THAI LAND

Ferrari 812 Superfast รุ่นพิเศษ 830 แรงม้า เผยโฉมจริง 5 พ.ค.นี้

เฟอร์รารีรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ขุมพลัง V12 830 แรงม้า รุ่นเพิ่มเติมและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคจะถูกเปิดเผยในวันที่ 5 พฤษภาคมผ่านการถ่ายทอดสดทางช่องทางโซเชียลมีเดียของเฟอร์รารี ry


Ferrari 812 Superfast รุ่นพิเศษ 830 แรงม้า จะเปิดตัวในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้

ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ซีรีย์เฟอร์รารีรุ่นล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกก่อนรอบปฐมทัศน์โลกในวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 19:30 น. (เวลาประเทศไทย) และจะถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มโซเชียล สื่อของเฟอร์รารี

รถยนต์ใหม่นี้คือจุดสุดยอดของ Berlinetta ซึ่งเป็นเฟอร์รารีเครื่องวางหน้าจากเฟอร์รารี แรงบันดาลใจจาก 812 Superfast อันโด่งดัง เพื่อก้าวสู่ระดับที่เหนือกว่า ผลลัพธ์ที่ได้คือรถที่รวบรวมประสบการณ์เฟอร์รารีกว่า 70 ปี ในการแข่งขันที่แตกต่างกัน ทั่วโลกใน DNA ของสายเลือดสปอร์ตบริสุทธิ์ เพื่อถ่ายทอดความกลมกล่อมของประสิทธิภาพ รูปลักษณ์ และประสิทธิภาพ ออกมาอย่างไร้ที่ติ ด้วยการปรับแต่งทางวิศวกรรมมากมาย จึงมั่นใจได้ว่าจะมอบความตื่นเต้นในการขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ เพื่อเอาใจนักสะสมเหล่านี้และแฟนเฟอร์รารี่โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือหัวใจของรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในวิวัฒนาการล่าสุดของระบบส่งกำลัง V12 65 องศาในตำนานของ Maranello มาเป็นรถบนท้องถนนด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของ Ferrari ที่ 830 แรงม้า และเร่งความเร็วได้ถึง 9,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นรอบสูงสุดของเครื่องยนต์สันดาปภายในของ Ferrari ด้วยเช่นกัน ใช้วัสดุล้ำสมัย ชิ้นส่วนสำคัญ มากมายในเครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่ กลไกการจับเวลาวาล์วใหม่ และระบบท่อไอเสียใหม่ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับแต่งทางเทคนิคที่ช่วยให้ระบบส่งกำลังที่ดีที่สุดของเฟอร์รารีคันนี้มอบประสิทธิภาพในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในกลุ่ม V12

พลังอันดุเดือดที่เล็ดลอดออกมาจากระบบขับเคลื่อน ทำงานร่วมกับระบบควบคุมระดับไดนามิก ระดับชั้นนำ เพื่อให้แน่ใจว่ารถสามารถระเบิดประสิทธิภาพทั้งหมดได้อย่างเต็มที่ และตื่นเต้นเร้าใจอย่างเต็มที่เมื่ออยู่หลังพวงมาลัย จุดที่โดดเด่นที่สุดคือการนำระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิสระมาใช้ทั้งสี่ล้อ เพิ่มเพื่อเพิ่ม
เพิ่มความคล่องแคล่วและความแม่นยำขณะเข้าโค้ง ยังส่งผลให้พวงมาลัยตอบสนองได้ดีกว่าเดิม



ความสำเร็จด้านวิศวกรรมที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ การพัฒนานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมเมื่อเทียบกับ 812 Superfast ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากขึ้นสำหรับทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ปิดท้ายด้วยการใช้ระบบควบคุมไดนามิกของรถรุ่นใหม่ล่าสุด “Side Slip Control” ในเวอร์ชัน 7.0

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นล่าสุดนี้คือการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับแอโรไดนามิกที่เปลี่ยนแนวของรถ ทีมงานแอโรไดนามิกส์ทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักออกแบบจาก Ferrari Styling Center ได้ทำให้มีรูปทรงที่สมจริงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถยนต์บนท้องถนน แอโรไดนามิกที่ออกแบบใหม่รอบๆ จักรยานยนต์มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มแรงกดให้มากขึ้น ไล่ตั้งแต่ช่องดูดอากาศด้านหน้า ดิฟฟิวเซอร์หลัง ท่อไอเสียไปท้ายรถ ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นวงจรเรียงกระแสในอากาศ ทุกการปรับแต่งนั้นทำขึ้นตามความเชื่อหลักของ Ferrari ที่ว่า รูปทรงจะต้องสอดคล้องกับการใช้งานเสมอ

