THAI LAND

NEW Toyota Lexus ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหรา

Lexus ES (อีผู้บริหาร edan) เป็นรถซีดานหรูขนาดกลาง Lexus ES คันแรกถือกำเนิดและเปิดตัวแบรนด์ Lexus ควบคู่ไปกับ Lexus LS ในปี 1989 ในสหรัฐอเมริกา ES ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบอันโดดเด่นในห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถหรูทั่วไป ความนิยมดังกล่าวทำให้ Lexus ES เป็นรถเก๋งที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Lexus


Lexus ES ใหม่ เจเนอเรชันที่ 7 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบเหนือระดับในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกด้วยลายเส้นที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความคมชัดให้เข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ประสิทธิภาพการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ความสมดุลและการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นล่าสุด ยังมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือกว่า Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 แต่ยังคงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่ไปกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและความเงียบในห้องโดยสาร อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Lexus ES

นายมิจิโนบุ สุกาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “Lexus ES ใหม่เป็นรถรุ่นที่สามต่อจากรุ่น LC และ LS ที่จะนำ Lexus ไปสู่อนาคตใหม่ ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ในการออกแบบทำให้แบรนด์ Lexus แตกต่างไปจากเดิมมากขึ้น

Lexus ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้น Lexus ES250 ซึ่งขึ้นชื่อด้านความเป็นเลิศในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และความนุ่มนวล รวมไปถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางและเงียบสงบ มาพร้อมกับภายนอกที่บ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง เป็นรถซีดานหรูขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มียอดขายสะสมทั่วโลก 2.18 ล้านคัน

สำหรับประเทศไทย เริ่มเปิดตัว Lexus ES ครั้งแรกของปี พ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเป็นรถซีดานสุดหรู โดดเด่นเรื่องความสบายเหนือระดับและความปราณีตในทุกรายละเอียด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีกลุ่มคนที่รักและไว้วางใจรถที่มาพร้อมความหรูหราและสง่างาม โมเดลนี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริหารชาวไทยและ Lexus ES ใหม่เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ดีที่สุดที่หลายคนรอคอย”

คุณยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าวิศวกร Lexus ES Lexus International กล่าวว่า: “Lexus ES เปิดตัวครั้งแรกในโลก ด้วยรุ่นเรือธงของ Lexus LS และการเปิดตัว Lexus ES รุ่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นคือการออกแบบรถยนต์ที่เหนือความคาดหมาย โดยเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ บนพื้นฐานของไดนามิกในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมแล้ว นวัตกรรมยานยนต์ที่สำคัญของ Lexus ทั้งการออกแบบสมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยีขั้นสูงล่าสุดร่วมกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

• “ดีไซน์ที่กล้าแตกต่าง” (Brave Design) : โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบดั้งเดิม สู่แนวคิดใหม่ “ความสง่างามที่น่าหลงใหล” (Provocative Elegance) ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ต สะท้อนไดนามิกของการขับขี่ได้ดีกว่าเดิม

• “การแสดงที่ทำให้ดีอกดีใจ” : ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ที่มีปีกนกคู่ ช่วยยึดเกาะถนนและรักษาสมดุลที่ดีเยี่ยม แต่ยังคงสไตล์การขับขี่ที่นุ่มนวลของ Lexus ES รุ่นดั้งเดิมด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกจังหวะการเร่งในทันที

• “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” (เทคโนโลยีจินตนาการ) : สมบูรณ์และล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus รุ่นที่ 2

แอ่วฐิกรณ์ สุริยะฉันทนานนท์ เสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์การตลาดจะเริ่มจากการสร้างความตระหนักในการเปิดตัวเลกซัส ES ใหม่สู่สาธารณชน ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์กับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป ยังมีการทดสอบเต็มรูปแบบ กิจกรรม. เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพในการขับขี่ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ ที่ Toyota Driving Experience Park เราให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์และการจัดการฐานข้อมูลเพื่อความถูกต้องและประสิทธิผลสูงสุดในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย ตามไลฟ์สไตล์และความชอบที่แตกต่างกัน Lexus มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เช่น กิจกรรม Lexus Test Drive The World ในญี่ปุ่น “เดอะ แอล แกลเลอเรีย บาย เลกซัส” โซน Luxury Lifestyle Showcase แห่งแรกในไทยที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเลกซัสในบริบทที่ทุกคนเข้าถึงได้และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป้าหมายได้อย่างลงตัว และในอนาคตเรายังมีแผนร่วมกับผู้ผลิตกล้องระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก อาทิ LEICA Thailand ด้วย.”

