Bentley

Honda Jazz Hybrid ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด เคาะราคา 768,000 บาท ชูจุดเด่นส่งต่อเทรนด์ใหม่

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Jazz Hybrid ซึ่งเป็น IMA รถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพ็คในประเทศไทย รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แจ๊ส ไฮบริด ที่เปิดตัวในประเทศไทยในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมใหม่ของฮอนด้า ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC 1.3 ลิตร ส่งผลให้ปล่อยคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และถือเป็นรถยนต์ไฮบริดคันแรกในรถยนต์ซับคอมแพ็ก และรุ่นเดียวที่มีในไทยตอนนี้

ฮอนด้าเรามั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย กำลังมองหารถไฮบริดที่เหมาะกับการใช้งานอยู่หรือเปล่า? ระบบนี้จะประหยัดได้มากกว่าเครื่องยนต์ถึง 35% เต็มประสิทธิภาพ สนุกกับการขับด้วยการควบคุมตามที่คุณต้องการ ประหยัดน้ำมัน อเนกประสงค์ มีพื้นที่ห้องโดยสารที่ใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และที่สำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาไม่แพงเพราะถ้าเทคโนโลยีดี แต่ถ้าราคาสูงเกินไป ถ้าจับยากก็ไม่เกิดประโยชน์” นายพิทักษ์กล่าว

ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกต่อไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของ Blue Skies for Our Children ฮอนด้าทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดย 30% ภายในปี 2563 ซึ่งเป็นการก้าวไปสู่เป้าหมายของการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ ด้วยการแบ่งปันความสุขกับผู้คน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่จับต้องได้และคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ขององค์กรในปี 2020 ของฮอนด้า

นายพิทักษ์ กล่าวต่อว่าแจ๊สเดบิวต์ไฮบริดครั้งนี้มีการวางแผนล่วงหน้าไม่แยกโควตาการผลิตจากรุ่นเดิม โดยขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรุ่นจาก 240,000 คันต่อปีเป็น 300,000 คันต่อปีตั้งแต่เดือนเมษายน ยอดคงค้างการส่งมอบสำหรับรุ่นแจ๊สและซิตี้คือ 50,000 คัน และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

สำหรับคิวการจอง Jazz Hybrid ถือว่าเป็นการจองใหม่ เพราะเป็นรถใหม่ ทุกอย่างเป็นไปตามคิวจอง มั่นใจปลายปีนี้มียอดจองอีก 5,000 คัน ตั้งเป้าปีละ 10,000 คัน

มร. ชินโกะ นากามิเนะ หัวหน้าวิศวกรฝ่ายพัฒนา Honda Jazz Hybrid ใหม่ บริษัท Honda R&D Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เป้าหมายของการพัฒนาแจ๊สไฮบริดรุ่นใหม่คือการสร้างรถยนต์ขนาดเดียวกัน คอมแพ็กต์ย่อยในอุดมคติสำหรับการใช้งานรวมถึงการปรับปรุงนวัตกรรมทางเทคนิคและการประหยัดเชื้อเพลิงโดยรวม Honda Jazz Hybrid ผสมผสานสองเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้มาตั้งแต่ฮอนด้าแจ๊สรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบางและชุดควบคุมอัจฉริยะขนาดกะทัดรัดหรือ IPU และน้ำหนักเบา ส่งผลให้รถสามารถตอบสนองต่อการใช้พื้นที่ได้เป็นอย่างดี

แจ๊ส ไฮบริด ได้รับการออกแบบตามแนวคิดที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัย ​​โดยมีการออกแบบภายในที่โดดเด่นสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและประหยัดน้ำมัน สำหรับระบบแจ๊สไฮบริดเป็นแบบขนาน ที่ผสมผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์เป็นกำลังหลักในการขับขี่ เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดคู่ขนานนั้นไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และประหยัดน้ำมัน ขับสนุกต่อไป

ชุดควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา วางอยู่บนพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถที่คงเอกลักษณ์การจัดวางเบาะในสไตล์เดียวกับรุ่นเบนซินของ Jazz ซึ่งสามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบ พื้นที่ตอบสนองการใช้งานและการจัดเก็บสัมภาระอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือการสร้างรถยนต์ไฮบริดซับคอมแพ็กที่เปี่ยมด้วยคุณค่ารูปแบบใหม่ สู่ตลาดไทยวันนี้”

แจ๊ส ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด IMA เครื่องยนต์ i-VTEC 1.3 ลิตรให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และเสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสตาร์ทและเร่งความเร็วเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์หยุดทำงานและเข้าสู่โหมด EV โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักเพียงอย่างเดียว

เมื่อเครื่องยนต์เข้าสู่โหมด EV จะไม่มีการปล่อย CO2 การชะลอตัวหรือระยะเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปขณะเบรกมาเปลี่ยน พลังงานไฟฟ้าจะถูกส่งกลับไปยังแบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถดับ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.) และปล่อย CO2 ได้เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร (ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)

แจ๊ส ไฮบริด นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตล่าสุด เช่น กระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ แบบไฮบริด คิ้วโครเมียม ฝากระโปรงหลัง ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ยังมาพร้อมตัวเครื่อง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบเสียงแบบโมดูลาร์พร้อมช่องต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะหลัง ช่องเก็บของในคอนโซลกลางอเนกประสงค์ด้านหลังพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งแบบพิเศษ เบาะนั่งปรับได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถัง G-CON ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานหน้าคู่ ถุงลมนิรภัย Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ไฮบริด และระบบเดินสายไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ นานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด ยังได้รับสิทธิ์คืนภาษีรถยนต์คันแรก

“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นที่จะประดิษฐ์รถยนต์พลังงานสะอาด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแสวงหาแนวทางในการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับคนรุ่นใหม่และลูกหลานของพวกเขา อนาคตของเรา” นายพิทักษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามแจ๊ส ไฮบริด มีรุ่นเดียว ราคาขาย 768 พันบาท สีขาว อีก 10,000 บาท

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูล

Home


Thông tin thêm

Honda Jazz Hybrid ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด เคาะราคา 768,000 บาท ชูจุดเด่นส่งต่อเทรนด์ใหม่

Related Articles

#Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม
[rule_3_plain] #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม

วันที่ 26 กรกฎาคม  บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ยนตรกรรมไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แจ๊ซไฮบริดที่เปิดตัวในประเทศไทยวันนี้นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพคท์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน
“ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทยที่ กำลังมองหารถยนต์ไฮบริดที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน ซึ่งระบบนี้จะประหยัดกว่าเครื่องยนต์ถึง 35% เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลายมีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และประการสำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยา เพราะหากเทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่ถ้าราคาสูงเกินไป จับต้องได้ยากก็จะไม่เกิดประโยชน์” นายพิทักษ์กล่าว
ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและการใช้ พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ ให้ได้ภายในปี 2563 ทั้งนี้ ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ โดยร่วมแบ่งปันความยินดีกับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาย่อมเยา และมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำซึ่งเป็นวิสัยทัศน์องค์กรของฮอนด้า ปี 2563 ด้วย
นายพิทักษ์กล่าวต่อว่า การเปิดตัวแจ๊ซ ไฮบริดครั้งนี้ ได้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้แยกโควต้าการผลิตจากรุ่นเดิม ขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรุ่น จากเดิม 240,000 คันต่อปี เป็น 300,000 คันต่อปี ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาส่วนยอดค้างส่งมอบรถในรุ่นแจ๊ซ และซิตี้ มีอยู่ 50,000 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้
สำหรับคิวการจองแจ๊ซ ไฮบริดนั้น ถือว่าเป็นการเปิดจองใหม่ เพราะเป็นรถรุ่นใหม่ ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับคิวการจอง มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะทำยอดจองได้อีก 5,000 คัน และตั้งเป้าหนึ่งปีไว้ที่ 10,000 คัน
นายชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซไฮบริด ใหม่ คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งานรวมถึงการ ปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ฮอนด้า แจ๊ซรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะหรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถสามารถตอบสนองพื้นที่ใช้สอยได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบ และล้ำสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซเป็นแบบคู่ขนาน  ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่
ชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซรุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ผลลัพธ์ ที่ได้คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดขนาดซับคอมแพคท์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าใหม่ออก สู่ตลาดในประเทศไทยในวันนี้”
แจ๊ซ ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA  เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและ เร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Modeโดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็น พลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร (ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)
แจ๊ซ ไฮบริด ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้อแม็กอัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง รองรับทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบ G-CON นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย
“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลาน ของเราในอนาคต” นายพิทักษ์กล่าว
ทั้งนี้แจ๊ซ ไฮบริด มีรุ่นเดียว ตั้งราคาขายที่ 768,000 บาท  สีขาว เพิ่มอีก 10,000 บาท
ขอขอบคุณข้อมูล

