THAI LAND

Chevrolet Trax เชฟโรเลต แทรกซ์ เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ปารีส

• Trax มาพร้อมรูปลักษณ์สไตล์ SUV ของแท้

• ห้องโดยสารทันสมัย ​​ยืดหยุ่น รองรับทุกการใช้งาน

• พลังสามขนาด เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร 1.4 ลิตร และดีเซล 1.7 ลิตร

• ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบออนดีมานด์ สำหรับเส้นทางออฟโรด

• เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของคุณและ MyLink (MyLink) รองรับระบบนำทาง Navigator

ปารีส – เชฟโรเลต บริษัทผู้บุกเบิกรถยนต์เอสยูวีคันแรกของโลกเมื่อกว่า 75 ปีที่แล้วด้วยการเปิดตัวรถยนต์ชานเมือง Carriall ปี 1935 เปิดตัว Chevrolet Insert เอสยูวีใหม่ทั้งหมดตัวแรกของโลกที่งาน Paris Motor Show ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดรถเอสยูวีขนาดเล็กแห่งแรกของเชฟโรเลต โดยจะทำการตลาดเคียงข้างกันกับรถเอสยูวีสุดเก๋ที่เต็มไปด้วยคาแร็คเตอร์ของแคปติวา

“เป็นเวลาหลายทศวรรษ ที่เชฟโรเลตได้รับการยอมรับในด้านการผลิตรถเอสยูวีที่มีสมรรถนะสูงและเชื่อถือได้ และ Trax ก็มอบคุณสมบัติดังกล่าวพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษมากมาย ตามสไตล์เชฟโรเลต Trax เป็นรถเอสยูวีขนาดเล็กที่มีความทันสมัย รองรับทุกการใช้งาน ประหยัดน้ำมัน ให้สมรรถนะการควบคุมเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลร่วมกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ” Susan Docherty ประธานคณะกรรมการ และกรรมการบริหารของเชฟโรเลต ยุโรป กล่าวว่า “The Trax เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของความสามารถหลักของเชฟโรเลต นั่นคือการสร้างและขาย SUV คุณภาพสูง”

เรือนร่างทรงพลัง กระฉับกระเฉงในทุกด้าน

Trax มีขนาดยาว 4,248 มม. กว้าง 1,776 มม. และสูง 1,674 มม. คอมแพคเอสยูวีรุ่นใหม่ของเชฟโรเลตจะยกระดับในส่วนนี้ด้วยรูปลักษณ์ที่มีสไตล์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามตัวที่มีบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ต ตอบสนองต่อการควบคุมอย่างรวดเร็ว

Trax มาพร้อมกับพลวัตและความซับซ้อนจากทุกมุม โลโก้โบว์ไทสีทองประทับอย่างเด่นชัดบนกระจังหน้าสองชั้น ทำให้ Trax มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟโรเลต มองเห็นได้ชัดเจนเพียงแค่ตาเท่านั้น เส้นตรงกลางฝากระโปรงหน้าและไฟหน้าฮาโลเจนช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ไดนามิกของรถ

รูปลักษณ์ภายนอกของ Trax ไม่ได้เป็นเพียงเส้นสายที่ทรงพลังเท่านั้น วิศวกรและนักออกแบบได้เน้นย้ำด้วยว่า SUV คันนี้เป็นแอโรไดนามิกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นท่อลมด้านหน้า เกลียวหลัง และสปอยเลอร์หลังคาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ในขณะที่ล้ออัลลอยด์มีขนาด 16 นิ้ว และ 18 นิ้ว

ระบบส่งกำลังประหยัดน้ำมันสามขนาดพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบออนดีมานด์

Trax มีการตกแต่งภายในที่กว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ 5 คน ให้ความสะดวกสบายด้วยตำแหน่งที่นั่งที่ค่อนข้างสูงพร้อมประสิทธิภาพการควบคุมเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ผสมผสานศักยภาพของเส้นทางออฟโรดเมื่อจำเป็น

เครื่องยนต์ประกอบด้วยเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร เบนซิน 1.6 ลิตร และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร เทอร์โบเบนซิน 1.4 ลิตร ให้กำลัง 140 แรงม้า และแรงบิด 200 นิวตันเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร ให้กำลัง 130 แรงม้า บิด 300 Nm

