THAI LAND

HONDA Accord 2019 เจเนอเรชันที่ 10 ยนตรกรรมชูเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ใหม่ สู่ตลาดไทย มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ เครื่องยนต์ Di VTEC TURBO 1.5 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า และระบบ Sport Hybrid i-MMD ให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังพร้อมทั้งประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ อีกระดับของความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบ มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตอย่างลงตัว ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการและการเปิดตัว Honda Accord ใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2019

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร Chief Operating Officer บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Honda Accord ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 เป็นรุ่นแรกที่อยู่ภายใต้การใช้งาน ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้านเทคโนโลยีไฮบริด ตั้งเป้ายอดขายภายใน 1 ปีหลังส่งมอบ 9,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี

ส่วนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอาจไม่เร็วนักเพราะราคาแบตเตอรี่ยังสูงอยู่ และโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ หากรัฐบาลสนับสนุนให้เป็นธุรกิจหรือสินค้าพิเศษอย่างจีนที่รัฐบาลสนับสนุนให้ราคาต่ำลง ก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมจะทำให้ตลาดเกิดขึ้นได้
“Honda Accord เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สำคัญที่สุดของ Honda ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ทั่วโลกรวมถึงลูกค้าชาวไทย และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่นที่ 9 โดยมี Honda Accord เป็นรถยนต์ที่เป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ออกสู่ตลาดเพื่อพัฒนารถยนต์ต่อไป ในโลกปัจจุบันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการพัฒนายานยนต์ไปอีกขั้น เพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยการก้าวข้ามขีดจำกัดและท้าทายความเชื่อดั้งเดิม ฮอนด้า แอคคอร์ด เจนเนอเรชั่นที่ 10 ใหม่ จะยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในรถยนต์รุ่นต่อไป ทั้งเทคโนโลยีการขับขี่และเทคโนโลยีความปลอดภัยพร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ตระดับพรีเมียมผ่านการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่จะพาคุณไปสัมผัสบทใหม่ของโลกยานยนต์”

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อมระบบส่งกำลัง 2 แบบ ได้แก่

เครื่องยนต์ Di VTEC TURBO 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองทันทีด้วยแรงบิด 243 นิวตันเมตรจากเทคโนโลยีไดเร็กอินเจคชั่น ฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ให้สมรรถนะในการขับขี่ที่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 16.4 กม./ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้เช่นกัน

ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบเรียง 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลังสองตัวพร้อมตัวแปรไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง อัตราส่วนเกียร์อัตโนมัติ (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบสูงสุดถึง 215 แรงม้า ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อตอบสนองทุกสภาวะการขับขี่ รวมถึงโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้า (EV Drive Mode), โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่เครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่อีกด้วย Sport (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้ง่ายโดยการกดปุ่ม Sport ที่อยู่บนคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับความรู้สึกในการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกเร้าใจ ระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร นอกจากนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 g/km

สู่อีกขั้นของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ผสมผสานเรดาร์และกล้องหน้า เพื่อตรวจจับสภาพถนน ช่วยเตือนคนขับและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ที่มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ประกอบด้วย

> ระบบเบรกป้องกันการชนกัน (CMBS)

> Adaptive Cruise Control พร้อมติดตามความเร็วต่ำ: ACC พร้อม LSF

> ระบบช่วยควบคุมรถในเลน (Lane Keeping Assist System : LKAS)

> ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกจากเลน (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

> ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)



พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยล้ำสมัยระดับพรีเมียม เช่น Cross Traffic Monitor (CTM) พร้อมเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ เมื่อรถคันอื่นขับเข้ามาทางซ้ายหรือขวาขณะถอยหลัง Multi-View Camera System (MVCS) จะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้งไว้ 4 จุดรอบคัน (หน้า หลัง ซ้ายและขวา) สามารถแสดงภาพได้ทุกมุม รวมถึงการจำลองจากมุมสูงเพื่อดูทุกทิศทางรอบตัวรถ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ชัดเจน ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมการบังคับเลี้ยวอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังตามคำแนะนำและตามตำแหน่งบนหน้าจอ ทำให้คนขับสะดวกทั้งจอดรถแบบขนานและถอยหลังเข้าจอดได้สะดวก เป็นต้น