Home


 

#Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม
[rule_2_plain] #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม
[rule_2_plain] #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม
[rule_3_plain]

#Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #เคาะราคา #บาท #ชจดเดนสงตอเทรนดใหม

วันที่ 26 กรกฎาคม  บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ยนตรกรรมไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แจ๊ซไฮบริดที่เปิดตัวในประเทศไทยวันนี้นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพคท์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน
“ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทยที่ กำลังมองหารถยนต์ไฮบริดที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน ซึ่งระบบนี้จะประหยัดกว่าเครื่องยนต์ถึง 35% เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลายมีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และประการสำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยา เพราะหากเทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่ถ้าราคาสูงเกินไป จับต้องได้ยากก็จะไม่เกิดประโยชน์” นายพิทักษ์กล่าว
ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและการใช้ พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ ให้ได้ภายในปี 2563 ทั้งนี้ ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ โดยร่วมแบ่งปันความยินดีกับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาย่อมเยา และมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำซึ่งเป็นวิสัยทัศน์องค์กรของฮอนด้า ปี 2563 ด้วย
นายพิทักษ์กล่าวต่อว่า การเปิดตัวแจ๊ซ ไฮบริดครั้งนี้ ได้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้แยกโควต้าการผลิตจากรุ่นเดิม ขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรุ่น จากเดิม 240,000 คันต่อปี เป็น 300,000 คันต่อปี ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาส่วนยอดค้างส่งมอบรถในรุ่นแจ๊ซ และซิตี้ มีอยู่ 50,000 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้
สำหรับคิวการจองแจ๊ซ ไฮบริดนั้น ถือว่าเป็นการเปิดจองใหม่ เพราะเป็นรถรุ่นใหม่ ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับคิวการจอง มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะทำยอดจองได้อีก 5,000 คัน และตั้งเป้าหนึ่งปีไว้ที่ 10,000 คัน
นายชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซไฮบริด ใหม่ คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งานรวมถึงการ ปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ฮอนด้า แจ๊ซรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะหรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถสามารถตอบสนองพื้นที่ใช้สอยได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบ และล้ำสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซเป็นแบบคู่ขนาน  ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่
ชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซรุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ผลลัพธ์ ที่ได้คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดขนาดซับคอมแพคท์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าใหม่ออก สู่ตลาดในประเทศไทยในวันนี้”
แจ๊ซ ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA  เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและ เร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Modeโดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็น พลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร (ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)
แจ๊ซ ไฮบริด ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้อแม็กอัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง รองรับทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบ G-CON นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย
“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลาน ของเราในอนาคต” นายพิทักษ์กล่าว
ทั้งนี้แจ๊ซ ไฮบริด มีรุ่นเดียว ตั้งราคาขายที่ 768,000 บาท  สีขาว เพิ่มอีก 10,000 บาท
ขอขอบคุณข้อมูล

Home


 

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button