THAI LAND

Nissan Leaf E+ เปิดตัวพร้อมอัพเกรด 214 แรงม้าและวิ่งได้ไกลกว่าเดิมถึง 363 กิโลเมตร

นิสสัน ลีฟ Leaf e+ จะเปิดตัวพร้อมการอัพเกรด 214 แรงม้า และช่วงต่อการชาร์จที่นานขึ้นในงาน CES


จุดเด่นของ e+ ใหม่คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความจุมากกว่า 62 กิโลวัตต์ชั่วโมง ผ่านการจัดอันดับ EPA สามารถวิ่งได้ 363 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

นอกจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว Leaf e+ ยังได้รับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการอัพเกรดอีกด้วย เป็นผลให้แรงม้าถูกเปลี่ยนเป็น 214 แรงม้าและแรงบิด 250 lb-ft เพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐานซึ่งให้กำลัง 147 hp และแรงบิด 236 lb-ft

การเพิ่มพลังจากแบตเตอรี่ที่อัพเกรดยังรวมถึงการเพิ่มความเร็วสูงสุดประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากเดิม อัตราเร่งจาก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นเร็วกว่าเดิมถึง 13 เปอร์เซ็นต์

เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง Nissan ได้ยืนยันว่า Leaf e+ จะมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 70 kW ที่สามารถชาร์จได้สูงสุด 100 kW บริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเวลาในการชาร์จ กล่าวกันว่าสามารถชาร์จได้เร็วเท่ากับที่ชาร์จขนาด 50 กิโลวัตต์ในรุ่น Leaf มาตรฐาน ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Leaf e+ และความจุของแบตเตอรี่ที่มากขึ้น



ภายนอก Leaf e+ ยังคงคล้ายกับรุ่นมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม รูปลักษณ์ใหม่นี้สังเกตได้ง่ายจากล้อขนาด 16 นิ้ว และกระจังหน้าใหม่ที่ตกแต่งด้วยสีน้ำเงิน

ภายในห้องโดยสาร มีระบบอินโฟเทนเมนท์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและสามารถอัปเดตผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที ระบบนำทางยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ระบบนำทาง “การนำทางแบบ door-to-door” รวมถึงทางเดิน

ในส่วนของระบบความปลอดภัยของรถ ก็มี ProPILOT Assist ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติที่ช่วยให้รถอยู่กลางเลนโดยอัตโนมัติและปรับความเร็วตามสภาพการจราจรในปัจจุบัน

Leaf e+ จะวางจำหน่ายในญี่ปุ่นปลายเดือนนี้ และในประเทศแถบยุโรปจะวางจำหน่ายในกลางปี ในสหรัฐอเมริกา จะเริ่มในฤดูใบไม้ผลิและจะมีรุ่นย่อยสามรุ่น: S PLUS, SV PLUS และ SL PLUS

ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

Nissan Leaf E+ เปิดตัวพร้อมอัพเกรด 214 แรงม้าและวิ่งได้ไกลกว่าเดิมถึง 363 กิโลเมตร
#Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร
[rule_3_plain] #Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร

Nissan Leaf เตรียมเปิดตัว Leaf e+ พร้อมอัพเกรดเพิ่มความแรงขึ้นถึง 214 แรงม้า และระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งที่ไกลยิ่งกว่าเดิมที่งาน CES

จุดเด่นของ e+ ใหม่คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุมากกว่าเดิมที่ 62 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยผ่านการประเมินจาก EPA สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งถึง 363 กิโลเมตร 

นอกเหนือจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว Leaf e+ ยังได้รับการอัพเกรดมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้แรงม้าขยับไปอยู่ที่ 214 แรงม้า และแรงบิด 250 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นมาตรฐานซึ่งให้กำลังที่ 147 แรงม้า และแรงบิด 236 ปอนด์-ฟุต

กำลังที่เพิ่มขึ้นมาจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการอัพเกรดยังรวมถึงความเร็วสูงสุดซึ่งเพิ่มขึ้นมาราวๆ 10 เปอร์เซนต์จากเดิม เร่งความเร็วจาก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไป 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เร็วกว่าเดิม 13 เปอร์เซนต์

เพื่อให้สมกับเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง Nissan ยืนยันถึง Leaf e+ จะมีระบบชาร์จไฟแบบควิกชาร์จกำลัง 70 กิโลวัตต์ซึ่งสามารถชาร์จได้สูงสุดถึง 100 กิโลวัตต์ ทางค่ายไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดด้านเวลาในการชาร์จ แต่กล่าวเพียงว่าสามารถชาร์จได้เร็วเท่าๆกับที่ชาร์จขนาด 50 กิโลวัตต์ในรุ่น Leaf มาตรฐานซึ่งนับเป็นความความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับ Leaf e+ เช่นเดียวกับกับความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่าเดิม

