Bentley

HONDA ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ในการประกาศยอดขายครึ่งปี 2563

HONDA ครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ในการประกาศขายครึ่งปี 2020

31 ก.ค. 63 ฮอนด้า รายงานผลการปฏิบัติงานระหว่างสถานการณ์ covid-19 ครึ่งปีแรกของปี 2020 กับยอดขายสะสมระหว่างเดือนในเดือนมกราคม-มิถุนายน 2563 มีรถยนต์รวม 41,326 คัน หรือ 29.2% ขึ้นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งจากยอดขายรวม 141,366 คัน

โดย ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้, ฮอนด้า ซีวิค, ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ Honda CR-V ใหม่ยังคงเป็นรถที่ยอดเยี่ยมและครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่ม

จากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลายคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฮอนด้าคาดตลาดรถยนต์โดยรวมปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 680,000 คัน

พร้อมกันนี้ ฮอนด้าได้ประกาศทิศทางของธุรกิจในปี 2563 ที่พร้อมสนองความต้องการของผู้ที่การบริโภคที่ทันสมัย

เน้นกลยุทธ์ดิจิทัล พร้อมอัพเกรดบริการหลังทำขายเพิ่มขึ้นความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อรองรับวิถีชีวิตแบบ New Normal

ภาพรวมธุรกิจยานยนต์และความคล่องตัวความเคลื่อนไหวของฮอนด้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 ทำให้คนต้องเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการทำงาน ผู้บริโภคลังเลที่จะใช้จ่ายและตัดสินใจซื้อล่าช้า ภาคธุรกิจทั่วประเทศหยุดชะงักรวมถึงธุรกิจรถยนต์

ส่งผลให้ยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 (มกราคม-มิถุนายน 2563) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้ว

โดยมียอดขายรถยนต์รวม 325,773 คัน หรือลดลง 38.7% ใกล้เคียงกับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจำนวนบุคคลที่มียอดขาย 141,366 หน่วย หรือลดลง 41.8%

ยอดขายรถยนต์ฮอนด้าครึ่งปีแรกของปี 2020

ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนักกระทบยอดขายรถยนต์อย่างมากแต่ไปในทางที่ดีขึ้นกับยอดขายที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ Honda มียอดขายรวมทั้งสิ้น 41,326 คัน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 29.2% ซึ่งสามารถเป็นยอดขายอันดับหนึ่งได้หนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโกล

แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วอัตราลดลง 36.1%ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ฮอนด้ายังคงมีอัตราการเติบโตเติบโตดีกว่าตลาดรถยนต์ส่วนตัวโดยรวม

สำหรับยอดขายรถยนต์ฮอนด้าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม – มิถุนายน 2563) แบ่งตามเซ็กเมนต์ประกอบด้วย

ฮอนด้า ซิตี้ เอสวี (2)

ซับคอมแพ็ก ซีดาน

  • HONDA CITY ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มนี้ ด้วยยอดขาย 16,950 หน่วย หรือ 39.3%

HONDA CIVIC HATCHBACK เทอร์โบอาร์เอส (2)

กลุ่มรถคอมแพ็ค

Related Articles
  • HONDA CIVIC และ HONDA CIVIC HATCHBACK ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขาย 8,656 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 56.7%

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อาร์เอส (2) ฮอนด้า CR-V 2.4 ES 4WD (2)

กลุ่มรถสปอร์ตอเนกประสงค์

  • ในกลุ่มรถสปอร์ตอเนกประสงค์Honda HR-V ขนาดกลาง ครองอันดับ 1 ด้วยยอดขายสะสม 3,667 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 33%
  • กลุ่มรถสปอร์ตอเนกประสงค์Honda CR-V ขนาดใหญ่ครองอันดับ 1 ด้วยยอดขายสะสม 1,978 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 43%

ฮอนด้า แอคคอร์ด เทอร์โบ EL (2)

กลุ่มรถครอบครัว

  • Honda Accord มียอดขายสะสม 2,270 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 45.3%

ทิศทางธุรกิจฮอนด้าในปีนี้ 2020

ในช่วงนี้ลูกค้าบางท่านที่ใช้เพื่อเลื่อนการซื้อและเริ่มคืนสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อร่วมกับรัฐบาลที่มีมาตรการต้องผ่านเพื่อควบคุมการแพร่กระจายการระบาดของ covid-19 พร้อมแผนฟื้นฟูและให้กำลังใจปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ค่อยๆ ออกมา ซึ่งฮอนด้าคาดหวังจากปัจจัยเหล่านี้ซึ่งจะมีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมและทำให้มีความต้องการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ฮอนด้าได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใน 3 ด้าน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคใหม่ซึ่งประกอบด้วย

