยขับเคลื่อนสองชุดของเครื่องจักรไฟฟ้าเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น

ระบบส่งกำลังและอินเวอร์เตอร์ที่ควบคุมด้วยพัลส์รวมอยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์ขนาดกะทัดรัดเพียงตัวเดียว แต่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังที่อัดแน่นอยู่ในทุกอณูที่มีความหนาแน่นสูงสุด (กิโลวัตต์ต่อลิตรของพื้นที่อุปกรณ์) เมื่อเทียบกับระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของรถยนต์ในปัจจุบัน อุปกรณ์พิเศษอีกอย่างหนึ่งในมอเตอร์ไฟฟ้าคือ “กิ๊บติดผม” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของขดลวดสเตเตอร์ ทองแดงที่มีอยู่ในสเตเตอร์มากขึ้นจะเพิ่มกำลังและแรงบิด ในขณะที่มีส่วนเหมือนกัน

นวัตกรรมเกียร์สองสปีดที่พัฒนาขึ้นโดยปอร์เช่ มันถูกติดตั้งในหน่วยขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์แรกมีหน้าที่สร้างอัตราเร่ง จากการหยุดนิ่งครั้งใหญ่สู่ Taycan

ด้านคนขับของ Porsche Taycan

ในเกียร์สองมีอัตราส่วนที่ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและรักษาความแข็งแรงทางกายภาพ กำลังสูงสุดสำหรับการออกอากาศอย่างต่อเนื่องแม้ในขณะขับด้วยความเร็วสูง

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ

ระบบแชสซีเครือข่ายจากส่วนกลาง

ระบบควบคุม Porsche 4D-Chassis วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากระบบควบคุมช่วงล่างทั้งหมดแบบเรียลไทม์

นวัตกรรมดังกล่าว ได้แก่ ระบบกันสะเทือน ถุงลมนิรภัยแบบปรับได้ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมอัตโนมัติพร้อมเทคโนโลยี ระบบสามห้องประกอบด้วย PASM (Porsche Active Suspension Management), Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport), เหล็กกันโคลงอัจฉริยะ และ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV) แถม) สูงทั้งระบบพักฟื้นที่ดีเยี่ยม ให้กำลังสูงสุดมากกว่า 265 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

ผลการทดสอบการทำงาน แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแรงเบรกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการขับขี่ปกตินั้นเกิดจากระบบเครื่องกลไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยแทบไม่มีเบรกไฮดรอลิกบนล้อเลย

ขับรถปอร์เช่

โหมดการขับขี่ Porsche Taycan

สามารถเลือกโหมดการขับขี่ต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ตามการออกแบบและการพัฒนาที่ยึดหลักการเดียวกันกับรถสปอร์ตทุกคันจาก Porsche More โดยการปรับพฤติกรรมการตอบสนองให้เหมาะสม พร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ รวม 4 โหมดการขับขี่:

  • ช่วงปกติ”
  • กีฬา
  • สปอร์ตพลัส

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกใช้โหมด “Individual” ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งสไตล์การขับขี่ของตนเองได้

ระบบควบคุม Porsche 4D-Chassis

อัตราการใช้ไฟฟ้าและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่เป็นไปตามขั้นตอนการทดสอบยานพาหนะขนาดเล็ก (WLTP) ล่าสุด

สำหรับค่าการวัดการบริโภคตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุไว้ในบทความนี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับเงื่อนไขการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถเปรียบเทียบกับค่าการวัดปริมาณการใช้ NEDC ที่ได้รับจากวิธีอื่นใดก่อนการทดสอบนี้

การบริโภคพอร์ช

Porsche Taycan Turbo S: การสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 26.9 kWh/100 km; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 g/km

Porsche Taycan Turbo: อัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 26.0 kWh/100 km; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 g/km

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถและมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา Autospinn

หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com

ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ ตรวจสอบราคารถใหม่ที่นี่

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง มาที่นี่ได้ที่ one2car


ข้อมูลมากกว่านี้

Porsche Taycan ปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต
#Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต
[rule_3_plain] #Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต

ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบต่อสาธารณชนอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งแรก พร้อมกัน 3 ทวีปทั่วโลกกับ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan)

ปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) เปรียบได้กับสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างเกียรติ ประวัติอันยาวนานไปสู่โลกอนาคต ยนตกรรมคันนี้คือยานพาหนะที่จะนำพา เรื่องราวแห่งความสำเร็จในวันข้างหน้ามาสู่ แบรนด์ ปอร์เช่ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้น และเร้าอารมณ์บรรดาบุคคลผู้หลงใหลความเร็วทั่ว ทุกมุมโลกมาเป็นระยะเวลากว่า 70 ปี

ข้างต้นคือคำกล่าวจาก Oliver Blume ประธานคณะกรรมการบริหารของ Porsche AG ระหว่างงานเปิดตัวในกรุง Berlin: “วันนี้คือสัญญาณ แห่งการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเรา”

โมเดลแรกสำหรับการเปิดตัวปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ในฐานะยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด คือ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) ผลผลิตจากนวัตกรรม พลังขับเคลื่อนสุดล้ำ ซึ่งได้รับการ ถ่ายทอดจากรถยนตืที่ใช้พลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ หรือ Porsche E-Performance นี่คือรถสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตปกติของปอร์เช่

ในส่วนของรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นย่อยอื่นๆ กำลังจะทยอยเปิดตัวตาม มาในอีกไม่ช้า อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่จะถูกเพิ่มเติมทางเลือกให้แก่ผู้รักรถสปอร์ต คือ ปอร์เช่ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม่ (Porsche Taycan Cross Turismo) ซึ่งจะเผยโฉมในช่วงปลายปีหน้า ทั้งนี้ก่อนปี 2022 ปอร์เช่จะทุ่มงบลงทุนในส่วนของการพัฒนาคิดยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่า 6,000 ล้านยูโร

 

สมรรถนะชั้นเลิศของ Porsche Taycan ที่มาพร้อมประสิทธิภาพเหนือระดับ

ในรุ่นเรือธงปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 761 แรงม้า (560 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control ตามด้วยปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) พละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์)

สำหรับไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) ให้อัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที ในขณะที่ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) ทำได้ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที

พิสัยการเดินทางสูงสุดในรุ่น เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) ทำได้สูงสุดที่ระยะทาง 412 กิโลเมตร และในรุ่น เทอร์โบ (Taycan Turbo) เดินทางได้สูงสุดด้วย ระยะทางกว่า 450 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive ทั้ง 2 รุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) คือรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติรุ่นแรก ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบทั่วไปซึ่งมีแรงขับเคลื่อนเพียง 400 โวลต์ ในรถไฟฟ้าคันอื่น และนี่คือข้อได้เปรียบหลักอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ ไทคานน์ (Taycan) จะได้รับเมื่อนำพารถคันนี้โลดแล่นไปบนท้องถนน

ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ high-power charging network จะทำหน้าที่สะสมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้า กระแสตรง direct current (DC) จนสามารถเดินทางได้เป็นระยะสูงสุดกว่า 100 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ใช้ระยะเวลาเพียง 22.5 นาที ในการชาร์จพลังงานตั้งแต่ความจุแบตเตอรี่ 5 – 80 เปอร์เซ็นต์ SoC (state of charge) ภายใต้สภาพแวดล้อมปกติ และมี กำลังไฟฟ้าสูงสุด (peak) ที่ 270 กิโลวัตต์ ประสิทธิภาพความจุโดยรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง

นอกจากนี้ผู้ขับขี่ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านไฟฟ้ากระแสสลับ alternating current (AC) ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่ใช้อยู่ในที่พักอาศัยทั่วไป

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐาน และภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

งานออกแบบภายนอกสะท้อนภาพ DNA ปอร์เช่

ด้วยงานออกแบบที่เรียบหรู ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สื่อสารแก่ผู้พบเห็นอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของปอร์เช่ ในขณะเดียวกัน รถสปอร์ตคันนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ใน งานออกแบบตาม DNA ของปอร์เช่อย่างสมบูรณ์แบบ

เริ่มต้นตั้งแต่มุมมองด้านหน้าที่กว้าง และแบนราบ ขนาบด้วยโป่ง ซุ้มล้อที่โค้งมนสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้ปราดเปรียว เฉียบคม ด้วยแนวหลังคาสไตล์ สปอร์ตที่เทลาดลงอย่างต่อ เนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้างที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว มุมมองจากห้องโดยสารที่ปลอดโปร่ง แนวโค้งของเสา C-pillar ที่วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ ท้ายรถที่ตอกย้ำถึงความกร้าว แกร่งทรงพลัง อันเป็นสมรรถนะติดตัวรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน

เสริมความโดดเด่นด้วย นวัตกรรมล้ำสมัยรายรอบคัน อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ ฉายสะท้อนบนกระจก หรือ glass-effect Porsche logo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รวมอยู่กับ light bar บริเวณท้ายรถ และด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd ที่ต่ำเพียง 0.22 รวมทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม จากการออกแบบรูปทรงตัวถังที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดและพิสัยระยะเดิน ทางที่ทำได้ไกลมากขึ้น

งานตกแต่งภายในห้องโดยสารเปี่ยมเอกลักษณ์ พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารแสดงออกถึงบรรยากาศของการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมล้ำอนาคต ปลอดโปร่ง ด้วยโครงสร้างและสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์รายรอบแผงหน้าปัทม์ทรงโค้งมน ในตำแหน่งบนสุดของแผงคอนโซลหน้า ให้มุมมองที่ชัดเจนที่สุดจากสายตาของผู้ขับขี่ คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ถึง 10.9-นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม วางตัวต่อเนื่องกันด้วยแผ่นกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์ black-panel สร้างบรรยากาศที่กลมกลืนลงตัวกับงานตกแต่ง

ภายในห้องโดยสาร ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) โดยเฉพาะ ระบบควบคุมการทำงานแบบกลไกดั้งเดิม อาทิ สวิทช์ และปุ่มกดต่างๆ ได้รับการลดจำนวนลงอย่างมาก โดยถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านการสัมผัส หรือการสั่งงานด้วยเสียง voice control function ซึ่งพร้อมตอบสนองต่อคำสั่งเริ่มต้น “Hey Porsche”

สำหรับ ไทคานน์ (Taycan) ปอร์เช่นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์แนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ต พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนยาวนานในชื่อว่า “Foot garages” – ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ในบริเวณที่พักเท้าของ ห้องโดยสารตอนหลัง – เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะสามารถนั่งประจำที่ได้ด้วยความสะดวกสบาย และเบาะนั่งจะวางตัวในระดับต่ำตามลักษณะเฉพาะตัวของรถสปอร์ตพันธ์แท้ พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ใช้งาน ได้ถึง 2 จุด: โดยด้านหน้ามีความจุที่ 81 ลิตร และในด้านท้ายรถมีความจุถึง 366 ลิตร

นวัตกรรมมอเตอร์ขับเคลื่อน และระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูง

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) ถือกำเนิดขึ้นในฐานะกลจักร ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพชั้นเลิศถึง 2 ส่วน หนึ่งคือชุดขับเคลื่อนล้อหน้า และสองคือชุดขับเคลื่อนล้อหลัง หมายความว่ารถสปอร์ตคันนี้ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ส่งผลต่อความเหนือระดับทั้งในแง่ของพิสัยการเดินทางสูงสุด และพละกำลังที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่างชุดขับเคลื่อนทั้ง 2 ชิ้นส่วนของ electric machine

ระบบส่งกำลัง และชุดควบคุม pulse-controlled inverter ถูกผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ขนาดที่กะทัดรัด แต่กลับเปี่ยมล้นไปด้วย พละกำลังที่อัดอยู่ในทุกอณูด้วยความหนาแน่นสูงสุด (กิโลวัตต์ต่อลิตรของพื้นที่อุปกรณ์) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบขับ เคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของรถยนต์ในยุคปัจจุบัน อีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษที่อยู่ในมอเตอร์ไฟฟ้า คือ “hairpin” อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของ stator coils เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนขดลวด ทองแดงที่บรรจุอยู่ใน stator ได้มากขึ้น เพิ่มกำลังและแรงบิด ขณะที่มีชิ้นส่วนเท่าเดิม

นวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบ two-speed transmission คิดค้นขึ้นโดยปอร์เช่ ได้รับการติดตั้งในชุดขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์แรกรับหน้าที่สร้างอัตราเร่ง จากจุดหยุดนิ่งที่ดีเยี่ยมให้แก่ ไทคานน์ (Taycan)