ระบบส่งกำลังทั้งหมดมาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและระบบสตาร์ท/หยุดอัตโนมัติเพื่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ในรุ่นเบนซินเทอร์โบ* ขนาด 1.4 ลิตร และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร มีระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เลือกใช้



เครื่องยนต์ดีเซล 1.7 ลิตรในรุ่นเกียร์ธรรมดา มีการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 22.2 กม./ลิตร ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.4 ลิตรพร้อมเกียร์ธรรมดา มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 15.3 กม./ลิตร สำหรับการปล่อยไอเสียที่ 120 g/km และ 149 g/km ตามลำดับ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อติดตั้งอยู่ใน Trax เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.4 ลิตรและเครื่องยนต์ดีเซล 1.7 ลิตรจะปรับให้เข้ากับสภาพถนนโดยอัตโนมัติและเพิ่มการยึดเกาะถนนที่ลื่นหรือกรวด

เชฟโรเลต Trax-27

ปลอดภัยเต็มที่

Trax ติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งการป้องกันและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากโครงสร้างแบบชิ้นเดียวที่ใช้เหล็กที่มีความทนทานสูง Trax ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง บันไดเลื่อนแบบพับได้ และเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ระบบช่วยเหลือการขับขี่รวมถึงระบบควบคุมการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันการปีนเขา (HSA), ระบบควบคุมการลื่นไถล (TC), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และการกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ Blackout (EBD) ในขณะที่ Towing Stability Control (TSA) และ Hill Descent Control (HDC) เป็นมาตรฐานใน LT

ห้องโดยสารที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกการใช้งาน ลิงค์สื่อสารที่โดดเด่น

ห้องโดยสารของ Trax โดดเด่นด้วยความสง่างามและความสะอาด อันเป็นผลจากการออกแบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น แผงหน้าปัดที่ผสมผสานการแสดงผลแบบดิจิตอลและแอนะล็อก ไฟสีน้ำเงิน Ice Blue อันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลตถูกนำมาใช้ทั่วทั้งห้องโดยสาร

ภายใน Trax มีพื้นที่เก็บของมากมาย เช่น รถยนต์เอนกประสงค์ ทั้งด้านบนและด้านข้างของคอนโซลและใต้เบาะนั่ง สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระของ Trax สูงถึง 1,370 ลิตร พร้อมพื้นที่เพิ่มเติมใต้พื้นห้องโดยสาร

นอกจากเบาะแถวหลังที่พับได้แบบ 60/40 แล้ว เบาะคนขับด้านหน้าของ Trax ยังสามารถพับให้ราบได้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ในขณะที่โครงสร้างเบาะนั่งแบบแปดที่นั่งก็มีให้เช่นกัน Trax ระดับไฮเอนด์ติดตั้งระบบ Chevrolet MyLink เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบ Infotainment ที่ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนเพื่อแสดงผ่านหน้าจอสัมผัสสีความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว ต้นปีหน้าจะมีแอพนำทางชื่อ Engis BringGo พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ว คำนวณเส้นทางผ่านสมาร์ทโฟนก่อนแสดงผ่านหน้าจอสัมผัส

Chevrolet MyLink ทำให้การใช้โทรศัพท์ของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการใช้งานบนหน้าจอแสดงผล ระบบยังช่วยให้เข้าถึงเพลง รูปภาพ รายชื่อในสมุดโทรศัพท์ และข้อมูลความบันเทิงอื่นๆ ได้ง่าย เมื่อใดก็ตามที่รถจอดอยู่กับที่ คนขับและผู้โดยสารสามารถดูวิดีโอและภาพจากหน้าจอในรถได้ ในขณะที่กล้องมองหลังก็เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจระบบสาระบันเทิงที่ทำให้การถอยรถและการจอดรถง่ายยิ่งขึ้น

Navigator ใช้งานง่ายขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน

แอพเนวิเกเตอร์ Engis BringGo จะพร้อมให้ดาวน์โหลดบนสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้งานง่ายเหมือนเนวิเกเตอร์ทั่วไป เมื่อคนขับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับลิงก์ Chevrolet My แล้วเลือกไอคอนเพื่อเปิดระบบนำทาง หน้าเมนูหลักจะแสดงบนหน้าจอสัมผัสสีขนาด 7 นิ้ว พร้อมเมนูต่างๆ ให้เลือกอย่างง่ายดาย