การออกแบบภายนอกผสมผสานความหรูหรา ความสง่างาม และความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบที่สง่างามแต่ปราณีตในทุกรายละเอียดด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคมสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่เหนือกว่า มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Lights) พร้อมไฟท้ายแบบ LED ที่ออกแบบให้สะท้อนแสง เอกลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตใหม่ ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และ 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

อีกระดับของการออกแบบตกแต่งภายในที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานความสปอร์ตระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัวโดยใช้เส้นโครงสร้างแนวนอนเพื่อให้พื้นที่คอนโซลกลางโปร่งโล่งและทำให้มีพื้นที่วางขามากขึ้น ทั้งยังให้ทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายด้วยฟังก์ชันระดับพรีเมียม เช่น Head-Up Display (HUD) มาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว และระบบเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รุ่น Advanced Touch รองรับคำสั่งเสียง Apple CarPlay และ SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมระบบปรับอากาศพร้อมกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น ในครั้งนี้ Honda Accord ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายในห้องโดยสารที่เงียบ ห้องโดยสารก้าวไปอีกขั้น เพื่อมอบสุนทรียภาพระดับสูงในทุกการเดินทาง

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลตตินั่ม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (มุก) เมทัลลิก) มาใน 3 สีภายใน: สีเบจไอวอรี่ สีดำ และสีน้ำตาล (สำหรับรุ่น HYBRID TECH เท่านั้น) ขึ้นอยู่กับสีภายนอกของรถ

มี 3 รุ่นให้เลือก:

> รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท

> รุ่น HYBRID ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท

> รุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

ฮอนด้าจะประกาศราคาและความพร้อมใช้งานของ Honda Accord ใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2019 ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส Honda Accord ใหม่ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ที่บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี สามารถสอบถามเพิ่มเติมและสงวนสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ Honda Accord ใหม่ ก่อนใครภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord

บันทึก:

– อุปกรณ์มาตรฐานจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

– สีภายในที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสีภายนอก

– Platinum White (Pearl) เพิ่ม 12,000 บาท และ Crystal Black (Pearl) เพิ่ม 8,000 บาท

ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

HONDA Accord 2019 เจเนอเรชันที่ 10 ยนตรกรรมชูเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย
#HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย
[rule_3_plain] #HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)  แนะนำ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 สู่ตลาดประเทศไทย  มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO 190 แรงม้า และระบบ Sport Hybrid i-MMD มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังแต่คงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ครบครัน มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความหรูหราและความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว โดยฮอนด้า เผยราคาประมาณการ ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือน พฤษภาคม 2562

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 รถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นแรกที่อยู่ภายใต้การขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนของเทคโนโลยีไฮบริด โดยตั้งเป้ายอดขายภายใน 1 ปีหลังจากการส่งมอบไว้อยู่ที่ 9,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี

สำหรับการก้าวสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในไทย เห็นว่า อาจจะไม่เร็ว เนื่องจากราคาของแบตเตอรี่ยังสูง และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอ หากรัฐบาลสนับสนุนให้เป็นธุรกิจหรือสินค้าพิเศษเช่นเดียวกับจีน ที่รัฐบาลสนับสนุนให้ราคาถูกลง มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมก็จะทำให้ตลาดเกิดขึ้นได้
“ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้าที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า ทั่วโลกรวมถึงลูกค้าชาวไทย และได้ทำการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจเนอเรชันที่ 9 โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่เป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อต่อยอดการพัฒนายนตรกรรมเสมอมา ในปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมให้เหนือระดับไปอีกขั้น เพื่อก้าวนำเทคโนโลยี ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดและท้าทายความเชื่อแบบเดิม ๆ ครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 จะยังความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณความ สปอร์ตพรีเมียมผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อพาคุณสัมผัสโลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม”