1) การขายและการตลาด

ฮอนด้า ยกระดับการตลาดออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ (Big Data) และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพภาพการดำเนินงานในหลายพื้นที่ เช่น

  • ช่องทางออนไลน์

    Honda ได้อัพเกรดรูปแบบการจัดวางกิจกรรมออนไลน์ตามพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนผู้บริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการของลูให้ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • นิว นอร์มอล ออโต้โชว์

    ฮอนด้าได้ปรับปรุงจัดแสดงในนิทรรศการยานยนต์ต่างๆ ตามแนวคิด น้อยแต่มาก คือการลดโครงสร้างให้กว้าง เปิดพื้นที่ท้ายรถ เน้นระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้ดูรถได้เต็มที่สนใจและได้รับการแนะนำ เว็บแชท เป็นครั้งแรกซึ่งเป็นช่องทางสื่อการสื่อสารออนไลน์และการแชทระหว่างลูกค้ากับสถานที่ให้คำปรึกษาการขายจากโชว์รูมฮอนด้าทุกแห่งประเทศและยัง 360 ประสบการณ์ ให้กับลูกค้าที่ถึงแม้จะไม่ได้มาชมผลงานด้วยตัวเอง ชมบรรยากาศการออกบูธ วีดีโอแนะนำสินค้าโดย Hondaจากสุภาพสตรีสู่การรับข้อเสนอต่างๆ ที่เป็นข้อเสนอเดียวกันงาน

  • การฝึกอบรมออนไลน์

    ปรับเปลี่ยนวิธีการฝึกอบรมการอบรมจากการเรียนรู้ในห้องอบรมการเรียนออนไลน์และการสอนทางไกล (Live Training Class) เพื่อพัฒนาบุคลากรของฮอนด้า และผู้ให้บริการจัดหาบริการ Luoซื้อขายอย่างเต็มประสิทธิภาพ

2) บริการหลังการขาย

พร้อมสร้างมูลค่าการบริการการออกแบบใหม่เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการรับชมการรับรถฮอนด้าเป็นเรื่องง่าย และสามารถเลือกรับบริการแบบหลุมได้รูปแบบที่ต้องการโดยการปรับกลยุทธ์เป็นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแบบ New Normal มากขึ้นด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในสถานที่ต่างๆ ดังนี้

  • การจองออนไลน์ ส่งเสริมระบบจองคิวออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า
  • Super Fast Tech ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการเร็วขึ้น
  • ช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน บริการฉุกเฉินนอกสถานที่ตลอด 24 ชม. โดยช่างผู้ชำนาญจากศูนย์บริการการกระทำ

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ร่วมกับขายนักบินนำเสนอบริการรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ New Normal ได้แก่

  • บริการ Drop & Go สำหรับลูกค้าที่ไม่อยากรอบริการที่ศูนย์บริการ เพียงทำการนัดหมายและยืนยันการเข้ารับบริการก้าวหน้าท่านสามารถจอดรถและทิ้งกุญแจไว้ที่จุดบริการ พร้อมทั้งสามารถชำระผ่านออนไลน์ (e-Payment) ด้วย
  • บริการที่บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกในการรับชมแล้วนำรถ(บางรายการ)ไปที่บ้าน

3) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับทุกคนองค์กรโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดและมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ในยุคที่มีการแข่งขันสูง Digital Transformation มีบทบาทสำคัญในการสร้างยกระดับการแข่งขัน

ฮอนด้าเน้นสร้างบนพื้นฐานของดิจิทัลในทุกภาคส่วน มุ่งพัฒนาทักษะของผู้เล่นข้อมูลงานดิจิทัลเชื่อมโยงพร้อมวิเคราะห์ร่วมกับการศึกษาวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในการพัฒนาหลุมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และการสื่อสารทางการตลาดต่อสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


Thông tin thêm

HONDA ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ในการประกาศยอดขายครึ่งปี 2563

#HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป
[rule_3_plain] #HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป

HONDA ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล  ในการประกาศยอดขายครึ่งปี 2563