ในเวลาเดียวกัน แอพยังมีฟังก์ชั่นแนะนำช่องทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับในเลนที่ถูกต้อง และฟังก์ชั่นการจราจรสดให้ข้อมูลการจราจรตามสถานการณ์จริง การรายงานเหตุการณ์โดยละเอียดและความสามารถในการคำนวณเส้นทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของการจราจร บริการการจราจรนี้ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านสมาร์ทโฟนตลอดเวลา

ไอคอน eco ที่ด้านล่างของหน้าเมนูหลัก BringGo จะช่วยให้ผู้ขับขี่คาดการณ์ระยะทางที่เหลือที่จะขับได้จนกว่าน้ำมันจะหมด ค่าเฉลี่ยการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำสุดสามารถคำนวณได้เป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน

* จะออกในปี 2013 ข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้น


ข้อมูลมากกว่านี้

Chevrolet Trax เชฟโรเลต แทรกซ์ เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ปารีส
#Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส
[rule_3_plain] #Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส

• แทรกซ์ มาพร้อมรูปลักษณ์สไตล์เอสยูวีขนานแท้
• ห้องโดยสารล้ำสมัย ยืดหยุ่น รองรับทุกการใช้งาน
• ขุมพลังสามขนาด เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร 1.6 ลิตร และดีเซล 1.7 ลิตร
• ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อออนดีมานด์ สำหรับลุยเส้นทางออฟโรด
• เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและมายลิงค์ (MyLink) รองรับระบบนำทางเนวิเกเตอร์

ปารีส – เชฟโรเลต ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกรถอเนกประสงค์เอสยูวีคันแรกของโลกเมื่อ 75 ปีก่อนด้วยการเปิดตัวรถซับเออร์แบน แคร์รี่ออล เมื่อปีพ.ศ.2478 เผยโฉม เชฟโรเลต แทรกซ์ รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ครั้งแรกในโลกที่งานปารีส มอเตอร์โชว์ ถือเป็นการรุกตลาดรถเอสยูวีขนาดเล็กที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องครั้งแรกของเชฟโรเลต โดยจะออกทำตลาดเคียงข้างกับรถเอสยูวีที่เปี่ยมด้วยสไตล์เฉพาะตัวอย่างแคปติวา

“หลายทศวรรษที่ผ่านมา เชฟโรเลต เป็นที่ยอมรับจากการผลิตรถเอสยูวีที่มีศักยภาพสูงและเชื่อถือได้ ซึ่งแทรกซ์ จะมอบคุณสมบัติดังกล่าวพร้อมกับความพิเศษอีกมากมาย ในแบบของรถเชฟโรเลต ให้แก่ลูกค้า แทรกซ์ เป็นรถเอสยูวีขนาดเล็กที่มาพร้อมความล้ำสมัย รองรับทุกการใช้งาน ประหยัดน้ำมัน ให้สมรรถนะการควบคุมเหมือนกับรถยนต์นั่งผสานกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ” ซูซาน โดเชอร์ตี้ ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการบริหารของเชฟโรเลต ยุโรป กล่าว “แทรกซ์ เป็นหนึ่งในผลลัทธ์ที่เกิดจากความสามารถที่อยู่ในแก่นแท้ของเชฟโรเลต นั่นคือการสร้างสรรค์และจำหน่ายรถเอสยูวีคุณภาพเยี่ยม”

เส้นสายตัวถังอันทรงพลัง ปราดเปรียวในทุกมุมมอง

มิติตัวถังของแทรกซ์ มีขนาดยาว 4,248 มม. กว้าง 1,776 มม. และสูง 1,674 มม. รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ของเชฟโรเลตจะยกระดับมาตรฐานรถในเซกเมนท์นี้ด้วยรูปลักษณ์อันมีสไตล์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามรุ่น พร้อมบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ต ตอบสนองต่อการควบคุมอย่างรวดเร็วทันใจ

แทรกซ์ มาพร้อมความกระฉับกระเฉงและความโฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง โลโก้โบว์ไทสีทองถูกประทับโดดเด่นอยู่บนกระจังหน้าแบบสองชั้น ทำให้แทรกซ์ สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต ได้อย่างชัดเจนเพียงแค่ปราดตาเห็น เส้นสายตรงกลางฝากระโปรงและกรอบไฟหน้าฮาโลเจนเพิ่มภาพลักษณ์ความปราดเปรียวให้ตัวรถ