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ได้แก่

 

 

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sport ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

สู่อีกระดับของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

> ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

> ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

> ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

> ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

> ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ด้วยเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาขณะรถถอย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) จะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้ง 4 จุดรอบคัน (ด้านหน้า หลัง ซ้าย และขวา) สามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง รวมถึงภาพจำลองจากมุมสูงเพื่อให้เห็นทุกทิศทางรอบคัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างชัดเจน ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตามตำแหน่งบนหน้าจอ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ทั้งการจอดรถแนวขนานและการถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น

ดีไซน์ภายนอกผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมอย่างเหนือระดับ มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LED พร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

อีกขั้นของดีไซน์ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น ซึ่งครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้รับการพัฒนาในเรื่องความเงียบภายใน ห้องโดยสารไปอีกขั้น เพื่อมอบสุนทรียภาพในทุกการเดินทางอย่างเหนือระดับยิ่งขึ้น

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และ สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก

 

โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

> รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท

> รุ่น HYBRID ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท

> รุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

ทางฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 นี้ ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

– สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย
[rule_2_plain] #HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย
[rule_2_plain] #HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย
[rule_3_plain]

#HONDA #Accord #เจเนอเรชนท #ยนตรกรรมชเทคโนโลยการขบเคลอนและเทคโนโลยเพอความปลอดภย

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)  แนะนำ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 สู่ตลาดประเทศไทย  มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO 190 แรงม้า และระบบ Sport Hybrid i-MMD มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังแต่คงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ครบครัน มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความหรูหราและความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว โดยฮอนด้า เผยราคาประมาณการ ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือน พฤษภาคม 2562

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 รถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นแรกที่อยู่ภายใต้การขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนของเทคโนโลยีไฮบริด โดยตั้งเป้ายอดขายภายใน 1 ปีหลังจากการส่งมอบไว้อยู่ที่ 9,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี

สำหรับการก้าวสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในไทย เห็นว่า อาจจะไม่เร็ว เนื่องจากราคาของแบตเตอรี่ยังสูง และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอ หากรัฐบาลสนับสนุนให้เป็นธุรกิจหรือสินค้าพิเศษเช่นเดียวกับจีน ที่รัฐบาลสนับสนุนให้ราคาถูกลง มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมก็จะทำให้ตลาดเกิดขึ้นได้
“ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้าที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า ทั่วโลกรวมถึงลูกค้าชาวไทย และได้ทำการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจเนอเรชันที่ 9 โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่เป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อต่อยอดการพัฒนายนตรกรรมเสมอมา ในปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมให้เหนือระดับไปอีกขั้น เพื่อก้าวนำเทคโนโลยี ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดและท้าทายความเชื่อแบบเดิม ๆ ครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 จะยังความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณความ สปอร์ตพรีเมียมผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อพาคุณสัมผัสโลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม”

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ได้แก่

 

 

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sport ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

สู่อีกระดับของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

> ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

> ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

> ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

> ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

> ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ด้วยเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาขณะรถถอย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) จะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้ง 4 จุดรอบคัน (ด้านหน้า หลัง ซ้าย และขวา) สามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง รวมถึงภาพจำลองจากมุมสูงเพื่อให้เห็นทุกทิศทางรอบคัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างชัดเจน ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตามตำแหน่งบนหน้าจอ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ทั้งการจอดรถแนวขนานและการถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น

ดีไซน์ภายนอกผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมอย่างเหนือระดับ มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LED พร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

อีกขั้นของดีไซน์ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น ซึ่งครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้รับการพัฒนาในเรื่องความเงียบภายใน ห้องโดยสารไปอีกขั้น เพื่อมอบสุนทรียภาพในทุกการเดินทางอย่างเหนือระดับยิ่งขึ้น

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และ สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก

 

โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

> รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท

> รุ่น HYBRID ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท

> รุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

ทางฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 นี้ ณ บูธ A9 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

– สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button