THAI LAND

New Mercedes-Benz A-Class เจเนอเรชันที่ 4 ที่สุดแห่งพรีเมี่ยมคอมแพ็คคาร์

บริษัท Mercedesเบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดตัว “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส ใหม่” รุ่น 4 รถยนต์อัจฉริยะรุ่นล่าสุด Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.3 นิ้ว ลิตรกับอัตราการปล่อยไอเสียต่ำและการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม แต่ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า เพิ่มความสะดวกสบายในขณะขับขี่ “MBU X (MBUX) หรือ Mercedesประสบการณ์ผู้ใช้เบนซ์ (ประสบการณ์ผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์) ระบบมัลติมีเดียล่าสุดที่ติดตั้งใน A-Class . ใหม่ เป็นรุ่นแรกในกลุ่มรถคอมแพค Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นำเสนอในราคา 2,490,000 บาท

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมดีไซน์ใหม่ (ภาษากายดีไซน์ใหม่) เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเพิ่มความหรูหราให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นรถพรีเมี่ยมคันแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ด้วยกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ถือเป็นรถคอมแพคที่ทรงพลังที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ ด้วยขนาดเครื่องยนต์เท่าเดิม แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ความเร็ว 1620 รอบ/นาที ปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยดีเยี่ยมเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. เช่นกัน

การออกแบบภายนอก Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่บริษัทยึดถือมาโดยตลอด โดยเน้นความเรียบง่าย และให้ความสนใจกับพื้นผิวที่สัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็ร้อน และน่าดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอก AMG อันโดดเด่นที่ตัดสาย และช่องว่างให้น้อยที่สุด เป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มรถคอมแพ็ค และความปราดเปรียวและความตื่นเต้นได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของรถดูล้ำยุคไปพร้อมกับฝากระโปรงหน้าลาดต่ำและยาว กระจังหน้าเป็นกระจังหน้าแบบเพชรที่ประกอบเป็นเส้นแนวนอนเส้นเดียว และตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz ตรงกลาง ด้านกว้างของตัวรถได้รับการออกแบบให้ดูทรงพลังและสะเทือนอารมณ์ สอดคล้องกับเส้นด้านข้างที่ขยายที่ด้านล่างของตัวรถ ช่วยให้รถดูกว้างขึ้น กระจกมองข้างอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสาร ล้อคู่แบบ 5 ก้านขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED High Performance ที่โฉบเฉี่ยว และกรอบชุบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟ LED ในเวลากลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายไฟฉาย



การออกแบบตกแต่งภายใน ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ต AMG และความกว้างขวางเพื่อการใช้งานสูงสุด จะมีที่ว่างบริเวณไหล่ทาง ศอกและค่าโสหุ้ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับรถประเภทเดียวกัน รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร ด้านหลังเข้าออกง่าย ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระมีความกว้าง 950 มม. และเส้นทแยงมุม 462 มม. จากตัวล็อคถึงขอบด้านล่างของกระจกหลัง ทำให้ง่ายต่อการขนถ่ายสิ่งของขนาดใหญ่ พวงมาลัยของรุ่นนี้ตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วยขอบหนัง nappa เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในการขับขี่ เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มด้วยหนังไมโครไฟเบอร์ ARTICO / DINAMICA โดยที่นั่งคนขับมาพร้อมหน่วยความจำ เบาะหลังพับได้ 40:20:40 น. รูปลักษณ์ของแผงหน้าปัดดูทันสมัยพร้อมฝาครอบปีกนกที่ยื่นออกมาจากประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางได้อย่างลงตัว เชื่อมต่อกับด้านบนของแผงหน้าปัดด้านคนขับ มาพร้อมจอแสดงผลไวด์สกรีนขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หน้าจอทั้งสองอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัว แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นจอไวด์สกรีนขนาดใหญ่ให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นระบบสัมผัสหน้าจออินโฟเทนเมนท์ (Touchscreen) ซึ่งเป็นรุ่นแรกของ Mercedes-Benz ที่นำจอทัชสกรีนในรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ผู้ขับขี่สามารถควบคุมได้ และสั่งการโดยการสัมผัสหน้าจอหรือใช้การออกแบบทัชแพดใหม่ เครื่องปรับอากาศได้รับการออกแบบโดยใช้กังหันเป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของคุณลักษณะสปอร์ตของรถ นอกจากนี้ คอนโซลกลางด้านล่างยังได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนปีกที่ดูเรียบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของห้องโดยสาร โดยมีตัวเลือกระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารให้เลือกถึง 64 ระบบ สีสวยกว่ารุ่นก่อนถึง 5 เท่า ช่วยเน้นเอกลักษณ์นี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น คุณยังสามารถผสมสีต่างๆ สามารถเพิ่มเป็นสีพิเศษได้อีก 10 สี สำหรับนักบิดที่ต้องการเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอีกด้วย