รูปลักษณ์ภายนอกของแทรกซ์ไม่เพียงจะมีเส้นสายอันทรงพลังเท่านั้น ทีมวิศวกรและนักออกแบบยังเน้นให้เอสยูวีคันนี้เปี่ยมด้วยความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นช่องดักลมที่ด้านหน้า ด้ายท้ายรถอันลาดเอียง และสปอยเลอร์บนหลังคาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ขณะที่ล้ออัลลอยมีขนาด 16 นิ้ว และ 18 นิ้วให้เลือกใช้

ขุมพลังประหยัดเชื้อเพลิงสามขนาด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อออนดีมานด์

แทรกซ์ มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ให้ความสะดวกสบายด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ค่อนข้างสูงพร้อมสมรรถนะการควบคุมเหมือนกับรถยนต์นั่งผสานศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดเมื่อต้องการ

เครื่องยนต์มีทั้งบล็อกเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร เบนซิน 1.6 ลิตร และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร โดยรุ่นเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร มีพละกำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ขณะที่ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร ให้พละกำลัง 130 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร

ทุกขุมพลังมาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและระบบสตาร์ทและดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/Stop) เพื่อความประหยัดเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ในรุ่นเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร * และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร มีระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดให้เลือกใช้

เครื่องยนต์ดีเซล 1.7 ลิตรในเวอร์ชั่นเกียร์ธรรมดา มีอัตราบริโภคน้ำมัน 22.2 กม./ลิตร ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตรเกียร์ธรรมดา มีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 15.3 กม./ลิตร สำหรับอัตราการปล่อยมลพิษไอเสียอยู่ที่ 120 กรัม/กม. และ 149 กรัม/กม.ตามลำดับ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะติดตั้งอยู่ในแทรกซ์ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตรและดีเซล 1.7 ลิตร โดยระบบขับเคลื่อนจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพถนนโดยอัตโนมัติและเพิ่มการยึดเกาะบนถนนเปียกลื่นหรือทางลูกรัง

ความปลอดภัยเต็มพิกัด

แทรกซ์ ติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบเตรียมพร้อมครบครันเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกที่นั่งหากเกิดอุบัติเหตุ โดยนอกจากโครงสร้างยูนิบอดี้ที่ใช้เหล็กกล้าความทนทานสูงแล้ว แทรกซ์ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ลูก แป้นเหยียบยุบตัวได้และเข็มขัดนิรภัยสามจุดทุกที่นั่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับระบบช่วยขับขี่มีทั้งควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TC) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก (EBD) ขณะที่ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะลากจูง (TSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น LT

ห้องโดยสารยืดหยุ่นรองรับทุกการใช้งาน โดดเด่นเชื่อมโยงการสื่อสาร

ห้องโดยสารของแทรกซ์ มีความโดดเด่นที่ความเรียบหรูสะอาดตา อันเกิดจากการออกแบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อย่างแผงมาตรวัดที่ผสมผสานการแสดงผลแบบดิจิตอลและอนาล็อกเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้แสงไฟสีฟ้าไอซ์บลูเอกลักษณ์ของเชฟโรเลตทั่วทั้งห้องโดยสาร

ช่องเก็บของในห้องโดยสารของแทรกซ์มีมากมายสไตล์รถอเนกประสงค์ ทั้งด้านบนและด้านข้างของแผงคอนโซลรวมถึงใต้เบาะที่นั่ง สำหรับเนื้อที่รองรับสัมภาระของแทรกซ์มีสูงถึง 1,370 ลิตร พร้อมสามารถเพิ่มพื้นที่ได้อีกบริเวณใต้พื้นห้องโดยสาร

นอกเหนือจากการพับเบาะแถวหลังแบบ 60/40 เบาะนั่งด้านหน้าข้างคนขับของแทรกซ์ยังสามารถพับให้แบนราบได้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ขณะเดียวกัน ยังสามารถเลือกใช้โครงสร้างเบาะแบบ 8 ที่นั่งได้อีกด้วย แทรกซ์รุ่นสูงขึ้นมาติดตั้งระบบเชฟโรเลต มายลิงค์ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนแสดงผลผ่านหน้าจอสีความละเอียดสูงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว โดยในช่วงต้นปีหน้าจะมีแอพลิเคชั่นระบบนำทางที่ชื่อว่า Engis BringGo เปิดให้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ โดยจะคำนวณเส้นทางผ่านสมาร์ทโฟนก่อนแสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัส

เชฟโรเลต มายลิงค์ เอื้อให้การใช้โทรศัพท์สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการสั่งงานผ่านทางหน้าจอแสดงผล ระบบนี้ยังทำให้การเข้าถึงเพลง รูปภาพ รายชื่อในสมุดโทรศัพท์และข้อมูลความบันเทิงอื่นๆทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อใดก็ตามที่รถจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถชมวีดีโอและรูปภาพจากหน้าจอในรถได้ ขณะเดียวกัน กล้องมองหลังยังเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจอินโฟเทนเมนท์ที่ช่วยให้การถอยหลังเข้าจอดทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

ใช้งานเนวิเกเตอร์ง่ายดายกว่า ผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน

แอพพลิเคชั่นระบบนำทางเนวิเกเตอร์ Engis BringGo จะเปิดให้ดาวน์โหลดในสมาร์ทโฟนทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ใช้งานง่ายเหมือนระบบนำทางเนวิเกเตอร์ทั่วไป เมื่อผู้ขับขี่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับเชฟโรเลต มายลิงค์และเลือกกดเลือกไอคอนเปิดระบบนำทางแล้ว หน้าเมนูหลักจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอสีทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมกับเมนูต่างๆให้เลือกสั่งงานด้วยความง่ายดาย

ขณะเดียวกัน แอพพลิเคชั่นดังกล่าวยังมีฟังก์ชั่น Lane guidance ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ ขับอยู่ในเลนที่ถูกต้อง และฟังก์ชั่น Live traffic บอกข้อมูลการจราจรตามสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการรายงานเหตุการณ์โดยละเอียดและสามารถคำนวณเส้นทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ซึ่งการบริการด้านจราจรนี้จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านทางสมาร์ทโฟนตลอดเวลา

ไอคอน eco ทางด้านล่างของหน้าเมนูหลักของ BringGo จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถคาดการณ์ถึงระยะทางที่เหลือที่สามารถขับต่อไปได้จนกว่าน้ำมันจะใกล้หมด โดยการหาค่าเฉลี่ยและความประหยัดน้ำมันต่ำสุดจะสามารถคำนวณเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือนได้

* จะเปิดตัวในปี 2556 ข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้น

#Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส
[rule_2_plain] #Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส
[rule_2_plain] #Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส
[rule_3_plain]

#Chevrolet #Trax #เชฟโรเลต #แทรกซ #เปดตวครงแรกในโลกทปารส

• แทรกซ์ มาพร้อมรูปลักษณ์สไตล์เอสยูวีขนานแท้
• ห้องโดยสารล้ำสมัย ยืดหยุ่น รองรับทุกการใช้งาน
• ขุมพลังสามขนาด เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร 1.6 ลิตร และดีเซล 1.7 ลิตร
• ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อออนดีมานด์ สำหรับลุยเส้นทางออฟโรด
• เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและมายลิงค์ (MyLink) รองรับระบบนำทางเนวิเกเตอร์

ปารีส – เชฟโรเลต ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกรถอเนกประสงค์เอสยูวีคันแรกของโลกเมื่อ 75 ปีก่อนด้วยการเปิดตัวรถซับเออร์แบน แคร์รี่ออล เมื่อปีพ.ศ.2478 เผยโฉม เชฟโรเลต แทรกซ์ รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ครั้งแรกในโลกที่งานปารีส มอเตอร์โชว์ ถือเป็นการรุกตลาดรถเอสยูวีขนาดเล็กที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องครั้งแรกของเชฟโรเลต โดยจะออกทำตลาดเคียงข้างกับรถเอสยูวีที่เปี่ยมด้วยสไตล์เฉพาะตัวอย่างแคปติวา

