THAI LAND

2019 Nissan GT-R ก๊อตซิลล่าค่าตัว 3.3 ล้านบาทที่ U.S

ตำนาน Godzilla ถูกตั้งค่าให้เข้าสู่ถนนของอเมริกาอีกครั้งในขณะที่ Nissan ประกาศ 2019 GT-R สำหรับตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา


GT-R Pure ระดับเริ่มต้นเริ่มต้นที่ราคาหกหลักด้วยราคาเริ่มต้นที่ 99,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.3 ล้านดอลลาร์ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมไฟหน้า LED ดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ด้านหลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพร้อมเบรก Brembo

ภายในห้องโดยสาร Nissan ไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะยังคงเป็นแบบเดียวกับที่แฟนบอย GT-R ชื่นชอบ โมเดลนี้มีพวงมาลัยหุ้มหนังและเบาะหนังกลับกึ่งสังเคราะห์ เบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับอุณหภูมิและไฟฟ้าได้ พร้อมตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ตามขอบ และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพงอีก 6 ตัว นอกจากนี้ยังมีระบบสาระบันเทิงพร้อมระบบนำทางด้วยดาวเทียมและรองรับ Apple CarPlay

GT-R Premium ราคาประมาณ 3.3 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) มาพร้อมระบบเสียงแบบแอคทีฟและลำโพง 11 ตัวพร้อมระบบเสียง Bose และเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ F รุ่นนี้ยังได้รับท่อไอเสียไทเทเนียมพร้อมตัวเลือกสีตัวถังเพิ่มเติมด้วยเจ็ดสีที่แตกต่างกัน (GT-R Pure มีเพียงสามสีให้เลือก)

หากรถ Godzilla คันนี้ไม่แรงพอ ก็ยังมี GT-R Track Edition เป็นทางเลือกในราคาเริ่มต้นประมาณ 4.2 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งเป็นรุ่นเน้นอุปกรณ์ อัปเกรดสมรรถนะการแข่งขันของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลงระบบกันสะเทือนจาก NISMO ที่เบาและกระชับกว่ารูปลักษณ์ก่อนหน้านี้ ตัวรถยังได้เพิ่มความฝืดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย พร้อมติดตั้งสปอยเลอร์หลังแบบคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมล้ออัลลอย NISMO ขนาด 20 นิ้ว ที่กว้างกว่าเดิม



ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ 3.8 ลิตร V6 ให้กำลัง 565 แรงม้า และแรงบิด 467 ปอนด์-ฟุต จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 6 สปีด ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

นอกจากนี้ GT-R Nismo รุ่นท็อปสุดเริ่มต้นที่ 5.76 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) และมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ที่ได้รับการอัพเกรดซึ่งให้กำลัง 600 แรงม้าและแรงบิด 481 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเพิ่มเข้ามา มาในขนาด 35 แรงม้าและ 14 lb-ft เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

GT-R Nismo นอกจากนี้ยังใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์หลายส่วนเพื่อช่วยลดน้ำหนักตั้งแต่กันชนไปจนถึงฝากระโปรงหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมกระจังหน้า V-Motion ขนาดใหญ่ สเกิร์ตข้างคาร์บอนไฟเบอร์ และกระจกมองข้างสีดำตัดเส้นสีแดงเพื่อเพิ่มความโดดเด่น

ส่วนพิเศษที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ เบาะนั่งแบบสปอร์ตของ Recaro เดินด้ายแดง ระบบกันสะเทือนแบบพิเศษ ล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ขนาด 20 นิ้ว สีดำเงาเมทัลลิก

ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

2019 Nissan GT-R ก๊อตซิลล่าค่าตัว 3.3 ล้านบาทที่ U.S
#Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท
[rule_3_plain] #Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท

ตำนานก็อตซิลล่าพร้อมโลดแล่นบนถนนอเมริกาอีกครั้ง เมื่อ Nissan ประกาศ 2019 GT-R เตรียมวางจำหน่ายแก่ดีลเลอร์ในสหรัฐ

