Bentley

ใหม่ Honda HR-V e:HEV 2022-2023 ราคา ฮอนด้า เอชอาร์วี ตารางผ่อน-ดาวน์

ใหม่ Honda HR-V e:HEV 2022-2023 ราคา ฮอนด้า เอชอาร์วี ตารางผ่อน-ดาวน์


ดูรถ Segment ใกล้เคียง Haval Jolion | Honda HR-V e:HEV | Toyota C-HR | Toyota Collora Cross | Mazda CX-3 | Mazda CX-30 | MG EP | MG ZS | MG ZS EV | NISSAN KICKS


Honda เปิดตัว Honda HR-V Generation ที่ 2 ภายใต้ชื่อ “Honda HR-V e:HEV ใหม่ เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย สู่อีกขั้นแห่งยนตรกรรมที่ลงตัวที่สุดในปัจจุบัน

ครั้งแรกกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทั้งไลน์อัป ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ต

อีกขั้นกับรุ่น RS ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย มาพร้อมดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)

อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย อาทิ
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Brake Hold

มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**


Honda HR-V e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น e:HEV E ราคา 979,000.
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000.
  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000.

ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

  • Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
  • Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
  • Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

  • MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
  • MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
  • MG ZS EV ราคา 1,190,000.
  • Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
  • Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
  • Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
  • Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.
  • Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.
  • Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
  • Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
  • Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
  • Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.


โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

  • เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
  • FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
  • ID Line : ballz12345
  • ID Line : Ballz_Honda
  • *เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า
  • พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
  • ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ


Honda HR-V e:HEV ราคา ตารางผ่อน-ดาวน์









อุปกรณ์มาตรฐาน Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV E
ภายนอก
– ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip
– ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา
– กระจังหน้า สีดำเงา
– กันชนหน้า-หลัง สีดำ
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำ
– สปอยเลอร์หลัง
– เสาอากาศครีบฉลาม
– ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว

ภายใน และความสะดวกสบาย
– สีภายใน สีดำ
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมกระตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– เบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ แยกพับแบบ 60:40
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ฝั่งคนขับ
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าแบบ LED
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED
– ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
– พนักเท้าแขนด้านหลัง
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด

ระบบเครื่องเสียง
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ App CarPlay และ Android Auto
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
– รองรับการเชื่อมต่อ Điện thoại thông minh
– รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด
– จำนวนลำโพง 4 ตัว

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING
– ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
– ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM และ LDW)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC และ LSF)
– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

เทคโนโลยีด้านการขับขี่
– ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– โหมดการขับขี่ ECIN+NORMAL+SPORT
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
– ระบบ Auto Brake Hold
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว

ระบบความปลอดภัย
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
– ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
– ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
– ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilzer พร้อมสัญญาณกันขโมย
– สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
– เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
– เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
– จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
– ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TPRK)


Honda HR-V e:HEV EL
ภายนอก
– ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
– กระจังหน้า สีเดียวกับตัวรถ
– กันชนหน้า-หลัง สีดำและสีเงิน

ภายใน และความสะดวกสบาย
– กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ คู่หน้า
– ช่องปรับอากาศตอนหลัง

ระบบเครื่องเสียง
– จำนวนลำโพง 6 ตัว

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)

เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)

ระบบความปลอดภัย
– ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)


Honda HR-V e:HEV RS
ภายนอก
– หลังคากระจกแบบพาโนรามา
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke
– ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
– กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
– กระจังหน้า โครเมียมแบบสปอร์ต
– กันชนหน้า-หลัง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

ภายใน และความสะดวกสบาย
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– อุปกรณ์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger)
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED แบบสัมผัส
– แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด พร้อมไฟส่องสว่าง

ระบบเครื่องเสียง
– ช่องเชื่อมต่อ USB 4 จุด
– จำนวนลำโพง 8 ตัว
– ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)

เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)

ระบบความปลอดภัย (เหมือนกับรุ่น EL)


นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า เอชอาร์-วี ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลก เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2557 ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย

โดยเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่เข้ามาเปิดเซกเมนต์เอสยูวีขนาดกลาง และเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในกลุ่มรถเอสยูวีให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า เอชอาร์-วี เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวีที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์นี้ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน”

“จากความสำเร็จดังกล่าว ประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียที่จะได้เปิดตัว Honda HR-V e:HEV ใหม่ และยังเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เปิดตัวรุ่น RS ที่มาพร้อมดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟ

โดยนับเป็นก้าวสำคัญที่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการผสานทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมเป็นยนตรกรรมเอสยูวีสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

พลังจากดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมอันโดดเด่น สร้างตัวตนที่แตกต่าง

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนสไตล์เอสยูวีได้อย่างชัดเจนโดดเด่นด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดึงดูดทุกสายตาด้วย

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเดียวกับตัวรถ (รุ่น e:HEV EL) และกระจังหน้าสีดำเงา (รุ่น e:HEV E) ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)

– กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยไฟท้ายแบบ LED Light Strip ที่เชื่อมต่อกับไฟเบรกเป็นเส้นแนวยาว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น อีกทั้งสปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต เสาอากาศครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL)

สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัวรุ่น RS ที่ประเทศไทย ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ ตกแต่งพิเศษรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยโครเมียม

ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เผยมุมมองใหม่ด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามา (Panoramic Glass Roof)

พิเศษยิ่งขึ้นกับสีภายนอกสีแดงอิกไนต์ ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน สะท้อนความสปอร์ตไปอีกขั้น


ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่งและทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม* คงอรรถประโยชน์สไตล์เอสยูวีไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดดเด่นด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System โดยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ สามารถมอบทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ กระจายลมได้อย่างเหมาะสมทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) โดยทุกรุ่นมาพร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่
สีดำ และเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์แยกพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่โดดเด่นของ ฮอนด้า ที่สามารถพับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง ซึ่งมีเพียง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่สามารถพับเบาะในโหมดนี้ได้

พร้อมตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน* อาทิ
ใหม่ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlayและ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
– อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ลำโพงสูงสุดจำนวน 8 ตำแหน่ง
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน


พลังความท้าทายที่ไร้ขีดจำกัด ที่ขับเคลื่อนชีวิตของคุณไปข้างหน้า

อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญ ฮอนด้า เอชอาร์วี อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร AtkinsonCycle DOHC iVTEC 4 สูบ 16 วาล์ว

พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (ECVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่

โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว มอบกำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 131 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร

ซึ่งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ โดยมีทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่
– โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมกับสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่

  • ECON Mode: โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
  • Normal Mode: โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode: โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

พลังที่พร้อมพาคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครัน* อาทิ
ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
– ระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder)
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วย สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) รวมทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) ในทุกรุ่นย่อย

เสริมความมั่นใจในการขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียม โดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**

พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ



ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

  • Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
  • Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
  • Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

  • MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
  • MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
  • MG ZS EV ราคา 1,190,000.
  • Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
  • Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
  • Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
  • Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.
  • Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.
  • Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
  • Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
  • Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
  • Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.


โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

  • เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
  • FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
  • ID Line : ballz12345
  • ID Line : Ballz_Honda
  • *เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า
  • พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
  • ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ


Thông tin thêm

ใหม่ Honda HR-V e:HEV 2022-2023 ราคา ฮอนด้า เอชอาร์วี ตารางผ่อน-ดาวน์

#ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน
[rule_3_plain] #ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน

ใหม่ Honda HR-V e:HEV 2022-2023 ราคา ฮอนด้า เอชอาร์วี ตารางผ่อน-ดาวน์

ดูรถ Segment ใกล้เคียง Haval Jolion | Honda HR-V e:HEV | Toyota C-HR | Toyota Collora Cross | Mazda CX-3 | Mazda CX-30 | MG EP | MG ZS | MG ZS EV | NISSAN KICKS

Honda เปิดตัว Honda HR-V Generation ที่ 2 ภายใต้ชื่อ “Honda HR-V e:HEV ใหม่” เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย สู่อีกขั้นแห่งยนตรกรรมที่ลงตัวที่สุดในปัจจุบัน
ครั้งแรกกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทั้งไลน์อัป ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ต
อีกขั้นกับรุ่น RS ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย มาพร้อมดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย อาทิ
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Brake Hold
มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**

Honda HR-V e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น e:HEV E ราคา 979,000.
รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000.
รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000.

ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
MG ZS EV ราคา 1,190,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.

Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.

โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
ID Line : ballz12345

ID Line : Ballz_Honda
*เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า

พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ

Honda HR-V e:HEV ราคา ตารางผ่อน-ดาวน์

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

.tt_fram_reponsive {
overflow: hidden;
padding-top: 56.25%; /* 16:9 */
position: relative;
margin-bottom: 15px;
}

.tt_fram_reponsive iframe {
position: absolute;
top: 0;
left: 0;
border: 0;
width: 100%!important;
height: 100%!important;
}

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

อุปกรณ์มาตรฐาน Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV E
ภายนอก
– ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip
– ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา
– กระจังหน้า สีดำเงา
– กันชนหน้า-หลัง สีดำ
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำ
– สปอยเลอร์หลัง
– เสาอากาศครีบฉลาม
– ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว
ภายใน และความสะดวกสบาย
– สีภายใน สีดำ
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมกระตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– เบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ แยกพับแบบ 60:40
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ฝั่งคนขับ
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าแบบ LED
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED
– ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
– พนักเท้าแขนด้านหลัง
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด
ระบบเครื่องเสียง
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ App CarPlay และ Android Auto
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
– รองรับการเชื่อมต่อ Điện thoại thông minh
– รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด
– จำนวนลำโพง 4 ตัว
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING
– ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
– ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM และ LDW)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC และ LSF)
– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่
– ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– โหมดการขับขี่ ECIN+NORMAL+SPORT
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
– ระบบ Auto Brake Hold
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
ระบบความปลอดภัย
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
– ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
– ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
– ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilzer พร้อมสัญญาณกันขโมย
– สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
– เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
– เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
– จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
– ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TPRK)

Honda HR-V e:HEV EL
ภายนอก
– ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
– กระจังหน้า สีเดียวกับตัวรถ
– กันชนหน้า-หลัง สีดำและสีเงิน
ภายใน และความสะดวกสบาย
– กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ คู่หน้า
– ช่องปรับอากาศตอนหลัง
ระบบเครื่องเสียง
– จำนวนลำโพง 6 ตัว
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)
ระบบความปลอดภัย
– ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

Honda HR-V e:HEV RS
ภายนอก
– หลังคากระจกแบบพาโนรามา
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke
– ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
– กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
– กระจังหน้า โครเมียมแบบสปอร์ต
– กันชนหน้า-หลัง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
ภายใน และความสะดวกสบาย
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– อุปกรณ์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger)
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED แบบสัมผัส
– แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด พร้อมไฟส่องสว่าง
ระบบเครื่องเสียง
– ช่องเชื่อมต่อ USB 4 จุด
– จำนวนลำโพง 8 ตัว
– ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)
ระบบความปลอดภัย (เหมือนกับรุ่น EL)