31 ก.ค. 63   Honda รายงานผลการดำเนินงานในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ด้วยยอดจำหน่ายสะสมระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน 2563 จำนวนทั้งสิ้น 41,326 คัน หรือคิดเป็น 29.2% สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่ง จากยอดขายรวมรถยนต์นั่ง 141,366 คัน
โดย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ฮอนด้า ซีวิค ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมและครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่ม
จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 680,000 คัน
พร้อมกันนี้ ฮอนด้าได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2563 ที่พร้อมตอบรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
โดยจะเน้นกลยุทธ์ด้านดิจิทัล พร้อมยกระดับงานบริการหลังการขายเพื่อเพิ่มความสะดวกและมั่นใจให้กับลูกค้ารองรับไลฟ์สไตล์แบบ New Normal
ภาพรวมธุรกิจยานยนต์และความเคลื่อนไหวของฮอนด้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการทำงาน ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย และชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้า ภาคธุรกิจทั้งประเทศหยุดชะงักรวมทั้งธุรกิจรถยนต์ด้วย
ส่งผลต่อยอดขายในครึ่งปีแรก 2563 (มกราคม – มิถุนายน 2563) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ด้วยยอดขายรถยนต์รวม 325,773 คัน หรือลดลง 38.7% เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวม ที่มียอดขาย 141,366 คัน หรือลดลง 41.8%
ยอดการจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในครึ่งแรกของปี 2563
ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่สถานการณ์โควิด-19 มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์เป็นอย่างมาก แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นด้วยยอดขายที่เริ่มฟื้นกลับขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม
ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปีนี้ ฮอนด้ามียอดขายรวม 41,326 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 29.2% ซึ่งสามารถครองยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีอัตราลดลง 36.1% ซึ่งถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ฮอนด้าก็ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลโดยรวม
สำหรับยอดขายรถยนต์ฮอนด้า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม – มิถุนายน 2563) แบ่งตามเซกเมนต์ ประกอบด้วย

กลุ่มรถยนต์ SubCompact Sedan

HONDA CITY ยังได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มนี้  ด้วยยอดขาย 16,950 คัน หรือคิดเป็น 39.3%

กลุ่มรถยนต์ Compact

HONDA CIVIC และ HONDA CIVIC HATCHBACK ยังครองความเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 8,656 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 56.7%

กลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์

ในกลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์ขนาดกลาง Honda HR-V ครองอันดับ 1 มียอดขายสะสม 3,667 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 33%
กลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ Honda CR-V ครองอันดับ 1 มียอดขายสะสม 1,978 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 43%

กลุ่มรถยนต์ครอบครัว

Honda Accord มียอดขายสะสม 2,270 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 45.3%

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของฮอนด้า ในปี 2563
ในช่วงนี้ลูกค้าบางส่วนที่เคยชะลอการซื้อออกไปก็เริ่มกลับมาตัดสินใจซื้อสินค้า ผนวกกับภาครัฐที่มีมาตรการผ่อนปรนในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดจนมีแผนฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทยอยออกมา ซึ่งฮอนด้าคาดว่าจากปัจจัยเหล่านี้จะมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้ความต้องการการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 ฮอนด้า ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใน 3 ด้าน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคใหม่ อันประกอบด้วย
1) ด้านการขายและการตลาด
ฮอนด้า เพิ่มความเข้มข้นด้านการตลาดออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ (Big Data) และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ

Trực tuyến Channel 
ฮอนด้าได้ยกระดับรูปแบบการจัดกิจกรรมออนไลน์ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

New Normal Auto Show
ฮอนด้าได้ปรับรูปแบบการจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ต่างๆ โดยยึดแนวคิด Less is More คือการปรับลดโครงสร้าง เปิดพื้นที่บูทให้กว้าง เน้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าชมรถได้อย่างมั่นใจ และได้มีการแนะนำ Webchat เป็นครั้งแรกซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารออนไลน์ และพูดคุยระหว่างลูกค้ากับที่ปรึกษาการขายจากโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ทั้งยังมี 360 Experience ให้ลูกค้าที่แม้จะไม่ได้มาเดินชมงานด้วยตัวเอง ก็สามารถรับชมบรรยากาศบูท วิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์โดยฮอนด้าเลดี้ ไปจนถึงการรับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันกับที่งาน