ในรุ่นเริ่มต้นของ GT-R Pure เริ่มต้นด้วยราคาหกหลักโดยมีราคาเริ่มต้นที่ $99,990 (หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมด้วยไฟแบบ LED , ดิฟฟิวเซอร์ท้ายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพร้อมหยุดรถด้วยระบบเบรคจาก Brembo

ภายในห้องโดยสาร Nissan ไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะยังเป็นแบบเดิมกับที่แฟนบอยของ GT-R ชื่นชอบ โดยรุ่นดังกล่าวใช้พวงมาลัยหุ้มหนังอย่างดีและเบาะหนังกลับกึ่งสังเคราะห์คู่หน้าปรับฮีตเตอร์พร้อมกับปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมกับการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ตามขอบมุมต่างๆ และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพงอีกหกดอก นอกจากนี้ยังมีระบบอินโฟเทนเมนท์พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียมและรองรับ Apple CarPlay

ส่วนในรุ่น GT-R Premium ซึ่งมีราคาราวๆ 3.3 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมกับระบบเสียงแบบแอคทีฟและลำโพง 11 ดอกพร้อมระบบเครื่องเสียงจาก Bose และเทคโนโลยีช่วยลดเสียงแบบแอคทีฟ รุ่นนี้ยังได้ท่อแบบไทเทเนียมพร้อมตัวเลือกสีตัวถังที่มากขึ้นกับ 7 สีที่แตกต่างกัน (ในรุ่น GT-R Pure มีเพียงสามสีให้เลือก)

หากเจ้าก๊อตซิลล่าคันนี้ยังแรงไม่จุใจพอ ยังมี GT-R Track Edition เป็นทางเลือกอีกด้วยโดยเริ่มต้นที่ราคาที่ราวๆ 4.2 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นอุปกรณ์อัพเกรดสมรรถนะสำหรับในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างปรับแต่งจาก NISMO ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเดิมและกระชับแน่นกว่าในโฉมก่อนหน้า ตัวถังของรถยังเพิ่มความแข็งยิ่งกว่าเดิม รวมถึงติดตั้งสปอย์เลอร์ท้ายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมล้ออัลลอย NISMO ขนาด 20 นิ้วที่กว้างกว่าเดิมอีกด้วย

เครื่องยนต์ของทุกรุ่นย่อยจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร V6 ให้กำลัง 565 แรงม้า และแรงบิด 467 ปอนด์-ฟุต ส่งกำลังด้วยเกียร์หกสปีดดูอัลคลัตซ์ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

นอกจากนี้ในรุ่นท็อปสุด GT-R Nismo เริ่มต้นที่ราคาราวๆ 5.76 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ที่อัพเกรดเพ่ิ่มแรงม้ามาถึง 600 แรงม้า และแรงบิด 481 ปอนด์-ฟุต ซึ่งได้เพิ่มมา 35 แรงม้าและ 14 ปอนด์-ฟุตเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

GT-R Nismo ยังใช้พาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์หลายๆส่วนเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ตั้งแต่กันชน ฝากระโปรงหลัง และสปอย์เลอร์ท้าย พร้อมกับกระจังหน้าแบบ V-Motion ขนาดใหญ่ สเกิร์ตด้านข้างแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และกระจกมองข้างสีดำตัดเส้นแดงเพิ่มความโดดเด่น

อีกส่วนหนึ่งที่พิเศษเพิ่มเข้ามารวมถึงเบาะ Recaro ทรงสปอร์ตที่ใช้ด้ายแดงเย็บ ช่วงล่างแบบพิเศษ ล้ออลูมินัมน้ำหนักเบาพร้อมตกแต่งขนาด 20 นิ้วสีดำเงาเมทัลลิค

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท
[rule_2_plain] #Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท
[rule_2_plain] #Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท
[rule_3_plain]

