THAI LAND

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อวดโฉมรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA พร้อมเปิดตัว ตระกูลเอเอ็มจี ในมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35

Mercedes-Benz เตรียมเข้าสู่นิทรรศการรถยนต์ปลายปี ‘Motor Expo 2018’ ส่งตรงถึงต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า EQA จากต่างประเทศ พร้อมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ล่าสุด จากแบรนด์ Mercedes-AMG คือ CLS 53 4MATIC+ ที่มาพร้อมสมรรถนะเต็มรูปแบบ เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับรถรุ่นใหม่ในตระกูล AMG GT อย่าง Mercedes-AMG GT S ควบคู่ไปกับรถรุ่นอื่นๆ เพื่อจัดแสดงรถยนต์มากกว่า 26 คันในงาน Motor Expo ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

สำหรับงาน Motor Expo ปีนี้ พื้นที่ออกบูธแบ่งเป็น 4 โซน ครอบคลุมรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ได้แก่ Compact Cars, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUVs ตลอดจนแบรนด์รถยนต์ระดับ Ultra-Luxury เช่น พฤษภาคม Mercedes-Maybach รถสปอร์ตสมรรถนะสูงระดับพรีเมียม เช่น Mercedes-AMG และแบรนด์เทคโนโลยีที่มีรถยนต์ Plug-in Hybrid เช่น EQ Power เพื่อแสดงให้ลูกค้าได้เห็นรถแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นับเป็นครั้งแรกที่มีการขนส่งรถสปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG มากกว่า 8 รุ่น ครอบคลุมทั้งครอบครัว ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็กในเจนเนอเรชั่นที่ 45 เครื่องยนต์สี่สูบ รถเก๋งที่ประกอบขึ้นเองในประเทศ และรถสไตล์คูเป้รุ่น 43 หรือรุ่น 53 รถนำเข้าที่เพิ่งเปิดตัวในครั้งนี้ รวมรถที่ทรงพลังที่สุดในเจเนอเรชั่น 63 และตระกูล AMG GT รวมถึง GT S, GT C และ GT R ที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในงานแสดงรถยนต์ เพื่อมาให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

Mercedes-Benz Concept EQA รถต้นแบบที่จะสาธิตกลยุทธ์ EQ ที่จะใช้ในกลุ่มรถคอมแพค ด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งตัวที่เพลาหน้าและหนึ่งชุดที่เพลาล้อหลัง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้มีกำลังสูงสุดมากกว่า 200 กิโลวัตต์ ยังสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้อีกด้วย ผ่านการปรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อแบ่งกำลังให้กับล้อหน้าและล้อหลังในรูปแบบต่างๆ

แนวคิดของ EQA เป็นผลจากการตีความปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ใหม่ ในขณะที่ขับเคลื่อนแนวคิด Modern Luxury ให้มีความหรูหราแบบก้าวหน้าโดยการขจัดแนวสันเขาและเส้นสายออก และก้าวไปสู่ระดับที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น สัดส่วนที่งดงามและพื้นผิวที่ไร้รอยต่อ เมื่อรวมกับกราฟิกอีโรติกที่สร้างขึ้นโดยใช้แผงด้านหลังไฮเทคสีดำ บ่งบอกถึงสุดยอดแห่งการออกแบบที่โดดเด่น ทำให้รถคันนี้มีเสน่ห์อย่างแท้จริง นอกจากนี้รถคันนี้ยังได้เพิ่มความสวยงามให้กับภายนอกอีกด้วย ด้วยเทคโนโลยีการส่องสว่างที่โดดเด่นด้วยไฟเบอร์เลเซอร์ที่ฝังตัวกลางที่กระตุ้นด้วยเลเซอร์ไว้ในแกนกลางของสายเคเบิลไฟเบอร์ ไฟรูปทรงเกลียวขนาดเล็ก สวยงามสะดุดตา ตอกย้ำแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งการออกแบบที่ชวนให้นึกถึงขดลวดทองแดงในมอเตอร์ไฟฟ้า และภาพเคลื่อนไหวที่จินตนาการถึงการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้เพิ่มกำลังขับมากกว่า 200 กิโลวัตต์อันเป็นผลมาจากระบบแบตเตอรี่ที่ขยายได้ รวมไปถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ให้ความคล่องตัวที่น่าประทับใจ โหมดการขับขี่ 2 โหมด “Sport” และ “Sport Plus” ปรับแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหน้า และล้อหลังในอัตราที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณสามารถเลือกบุคลิกการขับขี่ของแต่ละประเภทได้ แผงสีดำที่ด้านหน้ารถทำหน้าที่เป็นกระจังหน้าเสมือนจริง โดยจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ตามโหมดการขับขี่ที่ใช้ ในโหมด “Sport” กระจังหน้าจะแสดงปีกที่มีไฟในแนวนอน ในขณะที่ในโหมด “Sport Plus” รูปภาพจะแสดงด้วยแถบแนวตั้งที่มีรูปร่างเป็นกระจังหน้า กระทะอเมริกานา