Trực tuyến Training
ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการฝึกอบรม จากการเรียนในห้องอบรมเป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ และการสอนผ่านทางไกล (Live Training Class) เพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งของฮอนด้า และผู้จำหน่ายให้พร้อมบริการลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2) ด้านการบริการหลังการขาย
พร้อมสร้างคุณค่าของงานบริการแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการดูแลรถยนต์ฮอนด้าเป็นเรื่องง่าย และสามารถเลือกรับบริการได้ในรูปแบบที่ต้องการ โดยได้ปรับกลยุทธ์เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของลูกค้าแบบ New Normal มากยิ่งขึ้น  โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านต่างๆ ดังนี้

Trực tuyến Booking ส่งเสริมระบบการจองคิวออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า
Super Fast Tech เพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Roadside Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง โดยช่างผู้ชำนาญงานจากศูนย์บริการ

นอกจากนี้ฮอนด้ายังได้ร่วมกับผู้จำหน่ายนำร่องเพื่อนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ตอบรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal  ได้แก่

Drop & Go Services สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการรอรับบริการที่ศูนย์บริการ เพียงนัดหมายและยืนยันงานบริการล่วงหน้า เมื่อถึงวันนัดก็สามารถนำรถมาจอดและฝากกุญแจ ณ จุดบริการได้เลย รวมถึงสามารถชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Payment) ได้อีกด้วย
Home Services บริการอำนวยความสะดวกในการดูแลรถยนต์ (บางรายการ) ถึงบ้าน

3) ด้าน Digital Transformation
สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของทั้งองค์กร โดยนำดิจิทัล เทคโนโลยีมาใช้ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด และเพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ซึ่งในยุคที่มีการแข่งขันสูง Digital Transformation มีส่วนสำคัญในการสร้างศักยภาพในการแข่งขัน
ฮอนด้าได้เน้นการสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลทุกส่วนงาน มุ่งยกระดับทักษะของพนักงานทางด้านดิจิทัล มีการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมนำไปวิเคราะห์ร่วมกับการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อการพัฒนารูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการ และการสื่อสารทางการตลาด ไปสู่สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

#HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป
[rule_2_plain] #HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป
[rule_2_plain] #HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป
[rule_3_plain]

#HONDA #ครองอนดบ #ตลาดรถยนตนงสวนบคคล #ในการประกาศยอดขายครงป

HONDA ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล  ในการประกาศยอดขายครึ่งปี 2563

31 ก.ค. 63   Honda รายงานผลการดำเนินงานในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ด้วยยอดจำหน่ายสะสมระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน 2563 จำนวนทั้งสิ้น 41,326 คัน หรือคิดเป็น 29.2% สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่ง จากยอดขายรวมรถยนต์นั่ง 141,366 คัน
โดย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ฮอนด้า ซีวิค ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมและครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่ม
จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 680,000 คัน
พร้อมกันนี้ ฮอนด้าได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2563 ที่พร้อมตอบรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
โดยจะเน้นกลยุทธ์ด้านดิจิทัล พร้อมยกระดับงานบริการหลังการขายเพื่อเพิ่มความสะดวกและมั่นใจให้กับลูกค้ารองรับไลฟ์สไตล์แบบ New Normal
ภาพรวมธุรกิจยานยนต์และความเคลื่อนไหวของฮอนด้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการทำงาน ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย และชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้า ภาคธุรกิจทั้งประเทศหยุดชะงักรวมทั้งธุรกิจรถยนต์ด้วย
ส่งผลต่อยอดขายในครึ่งปีแรก 2563 (มกราคม – มิถุนายน 2563) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ด้วยยอดขายรถยนต์รวม 325,773 คัน หรือลดลง 38.7% เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวม ที่มียอดขาย 141,366 คัน หรือลดลง 41.8%
ยอดการจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในครึ่งแรกของปี 2563
ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่สถานการณ์โควิด-19 มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์เป็นอย่างมาก แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นด้วยยอดขายที่เริ่มฟื้นกลับขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม
ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปีนี้ ฮอนด้ามียอดขายรวม 41,326 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 29.2% ซึ่งสามารถครองยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีอัตราลดลง 36.1% ซึ่งถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ฮอนด้าก็ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลโดยรวม
สำหรับยอดขายรถยนต์ฮอนด้า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม – มิถุนายน 2563) แบ่งตามเซกเมนต์ ประกอบด้วย

กลุ่มรถยนต์ SubCompact Sedan

HONDA CITY ยังได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มนี้  ด้วยยอดขาย 16,950 คัน หรือคิดเป็น 39.3%