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า เอชอาร์-วี ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลก เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2557 ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย
โดยเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่เข้ามาเปิดเซกเมนต์เอสยูวีขนาดกลาง และเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในกลุ่มรถเอสยูวีให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า เอชอาร์-วี เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวีที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์นี้ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน”
“จากความสำเร็จดังกล่าว ประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียที่จะได้เปิดตัว Honda HR-V e:HEV ใหม่ และยังเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เปิดตัวรุ่น RS ที่มาพร้อมดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟ
โดยนับเป็นก้าวสำคัญที่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการผสานทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมเป็นยนตรกรรมเอสยูวีสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”
พลังจากดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมอันโดดเด่น สร้างตัวตนที่แตกต่าง
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนสไตล์เอสยูวีได้อย่างชัดเจนโดดเด่นด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดึงดูดทุกสายตาด้วย
– กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเดียวกับตัวรถ (รุ่น e:HEV EL) และกระจังหน้าสีดำเงา (รุ่น e:HEV E) ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)
– กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยไฟท้ายแบบ LED Light Strip ที่เชื่อมต่อกับไฟเบรกเป็นเส้นแนวยาว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น อีกทั้งสปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต เสาอากาศครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL)
สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย
ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัวรุ่น RS ที่ประเทศไทย ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ ตกแต่งพิเศษรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยโครเมียม
ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เผยมุมมองใหม่ด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามา (Panoramic Glass Roof)
พิเศษยิ่งขึ้นกับสีภายนอกสีแดงอิกไนต์ ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน สะท้อนความสปอร์ตไปอีกขั้น

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่งและทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม* คงอรรถประโยชน์สไตล์เอสยูวีไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดดเด่นด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System โดยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ สามารถมอบทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ กระจายลมได้อย่างเหมาะสมทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) โดยทุกรุ่นมาพร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่
สีดำ และเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์แยกพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย
Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
Tall Mode: เอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่โดดเด่นของ ฮอนด้า ที่สามารถพับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง ซึ่งมีเพียง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่สามารถพับเบาะในโหมดนี้ได้

พร้อมตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน* อาทิ
– ใหม่ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlayและ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
– อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ลำโพงสูงสุดจำนวน 8 ตำแหน่ง
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

พลังความท้าทายที่ไร้ขีดจำกัด ที่ขับเคลื่อนชีวิตของคุณไปข้างหน้า
อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson–Cycle DOHC i–VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว
พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E–CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่
โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว มอบกำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 131 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร
ซึ่งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ โดยมีทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่
– โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมกับสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่

ECON Mode: โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
Normal Mode: โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
Sport Mode: โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

พลังที่พร้อมพาคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครัน* อาทิ
– ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
– ระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder)
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น
สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วย สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) รวมทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) ในทุกรุ่นย่อย
เสริมความมั่นใจในการขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียม โดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**
พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ

ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
MG ZS EV ราคา 1,190,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.

Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.

โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
ID Line : ballz12345

ID Line : Ballz_Honda
*เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า

พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ

#ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน
[rule_2_plain] #ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน
[rule_2_plain] #ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน
[rule_3_plain]

#ใหม #Honda #HRV #eHEV #ราคา #ฮอนดา #เอชอารว #ตารางผอนดาวน

ใหม่ Honda HR-V e:HEV 2022-2023 ราคา ฮอนด้า เอชอาร์วี ตารางผ่อน-ดาวน์

ดูรถ Segment ใกล้เคียง Haval Jolion | Honda HR-V e:HEV | Toyota C-HR | Toyota Collora Cross | Mazda CX-3 | Mazda CX-30 | MG EP | MG ZS | MG ZS EV | NISSAN KICKS

Honda เปิดตัว Honda HR-V Generation ที่ 2 ภายใต้ชื่อ “Honda HR-V e:HEV ใหม่” เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย สู่อีกขั้นแห่งยนตรกรรมที่ลงตัวที่สุดในปัจจุบัน
ครั้งแรกกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทั้งไลน์อัป ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ต
อีกขั้นกับรุ่น RS ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย มาพร้อมดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย อาทิ
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Brake Hold
มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**

Honda HR-V e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น e:HEV E ราคา 979,000.
รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000.
รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000.

ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
MG ZS EV ราคา 1,190,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.

Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.

โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
ID Line : ballz12345

ID Line : Ballz_Honda
*เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า

พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ

Honda HR-V e:HEV ราคา ตารางผ่อน-ดาวน์

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

.tt_fram_reponsive {
overflow: hidden;
padding-top: 56.25%; /* 16:9 */
position: relative;
margin-bottom: 15px;
}

.tt_fram_reponsive iframe {
position: absolute;
top: 0;
left: 0;
border: 0;
width: 100%!important;
height: 100%!important;
}

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

อุปกรณ์มาตรฐาน Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV E
ภายนอก
– ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip
– ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา
– กระจังหน้า สีดำเงา
– กันชนหน้า-หลัง สีดำ
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำ
– สปอยเลอร์หลัง
– เสาอากาศครีบฉลาม
– ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว
ภายใน และความสะดวกสบาย
– สีภายใน สีดำ
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมกระตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– เบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ แยกพับแบบ 60:40
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ฝั่งคนขับ
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าแบบ LED
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED
– ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
– พนักเท้าแขนด้านหลัง
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด
ระบบเครื่องเสียง
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ App CarPlay และ Android Auto
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
– รองรับการเชื่อมต่อ Điện thoại thông minh
– รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด
– จำนวนลำโพง 4 ตัว
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING
– ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
– ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM และ LDW)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC และ LSF)
– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่
– ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– โหมดการขับขี่ ECIN+NORMAL+SPORT
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
– ระบบ Auto Brake Hold
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
ระบบความปลอดภัย
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
– ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
– ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
– ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilzer พร้อมสัญญาณกันขโมย
– สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
– เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
– เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
– จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
– ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TPRK)

Honda HR-V e:HEV EL
ภายนอก
– ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
– ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
– ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
– กระจังหน้า สีเดียวกับตัวรถ
– กันชนหน้า-หลัง สีดำและสีเงิน
ภายใน และความสะดวกสบาย
– กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
– กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ คู่หน้า
– ช่องปรับอากาศตอนหลัง
ระบบเครื่องเสียง
– จำนวนลำโพง 6 ตัว
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)
ระบบความปลอดภัย
– ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

Honda HR-V e:HEV RS
ภายนอก
– หลังคากระจกแบบพาโนรามา
– ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke
– ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
– กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
– กระจังหน้า โครเมียมแบบสปอร์ต
– กันชนหน้า-หลัง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ชายกันกระแทกด้านข้าง สีดำแบบสปอร์ต ตกแต่งด้วยโครเมียม
– ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
ภายใน และความสะดวกสบาย
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– อุปกรณ์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger)
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED แบบสัมผัส
– แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
– แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด พร้อมไฟส่องสว่าง
ระบบเครื่องเสียง
– ช่องเชื่อมต่อ USB 4 จุด
– จำนวนลำโพง 8 ตัว
– ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING (เหมือนกับรุ่น E)
เทคโนโลยีด้านการขับขี่ (เหมือนกับรุ่น E)
ระบบความปลอดภัย (เหมือนกับรุ่น EL)

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า เอชอาร์-วี ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลก เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2557 ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย
โดยเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่เข้ามาเปิดเซกเมนต์เอสยูวีขนาดกลาง และเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในกลุ่มรถเอสยูวีให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า เอชอาร์-วี เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวีที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซกเมนต์นี้ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน”
“จากความสำเร็จดังกล่าว ประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียที่จะได้เปิดตัว Honda HR-V e:HEV ใหม่ และยังเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เปิดตัวรุ่น RS ที่มาพร้อมดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟ
โดยนับเป็นก้าวสำคัญที่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการผสานทั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมเป็นยนตรกรรมเอสยูวีสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”
พลังจากดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมอันโดดเด่น สร้างตัวตนที่แตกต่าง
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนสไตล์เอสยูวีได้อย่างชัดเจนโดดเด่นด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดึงดูดทุกสายตาด้วย
– กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเดียวกับตัวรถ (รุ่น e:HEV EL) และกระจังหน้าสีดำเงา (รุ่น e:HEV E) ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)
– กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยไฟท้ายแบบ LED Light Strip ที่เชื่อมต่อกับไฟเบรกเป็นเส้นแนวยาว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น อีกทั้งสปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต เสาอากาศครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น e:HEV E และรุ่น e:HEV EL)
สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย
ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัวรุ่น RS ที่ประเทศไทย ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ ตกแต่งพิเศษรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS สัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยโครเมียม
ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เผยมุมมองใหม่ด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามา (Panoramic Glass Roof)
พิเศษยิ่งขึ้นกับสีภายนอกสีแดงอิกไนต์ ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน สะท้อนความสปอร์ตไปอีกขั้น