ในแง่ของการออกแบบ รถใหม่ในซีรีส์พิเศษนี้มีภาพลักษณ์ของตัวเอง มันดูแตกต่างจากต้นแบบ 812 Superfast มาก ซึ่งทำได้โดยการเลือกสไตล์ที่ขับเคลื่อนสถาปัตยกรรม การออกแบบ และไดนามิกที่มีอยู่ใน 812 Superfast ไปสู่ระดับใหม่ของความสปอร์ตสุดขีด

ตัวอย่างหนึ่งของการออกแบบใหม่คือการเปลี่ยนกระจกด้านหลังเป็นโครงสร้างอะลูมิเนียมชิ้นเดียว วงจรเรียงกระแสอากาศช่วยปรับปรุงแอโรไดนามิกของรถ แต่การออกแบบที่ต่อเนื่องมาจากหลังคาที่เลือก นอกจากนี้ยังจำลองโครงสร้างกระดูกสันหลังที่เน้นสถาปัตยกรรมของรถ
ฝากระโปรงหน้ามีครีบคาร์บอนไฟเบอร์ ความแตกต่างนี้เปลี่ยนมุมมองของรถอย่างชัดเจน ทำให้ฮูดดูสั้นลงกว่าเดิม ช่วยขับให้เห็นความกว้างของรถมากขึ้น ด้านหลังแบบเร็วช่วยให้ดูมีพลัง ทำให้รถดูกะทัดรัดและเหมือนรถแข่ง แม้จะแบ่งปันรูปแบบ สัดส่วน และความงามที่สมบูรณ์แบบกับ 812 Superfast แต่สปอยเลอร์หลังก็ใหญ่กว่าเช่นกัน แต่จะสูงขึ้นกว่าเดิม แต่การออกแบบออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถคันนี้จึงเสริมส่วนท้ายของรถให้ดูกว้างมาก จนดูเกือบเป็นแนวราบกับผิวถนน

สถาปัตยกรรมภายในสะท้อนเอกลักษณ์ของ 812 Superfast โดยคงไว้ซึ่งแดชบอร์ด แผงประตู และส่วนโค้งที่โดดเด่น องค์ประกอบอื่นๆ ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดน้ำหนัก ผสมผสานกับการใช้ H-gate ที่คอนโซล ที่ขับเคลื่อนห้องนักบินให้ดูสปอร์ตและล้ำหน้ายิ่งขึ้น สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการแข่งรถได้อย่างชัดเจน

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถและมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา Autospinn
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com
ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ ตรวจสอบราคารถใหม่ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง มาที่นี่ได้ที่ one2car


ข้อมูลมากกว่านี้

Ferrari 812 Superfast รุ่นพิเศษ 830 แรงม้า เผยโฉมจริง 5 พ.ค.นี้
#Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน
[rule_3_plain] #Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน

เฟอร์รารี่รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ขุมพลัง V12 รุ่นล่าสุด พลังแรง 830 แรงม้า รุ่นและข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมจะถูกเปิดเผยในวันที่ 5 พฤษภาคม ผ่านการถ่ายทอดสดจากช่องทางโซเชียลมีเดียของทางเฟอร์รารี่

Ferrari 812 Superfast รุ่นพิเศษ 830 แรงม้า เผยโฉมจริง 5 พ.ค.นี้ 

ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการชุดแรกของยนตรกรรมลิมิเต็ด อิดิชั่นซีรีส์รุ่นล่าสุดจาก เฟอร์รารี่ ได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกก่อนงานเวิลด์พรีเมียร์ในวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยจะจัดผ่านการถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทางเฟอร์รารี่ 

รถรุ่นใหม่คันนี้นับเป็นขีดสุดแห่งยนตรกรรม Berlinetta เครื่องยนต์วางด้านหน้าจากเฟอร์รารี่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่น 812 Superfast ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ให้ขึ้นไปสู่อีกขั้นของความเหนือชั้น ผลลัพธ์คือรถที่จารึกประสบการณ์ของเฟอร์รารี่มากกว่า 70 ปี ในสนามแข่งต่างๆ ทั่วโลกเอาไว้ใน DNA แห่งเชื้อสายสปอร์ตคาร์พันธุ์แท้ เพื่อถ่ายทอดความกลมกล่อมของสมรรถนะ, รูปโฉม และประสิทธิภาพ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยการปรับแต่งทางวิศวกรรมมากมายจนมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งความเร้าใจในการขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เพื่อเอาใจเหล่านักสะสมและแฟนพันธุ์แท้เฟอร์รารี่โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์    