ในส่วนของเกียร์ที่ 2 มีอัตราทดที่ยาวกว่าเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและรักษาพละ กำลังสูงสุดให้ถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในการขับขี่ที่ความเร็วสูงก็ตาม

เครือข่ายระบบควบคุมช่วงล่างแบบรวมศูนย์ Centrally networked chassis systems

ระบบ Porsche 4D-Chassis Control ทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่ได้จากระบบควบคุมช่วงล่าง ทั้งหมดในแบบ real time

นวัตกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบเหล็กกันโคลงอัจฉริยะ และระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ควบคุมด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ทั้งสองตัว พร้อมระบบสะสมพลังงานย้อนกลับ หรือ recuperation ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ให้กำลังสูงสุดกว่า 265 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย

ผลจากการวิ่งทดสอบ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของแรงเบรกที่ใช้ในการขับขี่ปกติเกิดขึ้นจากกลจักรไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยแทบจะปราศจากการทำงานของระบบเบรกไฮดรอลิกที่ล้อรถ

โหมดการขับขี่ Porsche Taycan

โหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน สามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ โดยมีพื้นฐานในการออกแบบพัฒนา ที่ยึดหลักการเดียวกันกับยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ทุกคัน เพิ่มเติมด้วยการปรับตั้งลักษณะการตอบสนองให้เหมาะสม กับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยโหมดการขับขี่ถึง 4 รูปแบบ:

RangeNormal”
Sport
Sport Plus

ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเลือกใช้งานโหมด “Individual” ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้เอง

 

อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซ์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด

สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S): อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo ): อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  

เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

#Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต
[rule_2_plain] #Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต
[rule_2_plain] #Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต
[rule_3_plain]

#Porsche #Taycan #ปอรเช #ไทคานน #สปอรตพลงงานไฟฟาแหงอนาคต

ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบต่อสาธารณชนอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งแรก พร้อมกัน 3 ทวีปทั่วโลกกับ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan)

ปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) เปรียบได้กับสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างเกียรติ ประวัติอันยาวนานไปสู่โลกอนาคต ยนตกรรมคันนี้คือยานพาหนะที่จะนำพา เรื่องราวแห่งความสำเร็จในวันข้างหน้ามาสู่ แบรนด์ ปอร์เช่ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้น และเร้าอารมณ์บรรดาบุคคลผู้หลงใหลความเร็วทั่ว ทุกมุมโลกมาเป็นระยะเวลากว่า 70 ปี

ข้างต้นคือคำกล่าวจาก Oliver Blume ประธานคณะกรรมการบริหารของ Porsche AG ระหว่างงานเปิดตัวในกรุง Berlin: “วันนี้คือสัญญาณ แห่งการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเรา”

โมเดลแรกสำหรับการเปิดตัวปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ในฐานะยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด คือ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) ผลผลิตจากนวัตกรรม พลังขับเคลื่อนสุดล้ำ ซึ่งได้รับการ ถ่ายทอดจากรถยนตืที่ใช้พลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ หรือ Porsche E-Performance นี่คือรถสปอร์ตที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายการผลิตปกติของปอร์เช่

ในส่วนของรถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นย่อยอื่นๆ กำลังจะทยอยเปิดตัวตาม มาในอีกไม่ช้า อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่จะถูกเพิ่มเติมทางเลือกให้แก่ผู้รักรถสปอร์ต คือ ปอร์เช่ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม่ (Porsche Taycan Cross Turismo) ซึ่งจะเผยโฉมในช่วงปลายปีหน้า ทั้งนี้ก่อนปี 2022 ปอร์เช่จะทุ่มงบลงทุนในส่วนของการพัฒนาคิดยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่า 6,000 ล้านยูโร

 

สมรรถนะชั้นเลิศของ Porsche Taycan ที่มาพร้อมประสิทธิภาพเหนือระดับ

ในรุ่นเรือธงปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 761 แรงม้า (560 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control ตามด้วยปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) พละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์)

สำหรับไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) ให้อัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที ในขณะที่ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) ทำได้ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที

พิสัยการเดินทางสูงสุดในรุ่น เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) ทำได้สูงสุดที่ระยะทาง 412 กิโลเมตร และในรุ่น เทอร์โบ (Taycan Turbo) เดินทางได้สูงสุดด้วย ระยะทางกว่า 450 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive ทั้ง 2 รุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) คือรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติรุ่นแรก ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบทั่วไปซึ่งมีแรงขับเคลื่อนเพียง 400 โวลต์ ในรถไฟฟ้าคันอื่น และนี่คือข้อได้เปรียบหลักอันดับแรกที่ผู้ขับขี่ ไทคานน์ (Taycan) จะได้รับเมื่อนำพารถคันนี้โลดแล่นไปบนท้องถนน

ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที ระบบชาร์จพลังงานย้อนกลับ high-power charging network จะทำหน้าที่สะสมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยไฟฟ้า กระแสตรง direct current (DC) จนสามารถเดินทางได้เป็นระยะสูงสุดกว่า 100 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ใช้ระยะเวลาเพียง 22.5 นาที ในการชาร์จพลังงานตั้งแต่ความจุแบตเตอรี่ 5 – 80 เปอร์เซ็นต์ SoC (state of charge) ภายใต้สภาพแวดล้อมปกติ และมี กำลังไฟฟ้าสูงสุด (peak) ที่ 270 กิโลวัตต์ ประสิทธิภาพความจุโดยรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง

นอกจากนี้ผู้ขับขี่ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านไฟฟ้ากระแสสลับ alternating current (AC) ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่ใช้อยู่ในที่พักอาศัยทั่วไป

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐาน และภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

งานออกแบบภายนอกสะท้อนภาพ DNA ปอร์เช่

ด้วยงานออกแบบที่เรียบหรู ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สื่อสารแก่ผู้พบเห็นอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่ของปอร์เช่ ในขณะเดียวกัน รถสปอร์ตคันนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ใน งานออกแบบตาม DNA ของปอร์เช่อย่างสมบูรณ์แบบ

เริ่มต้นตั้งแต่มุมมองด้านหน้าที่กว้าง และแบนราบ ขนาบด้วยโป่ง ซุ้มล้อที่โค้งมนสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้ปราดเปรียว เฉียบคม ด้วยแนวหลังคาสไตล์ สปอร์ตที่เทลาดลงอย่างต่อ เนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้างที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว มุมมองจากห้องโดยสารที่ปลอดโปร่ง แนวโค้งของเสา C-pillar ที่วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ ท้ายรถที่ตอกย้ำถึงความกร้าว แกร่งทรงพลัง อันเป็นสมรรถนะติดตัวรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน

เสริมความโดดเด่นด้วย นวัตกรรมล้ำสมัยรายรอบคัน อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ ฉายสะท้อนบนกระจก หรือ glass-effect Porsche logo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รวมอยู่กับ light bar บริเวณท้ายรถ และด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd ที่ต่ำเพียง 0.22 รวมทั้งระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม จากการออกแบบรูปทรงตัวถังที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดและพิสัยระยะเดิน ทางที่ทำได้ไกลมากขึ้น

งานตกแต่งภายในห้องโดยสารเปี่ยมเอกลักษณ์ พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารแสดงออกถึงบรรยากาศของการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมล้ำอนาคต ปลอดโปร่ง ด้วยโครงสร้างและสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอุปกรณ์รายรอบแผงหน้าปัทม์ทรงโค้งมน ในตำแหน่งบนสุดของแผงคอนโซลหน้า ให้มุมมองที่ชัดเจนที่สุดจากสายตาของผู้ขับขี่ คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ถึง 10.9-นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม วางตัวต่อเนื่องกันด้วยแผ่นกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์ black-panel สร้างบรรยากาศที่กลมกลืนลงตัวกับงานตกแต่ง

ภายในห้องโดยสาร ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน ทั้งหมดได้รับการออกแบบใหม่ สำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) โดยเฉพาะ ระบบควบคุมการทำงานแบบกลไกดั้งเดิม อาทิ สวิทช์ และปุ่มกดต่างๆ ได้รับการลดจำนวนลงอย่างมาก โดยถูกแทนที่ด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านการสัมผัส หรือการสั่งงานด้วยเสียง voice control function ซึ่งพร้อมตอบสนองต่อคำสั่งเริ่มต้น “Hey Porsche”