“หลายทศวรรษที่ผ่านมา เชฟโรเลต เป็นที่ยอมรับจากการผลิตรถเอสยูวีที่มีศักยภาพสูงและเชื่อถือได้ ซึ่งแทรกซ์ จะมอบคุณสมบัติดังกล่าวพร้อมกับความพิเศษอีกมากมาย ในแบบของรถเชฟโรเลต ให้แก่ลูกค้า แทรกซ์ เป็นรถเอสยูวีขนาดเล็กที่มาพร้อมความล้ำสมัย รองรับทุกการใช้งาน ประหยัดน้ำมัน ให้สมรรถนะการควบคุมเหมือนกับรถยนต์นั่งผสานกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ” ซูซาน โดเชอร์ตี้ ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการบริหารของเชฟโรเลต ยุโรป กล่าว “แทรกซ์ เป็นหนึ่งในผลลัทธ์ที่เกิดจากความสามารถที่อยู่ในแก่นแท้ของเชฟโรเลต นั่นคือการสร้างสรรค์และจำหน่ายรถเอสยูวีคุณภาพเยี่ยม”

เส้นสายตัวถังอันทรงพลัง ปราดเปรียวในทุกมุมมอง

มิติตัวถังของแทรกซ์ มีขนาดยาว 4,248 มม. กว้าง 1,776 มม. และสูง 1,674 มม. รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ของเชฟโรเลตจะยกระดับมาตรฐานรถในเซกเมนท์นี้ด้วยรูปลักษณ์อันมีสไตล์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามรุ่น พร้อมบุคลิกการขับขี่แบบสปอร์ต ตอบสนองต่อการควบคุมอย่างรวดเร็วทันใจ

แทรกซ์ มาพร้อมความกระฉับกระเฉงและความโฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง โลโก้โบว์ไทสีทองถูกประทับโดดเด่นอยู่บนกระจังหน้าแบบสองชั้น ทำให้แทรกซ์ สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต ได้อย่างชัดเจนเพียงแค่ปราดตาเห็น เส้นสายตรงกลางฝากระโปรงและกรอบไฟหน้าฮาโลเจนเพิ่มภาพลักษณ์ความปราดเปรียวให้ตัวรถ

รูปลักษณ์ภายนอกของแทรกซ์ไม่เพียงจะมีเส้นสายอันทรงพลังเท่านั้น ทีมวิศวกรและนักออกแบบยังเน้นให้เอสยูวีคันนี้เปี่ยมด้วยความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นช่องดักลมที่ด้านหน้า ด้ายท้ายรถอันลาดเอียง และสปอยเลอร์บนหลังคาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ขณะที่ล้ออัลลอยมีขนาด 16 นิ้ว และ 18 นิ้วให้เลือกใช้

ขุมพลังประหยัดเชื้อเพลิงสามขนาด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อออนดีมานด์

แทรกซ์ มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ให้ความสะดวกสบายด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ค่อนข้างสูงพร้อมสมรรถนะการควบคุมเหมือนกับรถยนต์นั่งผสานศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดเมื่อต้องการ

เครื่องยนต์มีทั้งบล็อกเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร เบนซิน 1.6 ลิตร และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร โดยรุ่นเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร มีพละกำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ขณะที่ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร ให้พละกำลัง 130 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร

ทุกขุมพลังมาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและระบบสตาร์ทและดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/Stop) เพื่อความประหยัดเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ในรุ่นเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร * และดีเซลเทอร์โบ 1.7 ลิตร มีระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดให้เลือกใช้

เครื่องยนต์ดีเซล 1.7 ลิตรในเวอร์ชั่นเกียร์ธรรมดา มีอัตราบริโภคน้ำมัน 22.2 กม./ลิตร ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตรเกียร์ธรรมดา มีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 15.3 กม./ลิตร สำหรับอัตราการปล่อยมลพิษไอเสียอยู่ที่ 120 กรัม/กม. และ 149 กรัม/กม.ตามลำดับ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะติดตั้งอยู่ในแทรกซ์ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตรและดีเซล 1.7 ลิตร โดยระบบขับเคลื่อนจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพถนนโดยอัตโนมัติและเพิ่มการยึดเกาะบนถนนเปียกลื่นหรือทางลูกรัง

ความปลอดภัยเต็มพิกัด

แทรกซ์ ติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบเตรียมพร้อมครบครันเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกที่นั่งหากเกิดอุบัติเหตุ โดยนอกจากโครงสร้างยูนิบอดี้ที่ใช้เหล็กกล้าความทนทานสูงแล้ว แทรกซ์ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ลูก แป้นเหยียบยุบตัวได้และเข็มขัดนิรภัยสามจุดทุกที่นั่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับระบบช่วยขับขี่มีทั้งควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TC) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก (EBD) ขณะที่ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะลากจูง (TSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น LT