เลือกเป็นเจ้าของความหรูหรา Lexus ES ใหม่ที่สมบูรณ์แบบ
10 สีภายนอก บวก 2 สีใหม่

น้ำแข็งใส MM สีใหม่

ซันไลต์ กรีน MM สีใหม่

 โซนิคควอตซ์
 โซนิคไททาเนียม
 เมอร์คิวรี่ เกรย์ เอ็มซี.
 แพลตตินั่ม ซิลเวอร์ มี.
 สีดำ
 เกล็ดแก้วกราไฟท์สีดำ
 ประกายแก้วไมกาแดง
 เอ็มซีสีน้ำเงินเข้ม

ราคา

 ES 300h รุ่นหรูหรา 3,590,000 บาท
 ES 300h Grand Luxury รุ่น 3,760,000 บาท
 ES 300h Premium รุ่น 4,190,000 บาท
พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง



ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

NEW Toyota Lexus ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหรา
#Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา
[rule_3_plain] #Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา

     เลกซัส ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่งเลกซัส ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับเลกซัส LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา เลกซัส ES ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์หรูโดยทั่วไป ความนิยมดังกล่าวทำให้เลกซัส ES เป็นรถซีดานที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเลกซัส 

     เลกซัส ES ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 7 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยมและควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นล่าสุด ทั้งยังมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 แต่คงไว้ซึ่งความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ES

     มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ ถือเป็นยนตรกรรมในลำดับที่สาม ต่อจากรุ่น LC และ LS ที่จะนำพาเลกซัสสู่อนาคตใหม่ ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ในการออกแบบ ทำให้แบรนด์เลกซัสมีความแตกต่างมากกว่าเดิม

     เลกซัส ES คันแรก ที่ถือกำเนิดขึ้น คือเลกซัส ES250 ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเลิศด้านความสะดวกสบายและความนุ่มนวลในการขับขี่ ตลอดจนห้องโดยสารที่กว้างขวางและเงียบสงัด มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง ถือเป็นยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มียอดขายสะสมทั่วโลกมากถึง 2.18 ล้านคัน

     สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มทำการแนะนำเลกซัส ES เป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชื่นชอบและมอบความไว้วางใจให้กับยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม ทั้งรถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย โดยเลกซัส ES ใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมที่หลายท่านรอคอย”

     มร.ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร เลกซัส ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เลกซัส ES ได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมรถรุ่นเรือธงอย่างเลกซัส LS และการแนะนำเลกซัส ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ นั่นคือการออกแบบยนตรกรรมที่เหนือความคาดหมายไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก บนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำเข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก ได้แก่

     • “การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง” (Brave Design) : โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ “ความสง่างามที่น่าหลงใหล” (Provocative Elegance) ด้วยเส้นสายที่ดึงดูดสายตา สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสะท้อนพลวัตในการขับขี่ ที่ดีกว่าเดิม

     • “สมรรถนะอันเร้าใจ” (Exhilarating Performance) : ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) และระบบช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน ช่วยให้เกาะถนนและทรงตัวเป็นเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่ตามแบบฉบับดั้งเดิมของเลกซัส ES พร้อมด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกจังหวะการเร่งได้อย่างทันใจ 

     • “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” (Imaginative Technology) : ครบครันและล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 

     วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเริ่มจากสร้าง การรับรู้ของการเปิดตัวรถเลกซัส ES ใหม่สู่สาธารณชน ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ณ ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมทดลองขับเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสมรรถนะการขับขี่ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ที่ Toyota Driving Experience Park ด้านการสื่อสาร เราให้ความสำคัญกับ Trực tuyến Marketing และ Database Management เพื่อความแม่นยำและประสิทธิผลสูงสุดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เลกซัสมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรู ผ่านกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรม Lexus Test Drive The World ที่ประเทศญี่ปุ่น “The L Galleria by Lexus” พื้นที่ Luxury Lifestyle Showcase แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งสื่อสารตัวตนของเลกซัสในบริบทที่ทุกคนเข้าถึงและเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างกลมกลืน และในอนาคตเรายังมีแผนงานร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตกล้องพรีเมี่ยมระดับโลกอย่าง LEICA ประเทศไทย อีกด้วย” 

เลือกเป็นเจ้าของความหรูหรา สมบูรณ์แบบของ เลกซัส ES ใหม่
สีภายนอก 10 สี พร้อม 2 สีใหม่
 Ice Ecru MM สีใหม่
 Sunlight Green MM สีใหม่
 Sonic Quartz 
 Sonic Titanium
 Mercury Gray MC. 
 Platinum Silver Me.
 Black 
 Graphite Black Glass Flake 
 Red Mica Crystal Shine 
 Deep Blue MC 