สำหรับ ไทคานน์ (Taycan) ปอร์เช่นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์แนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ต พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนยาวนานในชื่อว่า “Foot garages” – ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ในบริเวณที่พักเท้าของ ห้องโดยสารตอนหลัง – เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะสามารถนั่งประจำที่ได้ด้วยความสะดวกสบาย และเบาะนั่งจะวางตัวในระดับต่ำตามลักษณะเฉพาะตัวของรถสปอร์ตพันธ์แท้ พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ใช้งาน ได้ถึง 2 จุด: โดยด้านหน้ามีความจุที่ 81 ลิตร และในด้านท้ายรถมีความจุถึง 366 ลิตร

นวัตกรรมมอเตอร์ขับเคลื่อน และระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูง

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Porsche Taycan Turbo S) และ ไทคานน์ เทอร์โบ (Porsche Taycan Turbo) ถือกำเนิดขึ้นในฐานะกลจักร ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพชั้นเลิศถึง 2 ส่วน หนึ่งคือชุดขับเคลื่อนล้อหน้า และสองคือชุดขับเคลื่อนล้อหลัง หมายความว่ารถสปอร์ตคันนี้ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ส่งผลต่อความเหนือระดับทั้งในแง่ของพิสัยการเดินทางสูงสุด และพละกำลังที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่างชุดขับเคลื่อนทั้ง 2 ชิ้นส่วนของ electric machine

ระบบส่งกำลัง และชุดควบคุม pulse-controlled inverter ถูกผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ขนาดที่กะทัดรัด แต่กลับเปี่ยมล้นไปด้วย พละกำลังที่อัดอยู่ในทุกอณูด้วยความหนาแน่นสูงสุด (กิโลวัตต์ต่อลิตรของพื้นที่อุปกรณ์) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบขับ เคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของรถยนต์ในยุคปัจจุบัน อีกหนึ่งอุปกรณ์พิเศษที่อยู่ในมอเตอร์ไฟฟ้า คือ “hairpin” อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของ stator coils เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนขดลวด ทองแดงที่บรรจุอยู่ใน stator ได้มากขึ้น เพิ่มกำลังและแรงบิด ขณะที่มีชิ้นส่วนเท่าเดิม

นวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบ two-speed transmission คิดค้นขึ้นโดยปอร์เช่ ได้รับการติดตั้งในชุดขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์แรกรับหน้าที่สร้างอัตราเร่ง จากจุดหยุดนิ่งที่ดีเยี่ยมให้แก่ ไทคานน์ (Taycan)

ในส่วนของเกียร์ที่ 2 มีอัตราทดที่ยาวกว่าเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานและรักษาพละ กำลังสูงสุดให้ถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในการขับขี่ที่ความเร็วสูงก็ตาม

เครือข่ายระบบควบคุมช่วงล่างแบบรวมศูนย์ Centrally networked chassis systems

ระบบ Porsche 4D-Chassis Control ทำหน้าที่วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่ได้จากระบบควบคุมช่วงล่าง ทั้งหมดในแบบ real time

นวัตกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบเหล็กกันโคลงอัจฉริยะ และระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ควบคุมด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ทั้งสองตัว พร้อมระบบสะสมพลังงานย้อนกลับ หรือ recuperation ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ให้กำลังสูงสุดกว่า 265 กิโลวัตต์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทุกราย

ผลจากการวิ่งทดสอบ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของแรงเบรกที่ใช้ในการขับขี่ปกติเกิดขึ้นจากกลจักรไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยแทบจะปราศจากการทำงานของระบบเบรกไฮดรอลิกที่ล้อรถ

โหมดการขับขี่ Porsche Taycan

โหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน สามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ โดยมีพื้นฐานในการออกแบบพัฒนา ที่ยึดหลักการเดียวกันกับยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ทุกคัน เพิ่มเติมด้วยการปรับตั้งลักษณะการตอบสนองให้เหมาะสม กับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยโหมดการขับขี่ถึง 4 รูปแบบ:

RangeNormal”
Sport
Sport Plus

ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเลือกใช้งานโหมด “Individual” ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้เอง

 

อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซ์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด

สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S): อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo ): อัตราการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย 26.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 กรัม/กิโลเมตร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  

เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button