ห้องโดยสารยืดหยุ่นรองรับทุกการใช้งาน โดดเด่นเชื่อมโยงการสื่อสาร

ห้องโดยสารของแทรกซ์ มีความโดดเด่นที่ความเรียบหรูสะอาดตา อันเกิดจากการออกแบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อย่างแผงมาตรวัดที่ผสมผสานการแสดงผลแบบดิจิตอลและอนาล็อกเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้แสงไฟสีฟ้าไอซ์บลูเอกลักษณ์ของเชฟโรเลตทั่วทั้งห้องโดยสาร

ช่องเก็บของในห้องโดยสารของแทรกซ์มีมากมายสไตล์รถอเนกประสงค์ ทั้งด้านบนและด้านข้างของแผงคอนโซลรวมถึงใต้เบาะที่นั่ง สำหรับเนื้อที่รองรับสัมภาระของแทรกซ์มีสูงถึง 1,370 ลิตร พร้อมสามารถเพิ่มพื้นที่ได้อีกบริเวณใต้พื้นห้องโดยสาร

นอกเหนือจากการพับเบาะแถวหลังแบบ 60/40 เบาะนั่งด้านหน้าข้างคนขับของแทรกซ์ยังสามารถพับให้แบนราบได้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ขณะเดียวกัน ยังสามารถเลือกใช้โครงสร้างเบาะแบบ 8 ที่นั่งได้อีกด้วย แทรกซ์รุ่นสูงขึ้นมาติดตั้งระบบเชฟโรเลต มายลิงค์ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนแสดงผลผ่านหน้าจอสีความละเอียดสูงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว โดยในช่วงต้นปีหน้าจะมีแอพลิเคชั่นระบบนำทางที่ชื่อว่า Engis BringGo เปิดให้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ โดยจะคำนวณเส้นทางผ่านสมาร์ทโฟนก่อนแสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัส

เชฟโรเลต มายลิงค์ เอื้อให้การใช้โทรศัพท์สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการสั่งงานผ่านทางหน้าจอแสดงผล ระบบนี้ยังทำให้การเข้าถึงเพลง รูปภาพ รายชื่อในสมุดโทรศัพท์และข้อมูลความบันเทิงอื่นๆทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อใดก็ตามที่รถจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถชมวีดีโอและรูปภาพจากหน้าจอในรถได้ ขณะเดียวกัน กล้องมองหลังยังเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจอินโฟเทนเมนท์ที่ช่วยให้การถอยหลังเข้าจอดทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

ใช้งานเนวิเกเตอร์ง่ายดายกว่า ผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน

แอพพลิเคชั่นระบบนำทางเนวิเกเตอร์ Engis BringGo จะเปิดให้ดาวน์โหลดในสมาร์ทโฟนทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ใช้งานง่ายเหมือนระบบนำทางเนวิเกเตอร์ทั่วไป เมื่อผู้ขับขี่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับเชฟโรเลต มายลิงค์และเลือกกดเลือกไอคอนเปิดระบบนำทางแล้ว หน้าเมนูหลักจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอสีทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมกับเมนูต่างๆให้เลือกสั่งงานด้วยความง่ายดาย

ขณะเดียวกัน แอพพลิเคชั่นดังกล่าวยังมีฟังก์ชั่น Lane guidance ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ ขับอยู่ในเลนที่ถูกต้อง และฟังก์ชั่น Live traffic บอกข้อมูลการจราจรตามสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการรายงานเหตุการณ์โดยละเอียดและสามารถคำนวณเส้นทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ซึ่งการบริการด้านจราจรนี้จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านทางสมาร์ทโฟนตลอดเวลา

ไอคอน eco ทางด้านล่างของหน้าเมนูหลักของ BringGo จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถคาดการณ์ถึงระยะทางที่เหลือที่สามารถขับต่อไปได้จนกว่าน้ำมันจะใกล้หมด โดยการหาค่าเฉลี่ยและความประหยัดน้ำมันต่ำสุดจะสามารถคำนวณเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือนได้

* จะเปิดตัวในปี 2556 ข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้น

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button