Bentley

HONDA เปิดตัว “2021 HONDA CIVIC ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11” สปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่ม 964,900.

HONDA เปิดตัว “2020 HONDA CIVIC New Generation 11” Premium Sport ราคาเริ่มต้น 964,900.

  • ครบทุกรุ่นย่อยด้วยเครื่องยนต์ VTEC เทอร์โบ 1.5 ลิตร ใหม่ ที่มอบความแรงเร้าใจแต่ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ยกระดับ
    ก้าวไปอีกขั้นกับระบบใหม่
    ระบบแจ้งเตือนรถนำออก (LCDN)
  • กีฬาระดับพรีเมียมจากทุกมุมมองด้วยการออกแบบที่ประณีตทั้งภายในและภายนอก ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย
  • สปอร์ตโฉบเฉี่ยวไปอีกขั้นกับรุ่น RS ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำรอบคันเป็นพิเศษ พร้อมท่อไอเสียคู่
  • ครั้งแรกกับ ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะด้วย ฮอนด้าสมาร์ทคีย์การ์ด มอบประสบการณ์ความสบายระดับพรีเมียม

6 ส.ค. 20ฮอนด้า เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นแรก 11 ตอกย้ำไอคอนสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียม ที่ได้พัฒนา DNA สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ให้นำหน้า 10 รุ่นหลัง คราวนี้ Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 11 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วย

ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตระดับพรีเมียมในทุกมุมมอง เพิ่มความโฉบเฉี่ยว โฉบเฉี่ยว RS ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่แต่งด้วยโทนสีดำรอบคันโดยเฉพาะ พร้อมท่อไอเสียคู่

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ด้วยโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ถึง 3 โหมด นอกจากนี้ในทุกรุ่นย่อยให้กำลังและพลังที่เร้าใจกว่าใครเครื่องยนต์ VTEC เทอร์โบ 1.5 ลิตรใหม่พร้อมเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร และสนับสนุนพลังงานทดแทน E85 แล้วก็มาเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกระดับด้วยระบบใหม่ ระบบแจ้งเตือนรถนำออก (LCDN)

ความสบายเหนือระดับกับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูอัจฉริยะด้วย ฮอนด้าสมาร์ทคีย์การ์ด มาพร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยขั้นสูง ที่พร้อมให้สัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ เนื่องจาก 6 สิงหาคม ปี 2564 เป็นต้นไป ด้วยราคาเริ่มต้น 964,900 บาท

มร.มาซายูกิ อิการาชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Asian Honda Motor Company บจก. กล่าวว่า “Honda Civic เป็นรถยนต์ที่วิ่งมายาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 1972 ตลอดเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชั่น Ration ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคันในกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่เปิดตัว Honda Civic Sedan Generation ใหม่ ระดับ 11 เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในเอเชียและโอเชียเนียอีกด้วย”

มร. โนริยูกิ ทาคาคุระ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Honda Civic เป็นไอคอนของรถยนต์ซีดานที่เติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย พร้อมทั้งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด ซึ่งพิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถคอมแพ็ค ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน พร้อม DNA สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะในการขับขี่ อีกทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการ ส่งผลให้ Honda Civic รุ่นล่าสุดสามารถครอง 1 ในส่วนที่จะ 5 ปีติดต่อกัน และวันนี้ฉันเชื่อว่า ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นแรก 11 จะมายกระดับคอมแพคซีดานให้เหนือชั้นกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์สปอร์ตระดับพรีเมียม ผสานสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและการประหยัดเชื้อเพลิงด้วยขุมพลัง VTEC TURBO และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย เพื่อสร้างตำนานใหม่ในฐานะสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมที่ทุกคนรอคอย”

ดีไซน์สปอร์ตระดับพรีเมียมจากทุกมุมมอง โดดเด่นด้วยความปราณีต…ในทุกรายละเอียด

ฮอนด้า ซีวิค รุ่นแรก 11 มาพร้อมดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงความสปอร์ตระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์พร้อมไฟสำหรับขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอกหน้าและไฟท้าย LED สไตล์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียคู่ และล้ออัลลอยแบบใหม่

ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกหน้าและไฟท้าย LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมโลโก้ RS ที่ด้านหลัง ท่อไอเสียคู่พร้อมท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในห้องโดยสาร สะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง คันเร่งแบบสปอร์ต และแป้นเบรกสะกดทุกสายตา จุดไฟสีแดง (โลหะ) รุ่น RS เท่านั้น

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายที่ตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถของคุณเป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่หลากหลาย*

สำหรับรุ่น RS เช่น ใหม่ ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะด้วย ฮอนด้าสมาร์ทคีย์การ์ด ดีไซน์หรูหรา พกพาสะดวก ให้คุณล็อคและปลดล็อครถได้อย่างสบาย เพียงพกบัตรติดตัวไปด้วย

เกจพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 10.2 ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสนิ้ว 9 หุ่นจำลองนิ้ว สัมผัสขั้นสูง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และการควบคุมด้วยเสียงของ Siri ที่ชาร์จไร้สาย (ที่ชาร์จไร้สาย)

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมระบบปรับอากาศพร้อมกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบปรับอุณหภูมิอิสระ ซ้าย-ขวา และ Honda Connect (Honda CONNECT) เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เป็นต้น


สำหรับรุ่น EL+ และ EL เช่น เกจพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสนิ้ว 7 หุ่นจำลองนิ้ว สัมผัสขั้นสูง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และการควบคุมด้วยเสียงของ Siri การสตาร์ทเครื่องยนต์และการปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ฯลฯ


ขับเหนือทุกจุดหมายสู่ความสมบูรณ์แบบใหม่

Related Articles

รุ่นย่อยทั้งหมดติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน้าที่หลักของมันมีดังนี้:

  • ระบบเบรกป้องกันการชน (CMBS) ช่วยเตือนคนขับให้ลดความเร็วเมื่อมีรถ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนในระยะทางที่ไม่ปลอดภัยและเมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ระบบจะช่วยเสริมกำลังเบรกโดยอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
  • Variable Cruise Control พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าด้วยความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed ​​​​Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถในเลน (Lane Keeping Assist System : LKAS)
  • ระบบบรรเทาการออกจากถนนพร้อมคำเตือนการออกนอกเลน: RDM พร้อม LDW
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบเตือนใหม่เมื่อรถด้านหน้าเคลื่อนที่ (ระบบแจ้งเตือนรถนำออก: LCDN)

ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน* เช่น ระบบแสดงภาพจุดบอดขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเตือนความจำเหนื่อยขณะขับรถ (ตัวตรวจสอบความสนใจของผู้ขับขี่) กล้องมองหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกจอดรถไฟฟ้า ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารตอนหลัง (ระบบเตือนผู้โดยสารด้านหน้าและเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง) และไฟเตือนเบาะหลัง (ระบบเตือนเบาะหลัง) เป็นต้น


การขับขี่ที่ไม่ใช่แค่ความแรงแต่เปลี่ยนทุกอย่าง

พลังอันทรงพลังที่มอบความตื่นเต้นเหนือใครด้วย กำลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC เทอร์โบ ใหม่ 4 ปั๊ม 16 วาล์ว พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์เร็วขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที จะตอบสนองทันทีแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที

ผสมผสานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราตัวแปรแบบต่อเนื่อง CVT อัตราเร่งและประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมถึง 17.2 กิโลเมตร/ลิตร อีกด้วยสนับสนุนพลังงานทดแทน E85 ด้วย 3 โหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ตามสไตล์:

  • โหมด ECON – โหมดการขับขี่แบบประหยัด และปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่อการประหยัดน้ำมันมากขึ้น
  • โหมดปกติ – โหมดการขับขี่ปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานทั่วไป
  • มากขึ้นด้วย โหมดกีฬา – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่เครื่องยนต์ทำงานตอบสนองอัตราเร่งดีขึ้นเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน (เฉพาะรุ่น RS)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย คือ

  • แบบอย่าง RS ราคา 1,199,900 บาท
  • แบบอย่าง EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • แบบอย่าง EL ราคา 964,900 บาท

มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 6 สี คือ จุดไฟสีแดง (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่: Morning Mist Blue (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และเมธิโอรอยด์ เกรย์ (เมทัลลิก) นอกจากนี้ สีขาวแพลตตินั่ม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีภายในมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีเทาเบจ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก

พร้อมข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ง่ายขึ้นด้วย น่าสนใจ 2.99พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันสุดคุ้ม 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564


ยังเพิ่มความสปอร์ตไปอีกระดับ ชุดแต่งโมดูโล่ (โมดูโล่) ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ ทำให้ CIVIC 3F (แฟชั่น ฟังก์ชั่น และจุดเด่น)” มีของแต่งให้เลือก เช่น สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท ที่วางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท บันได LED ในราคา 5,100 บาท ครอบกระจกมองข้างราคา 1,000 บาท และคิ้วซุ้มล้อหน้าราคาอยู่ที่ 1,950. ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท กระจังหน้าตกแต่งราคา 3,900 บาท กันชนหลังราคา 5,900 บาท ไฟท้าย 2,200 บาท เป็นต้น

หรือจะเลือกตกแต่งเป็นแพ็คเกจบอดี้คิททั้ง 4 แพ็คเกจ ได้แก่

  • แพ็คเกจตกแต่งท่อไอเสีย ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ท่อไอเสียสแตนเลส 2 ชิ้น
  • แพ็คเกจกีฬา ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งที่กันชนหลัง
  • Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า แผ่นปิดกันชนท้ายและสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
  • แพ็คเกจ Modulo Aero ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีจำหน่ายที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ www.honda.co.th/civic ลูกค้าสามารถทดสอบประสิทธิภาพได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

บันทึก

  • *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • เพิ่มสีขาวแพลตตินั่ม(มุก) 10,000 บาทและคริสตัลสีดำ (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
  • ไม่รวมราคาของอุปกรณ์เสริม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https//ฮอนด้าแอคเซส.co.ไทย/ไลน์ขึ้น/ฮอนด้าพลเมือง/

Thông tin thêm

HONDA เปิดตัว “2021 HONDA CIVIC ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11” สปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่ม 964,900.

#HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม
[rule_3_plain] #HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม

HONDA เปิดตัว “2021 HONDA CIVIC ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11” สปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่ม 964,900.

จัดเต็มสำหรับทุกรุ่นย่อย ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ ที่มอบความแรงเร้าใจแต่ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ยกระดับ
ไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN)
สปอร์ตพรีเมียมทุกมุมมอง ด้วยดีไซน์ประณีตทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย
สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอีกขั้น ด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่
ครั้งแรกกับ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายสุดพรีเมียม

6 ส.ค.64 – Honda เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ตอกย้ำความเป็นไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ได้รับการพัฒนาดีเอ็นเอความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้ก้าวล้ำตลอด 10 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 พร้อมแล้วที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วย
ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 3 โหมด นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อยให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN)
สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยพร้อมให้สัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป  ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 964,900 บาท
นายมาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค เป็นยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้รับการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่มาอย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชัน โดยได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคัน ในมากกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่จะเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ในฐานะตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียอีกด้วย”
นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นไอคอนของรถซีดานที่เติบโตคู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมทั้งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคท์ ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน ด้วยดีเอ็นเอความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ อีกทั้งครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ส่งผลให้ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค สามารถครองอันดับ 1 ในเซกเมนต์ถึง 5 ปีซ้อน และในวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 จะเข้ามายกระดับคอมแพคท์ซีดานให้เหนือกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมาอีกครั้ง ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตพรีเมียม ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันด้วยขุมพลัง VTEC TURBO พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ที่จะมาสร้างตำนานบทใหม่ ให้สมกับเป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่ทุกคนรอคอย”

ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง โดดเด่นกว่าด้วยความประณีต…ในทุกรายละเอียด
ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราในทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน  ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่
ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสะกดทุกสายตาด้วย สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย*
สำหรับรุ่น RS อาทิ ใหม่ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ขับเคลื่อนเหนือทุกจุดหมาย สู่ความสมบูรณ์แบบใหม่
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน* อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)  เป็นต้น

การขับเคลื่อนที่ไม่ใช่แค่ความแรง แต่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
แรงทรงพลังที่มอบความเร้าใจเกินใครกับ ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ 4 สูบ 16 วาล์ว ที่พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที
ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.2 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
เพิ่มเติมด้วย Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย  ได้แก่

รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท
รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท
รุ่น EL ราคา 964,900 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก
มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ง่ายขึ้นกับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ยังเสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Make the CIVIC 3F (Fashion, Function and Featured)” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท คิ้วบันได LED ราคา 5,100 บาท ฝาครอบกระจกมองข้าง ราคา 1,000 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,950 บาท ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท คิ้วตกแต่งกันชนหลัง ราคา 5,900 บาท ไฟส่องสว่างที่เท้า ราคา 2,200 บาท เป็นต้น
หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ได้แก่

Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น
Sport Package ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งกันชนหลัง
Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า คิ้วตกแต่งกันชนหลัง และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
Modulo Aero Package ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ www.honda.co.th/civic ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
หมายเหตุ

*อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่รวม VAT 7%
ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line–up/honda–civic/

 

#HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม
[rule_2_plain] #HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม
[rule_2_plain] #HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม
[rule_3_plain]

#HONDA #เปดตว #HONDA #CIVIC #ใหม #เจเนอเรชนท #สปอรตพรเมยม #ราคาเรม

HONDA เปิดตัว “2021 HONDA CIVIC ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11” สปอร์ตพรีเมียม ราคาเริ่ม 964,900.

จัดเต็มสำหรับทุกรุ่นย่อย ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ ที่มอบความแรงเร้าใจแต่ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ยกระดับ
ไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN)
สปอร์ตพรีเมียมทุกมุมมอง ด้วยดีไซน์ประณีตทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย
สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอีกขั้น ด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่
ครั้งแรกกับ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายสุดพรีเมียม

6 ส.ค.64 – Honda เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ตอกย้ำความเป็นไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ได้รับการพัฒนาดีเอ็นเอความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้ก้าวล้ำตลอด 10 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 พร้อมแล้วที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วย
ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 3 โหมด นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อยให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN)
สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยพร้อมให้สัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป  ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 964,900 บาท
นายมาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค เป็นยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้รับการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่มาอย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชัน โดยได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคัน ในมากกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่จะเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 ในฐานะตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียอีกด้วย”
นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นไอคอนของรถซีดานที่เติบโตคู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมทั้งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคท์ ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน ด้วยดีเอ็นเอความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ อีกทั้งครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ส่งผลให้ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค สามารถครองอันดับ 1 ในเซกเมนต์ถึง 5 ปีซ้อน และในวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชันที่ 11 จะเข้ามายกระดับคอมแพคท์ซีดานให้เหนือกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมาอีกครั้ง ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตพรีเมียม ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันด้วยขุมพลัง VTEC TURBO พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ที่จะมาสร้างตำนานบทใหม่ ให้สมกับเป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่ทุกคนรอคอย”

ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง โดดเด่นกว่าด้วยความประณีต…ในทุกรายละเอียด
ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราในทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน  ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่
ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสะกดทุกสายตาด้วย สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย*
สำหรับรุ่น RS อาทิ ใหม่ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ขับเคลื่อนเหนือทุกจุดหมาย สู่ความสมบูรณ์แบบใหม่
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน* อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)  เป็นต้น

การขับเคลื่อนที่ไม่ใช่แค่ความแรง แต่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
แรงทรงพลังที่มอบความเร้าใจเกินใครกับ ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ 4 สูบ 16 วาล์ว ที่พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที
ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.2 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
เพิ่มเติมด้วย Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย  ได้แก่

รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท
รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท
รุ่น EL ราคา 964,900 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก
มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ง่ายขึ้นกับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ยังเสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Make the CIVIC 3F (Fashion, Function and Featured)” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท คิ้วบันได LED ราคา 5,100 บาท ฝาครอบกระจกมองข้าง ราคา 1,000 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,950 บาท ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท คิ้วตกแต่งกันชนหลัง ราคา 5,900 บาท ไฟส่องสว่างที่เท้า ราคา 2,200 บาท เป็นต้น
หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ได้แก่

Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น
Sport Package ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งกันชนหลัง
Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า คิ้วตกแต่งกันชนหลัง และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
Modulo Aero Package ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ www.honda.co.th/civic ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดสอบสมรรถนะได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
หมายเหตุ

*อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่รวม VAT 7%
ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line–up/honda–civic/

 

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button