กลุ่มรถยนต์ Compact

HONDA CIVIC และ HONDA CIVIC HATCHBACK ยังครองความเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 8,656 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 56.7%

กลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์

ในกลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์ขนาดกลาง Honda HR-V ครองอันดับ 1 มียอดขายสะสม 3,667 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 33%
กลุ่มรถยนต์สปอร์ตเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ Honda CR-V ครองอันดับ 1 มียอดขายสะสม 1,978 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 43%

กลุ่มรถยนต์ครอบครัว

Honda Accord มียอดขายสะสม 2,270 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 45.3%

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของฮอนด้า ในปี 2563
ในช่วงนี้ลูกค้าบางส่วนที่เคยชะลอการซื้อออกไปก็เริ่มกลับมาตัดสินใจซื้อสินค้า ผนวกกับภาครัฐที่มีมาตรการผ่อนปรนในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดจนมีแผนฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทยอยออกมา ซึ่งฮอนด้าคาดว่าจากปัจจัยเหล่านี้จะมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้ความต้องการการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 ฮอนด้า ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใน 3 ด้าน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคใหม่ อันประกอบด้วย
1) ด้านการขายและการตลาด
ฮอนด้า เพิ่มความเข้มข้นด้านการตลาดออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ (Big Data) และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ

Trực tuyến Channel 
ฮอนด้าได้ยกระดับรูปแบบการจัดกิจกรรมออนไลน์ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

New Normal Auto Show
ฮอนด้าได้ปรับรูปแบบการจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ต่างๆ โดยยึดแนวคิด Less is More คือการปรับลดโครงสร้าง เปิดพื้นที่บูทให้กว้าง เน้นระยะห่างอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าชมรถได้อย่างมั่นใจ และได้มีการแนะนำ Webchat เป็นครั้งแรกซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารออนไลน์ และพูดคุยระหว่างลูกค้ากับที่ปรึกษาการขายจากโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ทั้งยังมี 360 Experience ให้ลูกค้าที่แม้จะไม่ได้มาเดินชมงานด้วยตัวเอง ก็สามารถรับชมบรรยากาศบูท วิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์โดยฮอนด้าเลดี้ ไปจนถึงการรับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันกับที่งาน

Trực tuyến Training
ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการฝึกอบรม จากการเรียนในห้องอบรมเป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ และการสอนผ่านทางไกล (Live Training Class) เพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งของฮอนด้า และผู้จำหน่ายให้พร้อมบริการลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2) ด้านการบริการหลังการขาย
พร้อมสร้างคุณค่าของงานบริการแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการดูแลรถยนต์ฮอนด้าเป็นเรื่องง่าย และสามารถเลือกรับบริการได้ในรูปแบบที่ต้องการ โดยได้ปรับกลยุทธ์เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของลูกค้าแบบ New Normal มากยิ่งขึ้น  โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านต่างๆ ดังนี้

Trực tuyến Booking ส่งเสริมระบบการจองคิวออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า
Super Fast Tech เพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Roadside Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง โดยช่างผู้ชำนาญงานจากศูนย์บริการ

นอกจากนี้ฮอนด้ายังได้ร่วมกับผู้จำหน่ายนำร่องเพื่อนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ตอบรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal  ได้แก่

Drop & Go Services สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการรอรับบริการที่ศูนย์บริการ เพียงนัดหมายและยืนยันงานบริการล่วงหน้า เมื่อถึงวันนัดก็สามารถนำรถมาจอดและฝากกุญแจ ณ จุดบริการได้เลย รวมถึงสามารถชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Payment) ได้อีกด้วย
Home Services บริการอำนวยความสะดวกในการดูแลรถยนต์ (บางรายการ) ถึงบ้าน

3) ด้าน Digital Transformation
สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของทั้งองค์กร โดยนำดิจิทัล เทคโนโลยีมาใช้ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด และเพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ซึ่งในยุคที่มีการแข่งขันสูง Digital Transformation มีส่วนสำคัญในการสร้างศักยภาพในการแข่งขัน
ฮอนด้าได้เน้นการสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลทุกส่วนงาน มุ่งยกระดับทักษะของพนักงานทางด้านดิจิทัล มีการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมนำไปวิเคราะห์ร่วมกับการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อการพัฒนารูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการ และการสื่อสารทางการตลาด ไปสู่สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button