ส่วนด้านนอก Leaf e+ ยังคงมีความใกล้เคียงกับรุ่นมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในโฉมใหม่นี้สามารถสังเกตได้ง่ายจากล้อขนาด 16 นิ้วและกระจังหน้าแบบใหม่ที่เน้นขอบสีน้ำเงิน

ด้านในห้องโดยสาร มีระบบอินโฟเทนเมนท์ซึ่งเชื่อมกับสมาร์ทโฟนและสามารถอัพเดทผ่านอินเตอร์เนตได้ทันที ระบบนำทางยังสามารถเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ระบบนำทางแบบ “door-to-door navigation” โดยรวมถึงทางสำหรับเดินอีกด้วย

ในด้านระบบความปลอดภัยของตัวรถ มีระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT Assist ซึ่งช่วยให้รถอยู่กลางเลนโดยอัตโนมัติและปรับความเร็วให้เหมาะสมตามสภาพการจราจรในขณะนั้น 

Leaf e+ จะวางขายในประเทศญี่ปุ่นปลายเดือนนี้และในกลุ่มประเทศยุโรปจะเริ่มจำหน่ายในช่วงกลางปี ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะเริ่มในช่วงฤดูใบไม้ผลิและจะมีสามรุ่นย่อยได้แก่ S PLUS , SV PLUS และ SL PLUS

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร
[rule_2_plain] #Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร
[rule_2_plain] #Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร
[rule_3_plain]

#Nissan #Leaf #เปดตวพรอมอพเกรด #แรงมาและวงไดไกลกวาเดมถง #กโลเมตร

Nissan Leaf เตรียมเปิดตัว Leaf e+ พร้อมอัพเกรดเพิ่มความแรงขึ้นถึง 214 แรงม้า และระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งที่ไกลยิ่งกว่าเดิมที่งาน CES

จุดเด่นของ e+ ใหม่คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุมากกว่าเดิมที่ 62 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยผ่านการประเมินจาก EPA สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งถึง 363 กิโลเมตร 

นอกเหนือจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว Leaf e+ ยังได้รับการอัพเกรดมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้แรงม้าขยับไปอยู่ที่ 214 แรงม้า และแรงบิด 250 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นมาตรฐานซึ่งให้กำลังที่ 147 แรงม้า และแรงบิด 236 ปอนด์-ฟุต

กำลังที่เพิ่มขึ้นมาจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการอัพเกรดยังรวมถึงความเร็วสูงสุดซึ่งเพิ่มขึ้นมาราวๆ 10 เปอร์เซนต์จากเดิม เร่งความเร็วจาก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไป 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เร็วกว่าเดิม 13 เปอร์เซนต์

เพื่อให้สมกับเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง Nissan ยืนยันถึง Leaf e+ จะมีระบบชาร์จไฟแบบควิกชาร์จกำลัง 70 กิโลวัตต์ซึ่งสามารถชาร์จได้สูงสุดถึง 100 กิโลวัตต์ ทางค่ายไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดด้านเวลาในการชาร์จ แต่กล่าวเพียงว่าสามารถชาร์จได้เร็วเท่าๆกับที่ชาร์จขนาด 50 กิโลวัตต์ในรุ่น Leaf มาตรฐานซึ่งนับเป็นความความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับ Leaf e+ เช่นเดียวกับกับความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่าเดิม

ส่วนด้านนอก Leaf e+ ยังคงมีความใกล้เคียงกับรุ่นมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในโฉมใหม่นี้สามารถสังเกตได้ง่ายจากล้อขนาด 16 นิ้วและกระจังหน้าแบบใหม่ที่เน้นขอบสีน้ำเงิน

ด้านในห้องโดยสาร มีระบบอินโฟเทนเมนท์ซึ่งเชื่อมกับสมาร์ทโฟนและสามารถอัพเดทผ่านอินเตอร์เนตได้ทันที ระบบนำทางยังสามารถเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ระบบนำทางแบบ “door-to-door navigation” โดยรวมถึงทางสำหรับเดินอีกด้วย

ในด้านระบบความปลอดภัยของตัวรถ มีระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT Assist ซึ่งช่วยให้รถอยู่กลางเลนโดยอัตโนมัติและปรับความเร็วให้เหมาะสมตามสภาพการจราจรในขณะนั้น 

Leaf e+ จะวางขายในประเทศญี่ปุ่นปลายเดือนนี้และในกลุ่มประเทศยุโรปจะเริ่มจำหน่ายในช่วงกลางปี ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะเริ่มในช่วงฤดูใบไม้ผลิและจะมีสามรุ่นย่อยได้แก่ S PLUS , SV PLUS และ SL PLUS

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button