เทคโนโลยีและความปลอดภัย Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic เป็นรถรุ่นดัดแปลงใหม่ทั้งหมด จึงมาพร้อมเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถรุ่นก่อนๆ มากมาย เช่น ระบบ Active Brake Assist ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ลดความเสียหายหรือป้องกันการชนกับรถคันหน้าที่กำลังชะลอตัว ชะลอตัว หรือแม้กระทั่งจอดอยู่ข้างหน้า นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้รถชนกับคนเดินเท้าหรือนักปั่นจักรยาน นอกจากนี้ยังเป็นรายแรกในตระกูลรถยนต์คอมแพคของ Mercedes-Benz ที่มาพร้อมกับแพ็คเกจ Parking พร้อมกล้องถอยหลังที่จะทำให้การจอดรถง่ายขึ้น เช่นกัน เทคโนโลยีเด่นอีกประการของรุ่นใหม่นี้คือบริการ Mercedes me connect ซึ่งให้ความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่พัฒนาล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มรถคอมแพ็ค ส่งผลให้มีคุณสมบัติที่หลากหลายและสะดวกสบาย เพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มีฟังก์ชันพิเศษมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกบริการเพิ่มเติมได้ และฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ตามต้องการผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เช่น

  • ระบบโทรฉุกเฉินของ Mercedes-Benz ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งรถไปที่ศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • การตรวจสอบยานพาหนะ เจ้าของรถสามารถตรวจสอบตำแหน่งล่าสุดได้ หรือเส้นทางการขับขี่รถผ่านแอพพลิเคชั่น Mercedes me connect
  • การตั้งค่ายานพาหนะ คนขับสามารถตรวจสอบสภาพรถได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ ในรถจะตรวจสอบสภาพรถในขณะนั้น และส่งข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นไปยังทั้งคนขับ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ
  • การจัดการบำรุงรักษา ระบบนี้จะเตือนคุณเมื่อถึงเวลานำรถเข้ารับการตรวจสอบโดยการตั้งค่าวันที่และเวลาสำหรับบริการครั้งต่อไปโดยอัตโนมัติ
  • สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล ฟังก์ชันที่ทำให้การใช้รถของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดแอร์ทำความเย็นล่วงหน้า หรือสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล เป็นต้น
  • การจองออนไลน์ ฟังก์ชันสำหรับนัดหมายบริการต่างๆ จาก Mercedes-Benz อยู่แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับระบบ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียล่าสุดที่พัฒนาโดย Mercedes-Benz เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของทั้งคนขับและผู้โดยสาร รองรับคำสั่งผ่าน 2 จุดสำคัญ คือ หน้าจอสัมผัสไวด์สกรีน (หน้าจออินโฟเทนเมนท์) และทัชแพดที่คอนโซลกลาง ระบบนี้มีคุณลักษณะการเรียนรู้ที่สามารถรับรู้ความต้องการได้ ของเจ้าของรถผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับแต่งตามลักษณะการใช้งานจริงของเจ้าของรถซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ ความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และยานพาหนะนั้นแข็งแกร่ง ระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ สิ่งที่น่าสนใจมากมายเช่น