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดจึงหนีไม่พ้นหัวใจหลักของรถ และในวิวัฒนาการล่าสุดแห่งขุมพลัง V12 ทำมุม 65 องศา ระดับตำนานของมาราเนลโลนี้ ก้าวขึ้นสู่การเป็น Road-car ที่มีเครื่องยนต์พละกำลังมหาศาลที่สุดของเฟอร์รารี่ – ที่ 830 แรงม้า – และเร่งได้ถึง 9,500 รอบ/นาที ซึ่งนับเป็นรอบเครื่องสูงสุดในบรรดาขุมพลังสันดาปภายในของเฟอร์รารี่เช่นกัน การใช้วัสดุที่ล้ำสมัย, ชิ้นส่วนหลักๆ มากมายในเครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบใหม่, กลไกวาล์วไทมิ่งใหม่ และระบบไอเสียใหม่ ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรับแต่งทางเทคนิคที่ช่วยให้ขุมพลังที่ดีที่สุดของเฟอร์รารี่ตัวนี้ถ่ายทอดสมรรถนะออกมาได้ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในกลุ่มเครื่องยนต์ V12 

    
พละกำลังสุดดุดันที่ปลดปล่อยมาจากระบบขับเคลื่อน ทำงานร่วมกับระบบควบคุมไดนามิกส์ระดับ Class-leading เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถระเบิดสมรรถนะทั้งหมดออกมาได้อย่างเต็มพิกัด และเปี่ยมด้วยความเร้าใจถึงขีดสุดเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย จุดที่โดดเด่นที่สุดคือการนำระบบควบคุมการเลี้ยวแบบแยกอิสระทั้งสี่ล้อ เข้ามาช่วยเพิ่ม
ความคล่องแคล่วและแม่นยำให้มากขึ้นขณะเข้าโค้ง ทั้งยังส่งผลให้พวงมาลัยตอบสนองได้เหนือชั้นกว่าเดิมอีกด้วย

ความสำเร็จทางวิศวกรรมที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมเมื่อเทียบกับ 812 Superfast ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากกว่าเดิมทั้งตัวถังภายนอกและห้องโดยสาร ปิดท้ายด้วยการใช้ระบบควบคุมไดนามิกส์ของรถ “Side Slip Control” รุ่นใหม่ล่าสุดในเวอร์ชั่น 7.0 

    
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของรถรุ่นล่าสุดคันนี้คือการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับอากาศพลศาสตร์จนทำให้เส้นสายของรถเปลี่ยนไปจากเดิม ทีมอากาศพลศาสตร์ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับนักออกแบบจาก Ferrari Styling Centre นำเอารูปทรงที่สุดขั้วซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรถยนต์ที่ใช้งานบนถนนได้ถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ แอโรไดนามิกส์ที่ได้รับการออกแบบใหม่รอบคันมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดให้มากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่ช่องรับอากาศด้านหน้า, ดิฟฟิวเซอร์หลัง, ท่อไอเสียไปจนถึงท้ายรถ ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเรียงกระแสอากาศไปในตัว ทุกการปรับแต่งถูกรังสรรค์ขึ้นตามความเชื่อหลักของเฟอร์รารี่ที่ว่า รูปทรงจะต้องสอดคล้องตามฟังก์ชั่นการใช้งานเสมอ

ในด้านของดีไซน์ รถใหม่ซีรีส์พิเศษนี้มีภาพลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งดูแตกต่างจากรุ่น 812 Superfast ที่ถูกใช้เป็นต้นแบบอย่างมาก สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการเลือกสไตล์ที่ช่วยขับสถาปัตยกรรมการออกแบบและความมีชีวิตชีวาที่มีอยู่ใน 812 Superfast ให้โดดเด่นมีความสปอร์ตแบบสุดขั้วขึ้นไปอีกขั้น