#Nissan #GTR #กอตซลลาคาตว #ลานบาทท

ตำนานก็อตซิลล่าพร้อมโลดแล่นบนถนนอเมริกาอีกครั้ง เมื่อ Nissan ประกาศ 2019 GT-R เตรียมวางจำหน่ายแก่ดีลเลอร์ในสหรัฐ

ในรุ่นเริ่มต้นของ GT-R Pure เริ่มต้นด้วยราคาหกหลักโดยมีราคาเริ่มต้นที่ $99,990 (หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมด้วยไฟแบบ LED , ดิฟฟิวเซอร์ท้ายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพร้อมหยุดรถด้วยระบบเบรคจาก Brembo

ภายในห้องโดยสาร Nissan ไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะยังเป็นแบบเดิมกับที่แฟนบอยของ GT-R ชื่นชอบ โดยรุ่นดังกล่าวใช้พวงมาลัยหุ้มหนังอย่างดีและเบาะหนังกลับกึ่งสังเคราะห์คู่หน้าปรับฮีตเตอร์พร้อมกับปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมกับการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ตามขอบมุมต่างๆ และระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพงอีกหกดอก นอกจากนี้ยังมีระบบอินโฟเทนเมนท์พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียมและรองรับ Apple CarPlay

ส่วนในรุ่น GT-R Premium ซึ่งมีราคาราวๆ 3.3 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมกับระบบเสียงแบบแอคทีฟและลำโพง 11 ดอกพร้อมระบบเครื่องเสียงจาก Bose และเทคโนโลยีช่วยลดเสียงแบบแอคทีฟ รุ่นนี้ยังได้ท่อแบบไทเทเนียมพร้อมตัวเลือกสีตัวถังที่มากขึ้นกับ 7 สีที่แตกต่างกัน (ในรุ่น GT-R Pure มีเพียงสามสีให้เลือก)

หากเจ้าก๊อตซิลล่าคันนี้ยังแรงไม่จุใจพอ ยังมี GT-R Track Edition เป็นทางเลือกอีกด้วยโดยเริ่มต้นที่ราคาที่ราวๆ 4.2 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นอุปกรณ์อัพเกรดสมรรถนะสำหรับในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างปรับแต่งจาก NISMO ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเดิมและกระชับแน่นกว่าในโฉมก่อนหน้า ตัวถังของรถยังเพิ่มความแข็งยิ่งกว่าเดิม รวมถึงติดตั้งสปอย์เลอร์ท้ายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมล้ออัลลอย NISMO ขนาด 20 นิ้วที่กว้างกว่าเดิมอีกด้วย

เครื่องยนต์ของทุกรุ่นย่อยจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร V6 ให้กำลัง 565 แรงม้า และแรงบิด 467 ปอนด์-ฟุต ส่งกำลังด้วยเกียร์หกสปีดดูอัลคลัตซ์ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

นอกจากนี้ในรุ่นท็อปสุด GT-R Nismo เริ่มต้นที่ราคาราวๆ 5.76 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีนำเข้า) พร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ที่อัพเกรดเพ่ิ่มแรงม้ามาถึง 600 แรงม้า และแรงบิด 481 ปอนด์-ฟุต ซึ่งได้เพิ่มมา 35 แรงม้าและ 14 ปอนด์-ฟุตเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

GT-R Nismo ยังใช้พาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์หลายๆส่วนเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ตั้งแต่กันชน ฝากระโปรงหลัง และสปอย์เลอร์ท้าย พร้อมกับกระจังหน้าแบบ V-Motion ขนาดใหญ่ สเกิร์ตด้านข้างแบบคาร์บอนไฟเบอร์ และกระจกมองข้างสีดำตัดเส้นแดงเพิ่มความโดดเด่น

อีกส่วนหนึ่งที่พิเศษเพิ่มเข้ามารวมถึงเบาะ Recaro ทรงสปอร์ตที่ใช้ด้ายแดงเย็บ ช่วงล่างแบบพิเศษ ล้ออลูมินัมน้ำหนักเบาพร้อมตกแต่งขนาด 20 นิ้วสีดำเงาเมทัลลิค

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button