  • การนำทาง ระบบนำทางใหม่พร้อมแผนที่ GPS และ 3D (3D) ที่แม่นยำยิ่งขึ้นพร้อมกราฟิกความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบนำทาง AR ที่ผู้ใช้สามารถค้นหาจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้โดยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนี้ยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าได้อีกด้วย แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • ประวัติส่วนตัว เพื่อจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคน ทั้งรูปลักษณ์ของการปรับเบาะนั่ง สีของไฟในห้องโดยสารที่ท่านชอบ สถานที่ที่ต้องไปประจำ ฯลฯ ระบบนี้สามารถจดจำโปรไฟล์ของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • ลิงกวาทรอนิกส์ ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับทั้งภาษาอังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศสในทุกสำเนียงทั่วโลก (การรู้จำคำพูดตามธรรมชาติ) สามารถจดจำและเข้าใจคำเกือบทุกคำที่ปรากฏในระบบสาระบันเทิงของรถ ผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดว่า “เฮ้ Mercedes”

อย่างไรก็ตาม “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส ใหม่” รุ่น 4 จะแสดงที่โชว์รูมทั้ง 33 แห่ง ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หากใครสนใจซื้อ จะสามารถจัดส่งได้จำนวนหนึ่ง (ไม่สามารถบอกจำนวนที่แน่นอนได้)

ตรวจสอบราคารถใหม่และโปรโมชั่น ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

New Mercedes-Benz A-Class เจเนอเรชันที่ 4 ที่สุดแห่งพรีเมี่ยมคอมแพ็คคาร์
#MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร
[rule_3_plain] #MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)  เปิดตัว “The new Mercedes-Benz A-Class” เจเนอเรชันที่ 4 ยนตรกรรมอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับรูปลักษณ์ ที่ดูสปอร์ต พร้อมการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ยกระดับความสะดวกสบายขณะขับขี่ด้วย “เอ็มบียูเอ็กซ์” (MBUX) หรือ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยูสเซอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” (Mercedes-Benz User Experience) ระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งใน The new A-Class เป็นรุ่นแรกในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็คคาร์ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นำเสนอในราคา 2,490,000 บาท

 

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ (new design body language) เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมรุ่นแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ซึ่งถือเป็นคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620 รอบ/นาที มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก ของ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นั้น สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่บริษัทฯ ยึดถือมาตลอด โดยจะเน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรง และน่าดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกแบบ AMG ที่โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสาย และช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาวมี ฝากระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน และตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี นอกจากนั้นยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และโคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความ    เพรียวบาง และกรอบเคลือบโครเมี่ยมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ดีไซน์ภายใน ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตแบบ AMG  และกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด โดยจะมีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอกและเหนือศีรษะมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัน รวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสาร ตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร ช่องกระโปรงหลัง มีขนาดกว้าง 950 มิลลิเมตร และมีระยะเส้นทแยงมุมจากตัวล็อกถึงขอบล่างของกระจกหลัง ถึง 462 มิลลิเมตร ช่วยให้ใส่หรือนำสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ออกได้อย่างสะดวก พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นนี้ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa เพื่อเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ทั้งหมด โดยเบาะที่นั่งด้านคนขับจะมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ อีกทั้งเบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 รูปลักษณ์ของแผงหน้าปัดมีความล้ำสมัยด้วยฝาครอบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำหน้าจอระบบสัมผัสมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็คคาร์ โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของครื่อง ปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยใช้กังหัน (turbine) เป็นต้นแบบ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยขับเน้นลักษณะสปอร์ตอีกอย่างหนึ่งของรถยนต์รุ่นนี้ นอกจากนั้นส่วนล่างของคอนโซลกลางยังได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดูแบนราบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของ ห้องโดยสาร โดยมีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ถึง 5 เท่า ที่ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์นี้โดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษได้อีก 10 สีสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic เป็นรถยนต์  รุ่นที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด จึงมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่ได้รับพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นโดยสามารถ ลดความเสียหายหรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า กำลังชะลอ หรือแม้แต่รถที่จอดอยู่ข้างหน้าได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็คคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมกับระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้  คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ โดยผลที่ได้คือมี ฟีจเจอร์ต่างๆที่หลากหลายและสะดวกสบาย   มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน เซ็นเซอร์         ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของ Mercedes me connect ได้
Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่      อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นฯให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ได้
Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
Remote Engine Start ฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้รถของคุณสะดวกสบายมากขึ้น             โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล เป็นต้น
Trực tuyến Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จาก                  เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุด  คือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการ ของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้าง ความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR   ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