    
หนึ่งในตัวอย่างของดีไซน์ใหม่ก็คือการแทนที่กระจกหลังด้วยโครงสร้างอลูมิเนียมแบบชิ้นเดียว ตัวเรียงกระแสอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอโรไดนามิกส์ของรถ แต่ดีไซน์แบบต่อเนื่องมาจากหลังคาที่เลือกนั้น ยังจำลองโครงสร้างแบบกระดูกสันหลังที่ช่วยเน้นย้ำให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ของรถอีกด้วย
ฝากระโปรงหน้าคาดด้วยครีบคาร์บอนไฟเบอร์ ความโดดเด่นนี้เปลี่ยนมุมมองของรถได้อย่างชัดเจน มันทำให้ฝากระโปรงดูสั้นกว่าเดิม ช่วยขับให้เห็นถึงความกว้างของรถมากขึ้น ด้านท้ายแบบฟาสต์แบ็คให้ภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง ส่งให้รถดูกะทัดรัดและเหมือนรถแข่งยิ่งขึ้น แม้จะแชร์โครงร่าง, สัดส่วน และความงดงามลงตัว ร่วมกับ 812 Superfast ก็ตาม สปอยเลอร์ท้ายก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน แต่ถึงจะมีความสูงมากกว่าเดิม ทว่าการออกแบบขึ้นมาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะจึงเสริมให้ท้ายรถดูกว้างมากๆ จนดูแทบจะเป็นแนวนอนไปกับพื้นถนน

    
สถาปัตยกรรมภายในห้องโดยสารสะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่น 812 Superfast ด้วยการคงไว้ซึ่งแดชบอร์ด, แผงประตู รวมถึงความโดดเด่นของส่วนโค้งเว้าต่างๆ องค์ประกอบอื่นๆ ในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดน้ำหนัก ผสานกับการใช้ H-gate ที่คอนโซลเกียร์ ที่ขับให้ค็อกพิตดูสปอร์ตและล้ำสมัยยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณจากสนามแข่งของรถได้อย่างชัดเจน

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

#Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน
[rule_2_plain] #Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน
[rule_2_plain] #Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน
[rule_3_plain]

#Ferrari #Superfast #รนพเศษ #แรงมา #เผยโฉมจรง #พคน

เฟอร์รารี่รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ขุมพลัง V12 รุ่นล่าสุด พลังแรง 830 แรงม้า รุ่นและข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมจะถูกเปิดเผยในวันที่ 5 พฤษภาคม ผ่านการถ่ายทอดสดจากช่องทางโซเชียลมีเดียของทางเฟอร์รารี่

Ferrari 812 Superfast รุ่นพิเศษ 830 แรงม้า เผยโฉมจริง 5 พ.ค.นี้ 

ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการชุดแรกของยนตรกรรมลิมิเต็ด อิดิชั่นซีรีส์รุ่นล่าสุดจาก เฟอร์รารี่ ได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกก่อนงานเวิลด์พรีเมียร์ในวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยจะจัดผ่านการถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทางเฟอร์รารี่ 

รถรุ่นใหม่คันนี้นับเป็นขีดสุดแห่งยนตรกรรม Berlinetta เครื่องยนต์วางด้านหน้าจากเฟอร์รารี่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่น 812 Superfast ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ให้ขึ้นไปสู่อีกขั้นของความเหนือชั้น ผลลัพธ์คือรถที่จารึกประสบการณ์ของเฟอร์รารี่มากกว่า 70 ปี ในสนามแข่งต่างๆ ทั่วโลกเอาไว้ใน DNA แห่งเชื้อสายสปอร์ตคาร์พันธุ์แท้ เพื่อถ่ายทอดความกลมกล่อมของสมรรถนะ, รูปโฉม และประสิทธิภาพ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยการปรับแต่งทางวิศวกรรมมากมายจนมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งความเร้าใจในการขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เพื่อเอาใจเหล่านักสะสมและแฟนพันธุ์แท้เฟอร์รารี่โดยเฉพาะ

เครื่องยนต์    

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดจึงหนีไม่พ้นหัวใจหลักของรถ และในวิวัฒนาการล่าสุดแห่งขุมพลัง V12 ทำมุม 65 องศา ระดับตำนานของมาราเนลโลนี้ ก้าวขึ้นสู่การเป็น Road-car ที่มีเครื่องยนต์พละกำลังมหาศาลที่สุดของเฟอร์รารี่ – ที่ 830 แรงม้า – และเร่งได้ถึง 9,500 รอบ/นาที ซึ่งนับเป็นรอบเครื่องสูงสุดในบรรดาขุมพลังสันดาปภายในของเฟอร์รารี่เช่นกัน การใช้วัสดุที่ล้ำสมัย, ชิ้นส่วนหลักๆ มากมายในเครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบใหม่, กลไกวาล์วไทมิ่งใหม่ และระบบไอเสียใหม่ ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรับแต่งทางเทคนิคที่ช่วยให้ขุมพลังที่ดีที่สุดของเฟอร์รารี่ตัวนี้ถ่ายทอดสมรรถนะออกมาได้ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในกลุ่มเครื่องยนต์ V12 