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่งและทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม* คงอรรถประโยชน์สไตล์เอสยูวีไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดดเด่นด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System โดยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ สามารถมอบทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ กระจายลมได้อย่างเหมาะสมทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS) โดยทุกรุ่นมาพร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่
สีดำ และเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์แยกพับแบบ 60:40 ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย
Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
Tall Mode: เอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ที่โดดเด่นของ ฮอนด้า ที่สามารถพับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง ซึ่งมีเพียง ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่สามารถพับเบาะในโหมดนี้ได้

พร้อมตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน* อาทิ
– ใหม่ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlayและ Android Auto และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
– มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
– อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ลำโพงสูงสุดจำนวน 8 ตำแหน่ง
– ไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED เปิด-ปิดแบบสัมผัส
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

พลังความท้าทายที่ไร้ขีดจำกัด ที่ขับเคลื่อนชีวิตของคุณไปข้างหน้า
อีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญ ฮอนด้า เอชอาร์–วี อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson–Cycle DOHC i–VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว
พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E–CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่
โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว มอบกำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 131 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร
ซึ่งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ โดยมีทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่
– โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)
– โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมกับสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อย่างง่ายดายตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่

ECON Mode: โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่
Normal Mode: โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
Sport Mode: โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่ช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

พลังที่พร้อมพาคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย
ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครัน* อาทิ
– ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
– ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
– ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
– ระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
– ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder)
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น
สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วย สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) รวมทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) ในทุกรุ่นย่อย
เสริมความมั่นใจในการขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียม โดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง**
พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 229 แห่งทั่วประเทศ

ราคารถ และสเปคใกล้เคียง ที่น่าสนใจ…

Toyota Altis ราคาเริ่ม 839,000 – 1,099,000.
Honda Civic ราคาเริ่ม 964,900 – 1,199,900.
Mazda 3 ราคาเริ่ม 979,000 – 1,198,000.

MG ZS ราคาเริ่ม 689,000 – 799,000.
MG VS HEV ราคาเริ่ม 859,000 – 919,000. (NEW)
MG ZS EV ราคา 1,190,000.
Mazda CX-3 ราคาเริ่ม 769,000 – 879,000.
Mazda CX-30 ราคาเริ่ม 989,000 – 1,199,000.
Haval Jolion ราคาเริ่ม 879,000 – 999,000.
Nissan KICKS ราคาเริ่ม 759,000 – 949,000.

Hyundai CRETA ราคาเริ่ม 945,000 – 999,000.

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่ม 979,000 – 1,179,000.
Toyota Collora Cross ราคาเริ่ม 1,019,000 – 1,199,000.
Peugeot 2008 ราคา 1,249,000.
Subaru XV ราคาเริ่ม 1,159,000 – 1,374,930.

โปรโมชั่นพิเศษ Honda ทุกรุ่น ติดต่อ

เซลล์ คุณบอล : 085-082-2662 *Honda สาธุประดิษฐ์
FB Page : Honda rama 3 by เซลล์บอล
ID Line : ballz12345

ID Line : Ballz_Honda
*เซลล์ใจดีให้คำปรึกษาฟรี สินเชื่อปล่อยง่าย ดันทุกเคส ออกรถง่ายๆจร้า

พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว
ดาวน์น้อยหาคนค้ำไม่ได้..ทักมาได้เลยนะครับ

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button