ราคา
 ES 300h รุ่น Luxury                  3,590,000 บาท
 ES 300h รุ่น Grand Luxury       3,760,000 บาท
 ES 300h รุ่น Premium              4,190,000 บาท
พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง

 

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 

 

 

#Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา
[rule_2_plain] #Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา
[rule_2_plain] #Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา
[rule_3_plain]

#Toyota #Lexus #เจนเนอเรชนท #เสรมความเฉยบคมใหเขากบความหรหรา

     เลกซัส ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่งเลกซัส ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับเลกซัส LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา เลกซัส ES ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์หรูโดยทั่วไป ความนิยมดังกล่าวทำให้เลกซัส ES เป็นรถซีดานที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเลกซัส 

     เลกซัส ES ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 7 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยมและควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นล่าสุด ทั้งยังมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 แต่คงไว้ซึ่งความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ES

     มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ ถือเป็นยนตรกรรมในลำดับที่สาม ต่อจากรุ่น LC และ LS ที่จะนำพาเลกซัสสู่อนาคตใหม่ ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ในการออกแบบ ทำให้แบรนด์เลกซัสมีความแตกต่างมากกว่าเดิม

     เลกซัส ES คันแรก ที่ถือกำเนิดขึ้น คือเลกซัส ES250 ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเลิศด้านความสะดวกสบายและความนุ่มนวลในการขับขี่ ตลอดจนห้องโดยสารที่กว้างขวางและเงียบสงัด มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง ถือเป็นยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มียอดขายสะสมทั่วโลกมากถึง 2.18 ล้านคัน

     สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มทำการแนะนำเลกซัส ES เป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชื่นชอบและมอบความไว้วางใจให้กับยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม ทั้งรถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย โดยเลกซัส ES ใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมที่หลายท่านรอคอย”

     มร.ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร เลกซัส ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เลกซัส ES ได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมรถรุ่นเรือธงอย่างเลกซัส LS และการแนะนำเลกซัส ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ นั่นคือการออกแบบยนตรกรรมที่เหนือความคาดหมายไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก บนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำเข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก ได้แก่

     • “การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง” (Brave Design) : โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ “ความสง่างามที่น่าหลงใหล” (Provocative Elegance) ด้วยเส้นสายที่ดึงดูดสายตา สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสะท้อนพลวัตในการขับขี่ ที่ดีกว่าเดิม

     • “สมรรถนะอันเร้าใจ” (Exhilarating Performance) : ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) และระบบช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน ช่วยให้เกาะถนนและทรงตัวเป็นเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่ตามแบบฉบับดั้งเดิมของเลกซัส ES พร้อมด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกจังหวะการเร่งได้อย่างทันใจ 

     • “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” (Imaginative Technology) : ครบครันและล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 

     วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเริ่มจากสร้าง การรับรู้ของการเปิดตัวรถเลกซัส ES ใหม่สู่สาธารณชน ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ณ ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมทดลองขับเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสมรรถนะการขับขี่ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ที่ Toyota Driving Experience Park ด้านการสื่อสาร เราให้ความสำคัญกับ Trực tuyến Marketing และ Database Management เพื่อความแม่นยำและประสิทธิผลสูงสุดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เลกซัสมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรู ผ่านกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรม Lexus Test Drive The World ที่ประเทศญี่ปุ่น “The L Galleria by Lexus” พื้นที่ Luxury Lifestyle Showcase แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งสื่อสารตัวตนของเลกซัสในบริบทที่ทุกคนเข้าถึงและเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างกลมกลืน และในอนาคตเรายังมีแผนงานร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตกล้องพรีเมี่ยมระดับโลกอย่าง LEICA ประเทศไทย อีกด้วย” 

เลือกเป็นเจ้าของความหรูหรา สมบูรณ์แบบของ เลกซัส ES ใหม่
สีภายนอก 10 สี พร้อม 2 สีใหม่
 Ice Ecru MM สีใหม่
 Sunlight Green MM สีใหม่
 Sonic Quartz 
 Sonic Titanium
 Mercury Gray MC. 
 Platinum Silver Me.
 Black 
 Graphite Black Glass Flake 
 Red Mica Crystal Shine 
 Deep Blue MC 

ราคา
 ES 300h รุ่น Luxury                  3,590,000 บาท
 ES 300h รุ่น Grand Luxury       3,760,000 บาท
 ES 300h รุ่น Premium              4,190,000 บาท
พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง

 

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 

 

 

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button