    
พละกำลังสุดดุดันที่ปลดปล่อยมาจากระบบขับเคลื่อน ทำงานร่วมกับระบบควบคุมไดนามิกส์ระดับ Class-leading เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถระเบิดสมรรถนะทั้งหมดออกมาได้อย่างเต็มพิกัด และเปี่ยมด้วยความเร้าใจถึงขีดสุดเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย จุดที่โดดเด่นที่สุดคือการนำระบบควบคุมการเลี้ยวแบบแยกอิสระทั้งสี่ล้อ เข้ามาช่วยเพิ่ม
ความคล่องแคล่วและแม่นยำให้มากขึ้นขณะเข้าโค้ง ทั้งยังส่งผลให้พวงมาลัยตอบสนองได้เหนือชั้นกว่าเดิมอีกด้วย

ความสำเร็จทางวิศวกรรมที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมเมื่อเทียบกับ 812 Superfast ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากกว่าเดิมทั้งตัวถังภายนอกและห้องโดยสาร ปิดท้ายด้วยการใช้ระบบควบคุมไดนามิกส์ของรถ “Side Slip Control” รุ่นใหม่ล่าสุดในเวอร์ชั่น 7.0 

    
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของรถรุ่นล่าสุดคันนี้คือการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับอากาศพลศาสตร์จนทำให้เส้นสายของรถเปลี่ยนไปจากเดิม ทีมอากาศพลศาสตร์ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับนักออกแบบจาก Ferrari Styling Centre นำเอารูปทรงที่สุดขั้วซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรถยนต์ที่ใช้งานบนถนนได้ถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ แอโรไดนามิกส์ที่ได้รับการออกแบบใหม่รอบคันมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดให้มากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่ช่องรับอากาศด้านหน้า, ดิฟฟิวเซอร์หลัง, ท่อไอเสียไปจนถึงท้ายรถ ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเรียงกระแสอากาศไปในตัว ทุกการปรับแต่งถูกรังสรรค์ขึ้นตามความเชื่อหลักของเฟอร์รารี่ที่ว่า รูปทรงจะต้องสอดคล้องตามฟังก์ชั่นการใช้งานเสมอ

ในด้านของดีไซน์ รถใหม่ซีรีส์พิเศษนี้มีภาพลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งดูแตกต่างจากรุ่น 812 Superfast ที่ถูกใช้เป็นต้นแบบอย่างมาก สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการเลือกสไตล์ที่ช่วยขับสถาปัตยกรรมการออกแบบและความมีชีวิตชีวาที่มีอยู่ใน 812 Superfast ให้โดดเด่นมีความสปอร์ตแบบสุดขั้วขึ้นไปอีกขั้น

    
หนึ่งในตัวอย่างของดีไซน์ใหม่ก็คือการแทนที่กระจกหลังด้วยโครงสร้างอลูมิเนียมแบบชิ้นเดียว ตัวเรียงกระแสอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอโรไดนามิกส์ของรถ แต่ดีไซน์แบบต่อเนื่องมาจากหลังคาที่เลือกนั้น ยังจำลองโครงสร้างแบบกระดูกสันหลังที่ช่วยเน้นย้ำให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ของรถอีกด้วย
ฝากระโปรงหน้าคาดด้วยครีบคาร์บอนไฟเบอร์ ความโดดเด่นนี้เปลี่ยนมุมมองของรถได้อย่างชัดเจน มันทำให้ฝากระโปรงดูสั้นกว่าเดิม ช่วยขับให้เห็นถึงความกว้างของรถมากขึ้น ด้านท้ายแบบฟาสต์แบ็คให้ภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง ส่งให้รถดูกะทัดรัดและเหมือนรถแข่งยิ่งขึ้น แม้จะแชร์โครงร่าง, สัดส่วน และความงดงามลงตัว ร่วมกับ 812 Superfast ก็ตาม สปอยเลอร์ท้ายก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน แต่ถึงจะมีความสูงมากกว่าเดิม ทว่าการออกแบบขึ้นมาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะจึงเสริมให้ท้ายรถดูกว้างมากๆ จนดูแทบจะเป็นแนวนอนไปกับพื้นถนน

    
สถาปัตยกรรมภายในห้องโดยสารสะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่น 812 Superfast ด้วยการคงไว้ซึ่งแดชบอร์ด, แผงประตู รวมถึงความโดดเด่นของส่วนโค้งเว้าต่างๆ องค์ประกอบอื่นๆ ในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดน้ำหนัก ผสานกับการใช้ H-gate ที่คอนโซลเกียร์ ที่ขับให้ค็อกพิตดูสปอร์ตและล้ำสมัยยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณจากสนามแข่งของรถได้อย่างชัดเจน

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button