ทั้งนี้ “The new Mercedes-Benz A-Class” เจเนอเรชันที่ 4 จะโชว์ในโชว์รูมทั้ง 33 แห่งวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หากมีผู้ใดสนใจซื้อ จะสามารถส่งมอบได้จำนวนหนึ่ง(ไม่สามารถบอกตัวเลขที่ชัดเจนได้) 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร
[rule_2_plain] #MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร
[rule_2_plain] #MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร
[rule_3_plain]

#MercedesBenz #AClass #เจเนอเรชนท #ทสดแหงพรเมยมคอมแพคคาร

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)  เปิดตัว “The new Mercedes-Benz A-Class” เจเนอเรชันที่ 4 ยนตรกรรมอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับรูปลักษณ์ ที่ดูสปอร์ต พร้อมการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ยกระดับความสะดวกสบายขณะขับขี่ด้วย “เอ็มบียูเอ็กซ์” (MBUX) หรือ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยูสเซอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” (Mercedes-Benz User Experience) ระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งใน The new A-Class เป็นรุ่นแรกในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็คคาร์ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นำเสนอในราคา 2,490,000 บาท

 

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ (new design body language) เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเติมความโฉบเฉี่ยวให้กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมรุ่นแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ซึ่งถือเป็นคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ความเร็ว 1,620 รอบ/นาที มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก ของ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic นั้น สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่บริษัทฯ ยึดถือมาตลอด โดยจะเน้นความเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร้อนแรง และน่าดึงดูดใจ ด้วยโครงสร้างภายนอกแบบ AMG ที่โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสาย และช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิกของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ และความปราดเปรียวเร้าใจได้อย่างลงตัว ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาวมี ฝากระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน และตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี นอกจากนั้นยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และโคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความ    เพรียวบาง และกรอบเคลือบโครเมี่ยมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ดีไซน์ภายใน ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตแบบ AMG  และกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด โดยจะมีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอกและเหนือศีรษะมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัน รวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสาร ตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร ช่องกระโปรงหลัง มีขนาดกว้าง 950 มิลลิเมตร และมีระยะเส้นทแยงมุมจากตัวล็อกถึงขอบล่างของกระจกหลัง ถึง 462 มิลลิเมตร ช่วยให้ใส่หรือนำสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ออกได้อย่างสะดวก พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นนี้ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa เพื่อเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ทั้งหมด โดยเบาะที่นั่งด้านคนขับจะมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ อีกทั้งเบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 รูปลักษณ์ของแผงหน้าปัดมีความล้ำสมัยด้วยฝาครอบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำหน้าจอระบบสัมผัสมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็คคาร์ โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ส่วนช่องลมของครื่อง ปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยใช้กังหัน (turbine) เป็นต้นแบบ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยขับเน้นลักษณะสปอร์ตอีกอย่างหนึ่งของรถยนต์รุ่นนี้ นอกจากนั้นส่วนล่างของคอนโซลกลางยังได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดูแบนราบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของ ห้องโดยสาร โดยมีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ถึง 5 เท่า ที่ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์นี้โดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษได้อีก 10 สีสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic เป็นรถยนต์  รุ่นที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด จึงมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่ได้รับพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นโดยสามารถ ลดความเสียหายหรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า กำลังชะลอ หรือแม้แต่รถที่จอดอยู่ข้างหน้าได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็คคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมกับระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้  คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ โดยผลที่ได้คือมี ฟีจเจอร์ต่างๆที่หลากหลายและสะดวกสบาย   มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน เซ็นเซอร์         ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของ Mercedes me connect ได้
Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่      อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นฯให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ได้
Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
Remote Engine Start ฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้รถของคุณสะดวกสบายมากขึ้น             โดยคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล เป็นต้น
Trực tuyến Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จาก                  เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุด  คือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการ ของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้าง ความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับระบบ AR   ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

ทั้งนี้ “The new Mercedes-Benz A-Class” เจเนอเรชันที่ 4 จะโชว์ในโชว์รูมทั้ง 33 แห่งวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หากมีผู้ใดสนใจซื้อ จะสามารถส่งมอบได้จำนวนหนึ่ง(ไม่สามารถบอกตัวเลขที่ชัดเจนได้) 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button