ด้วยโหมดการทำงานอัจฉริยะของ Mercedes-Benz รถต้นแบบ Concept EQA สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูงนี้เป็นเซลล์พกพา (Pouch Cell) ที่ผลิตโดย

บริษัทในเครือของ Daimler คือ Deutsche Accumotiv Company อันเป็นผลมาจากการออกแบบโมดูลาร์ ทำให้ระบบแบตเตอรี่ประเภทนี้มีความจุรวมเฉพาะรุ่นมากกว่า 60 kWh



แนวคิด EQA สามารถชาร์จไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนำหรือวอลล์บ็อกซ์ และยังรองรับการชาร์จอย่างรวดเร็วอีกด้วย เพื่อ “การชาร์จที่ราบรื่นไม่มีสะดุด” โดยบริการที่ใช้ระบบ Mercedes me นี้จะทำให้การชาร์จ และการชำระค่าบริการตามสถานีชาร์จไฟฟ้าต่างๆ เป็นเรื่องง่าย

Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ตระกูล Mercedes-AMG 53 เป็นผลมาจากการผสมผสานเครื่องยนต์ขนาด 320 กิโลวัตต์ (435 แรงม้า) เข้ากับรูปลักษณ์แบบสปอร์ต และสิ้นเปลืองพลังงานเป็นเลิศ รถยนต์ในตระกูลนี้ติดตั้งระบบ EQ Boost ที่สามารถเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ได้ถึง 16 กิโลวัตต์ เข้ากันได้กับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และสามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อป้อนระบบไฟฟ้าของรถยนต์ด้วย แรงดันไฟ 48 โวลต์ ระบบ EQ Boost เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ อีกทั้งยังเป็นระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบส่งกำลัง

Mercedes-AMG ได้พัฒนาสตาร์ทเตอร์รุ่นนี้ รวมถึงคอมเพรสเซอร์เสริมไฟฟ้าและเทอร์โบชาร์จเจอร์สำหรับท่อไอเสียเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ เพิ่มชื่อเสียงให้กับแบรนด์ AMG เนื่องจากแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงช่วยลดอัตราการใช้พลังงานและลดการปล่อยไอเสีย

สำหรับการออกแบบภายนอกของรถคันนี้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า, แผงควบคุมแอร์คู่, สีเงิน, ชุบโครเมียม, วัสดุตกแต่งด้านข้างแบบพิเศษ สเกิร์ตหลังรูปแบบใหม่ล่าสุดที่เข้ากับปลายท่อไอเสียแบบกลมทำให้ดูโดดเด่น ได้แก่ ระบบท่อไอเสีย AMG Sports, ล้ออัลลอย AMG 5 ก้าน ขนาด 20 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่า LED มาตรฐานมากมาย ระบบไฟหน้า (มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อ 1 หลอด) เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมืองและระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาพอากาศเลวร้าย รวมถึงซันรูฟแบบพาโนรามาที่สามารถเปิดปิดด้วยไฟฟ้าได้

การออกแบบภายในของตระกูล Mercedes-AMG 53 ใหม่นั้นมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ Mercedes-AMG ออกแบบมาโดยเฉพาะให้มีความหรูหรา ใช้งานได้หลากหลาย และเหมาะกับรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้วทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อมทัชแพดและคอนโทรลเลอร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งจอแสดงผลของอุปกรณ์ได้สามวิธี: “คลาสสิก” “สปอร์ต” และ “โปรเกรสซีฟ” คุณยังสามารถเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ สามารถเพิ่มได้ตามต้องการอีกด้วย ผู้ขับขี่จะสามารถควบคุมรถด้วยพวงมาลัย AMG Performance แบบพิเศษที่เพิ่มความกระชับและความมั่นใจตลอดการขับขี่ ความสวยงามของการเดินทางยังเสริมได้ด้วยไฟภายในห้องโดยสารที่ปรับได้ 64 สีและระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี มีหลายอย่างที่ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE® Plus และระบบแสดงผลบนกระจกหน้า นอกจากนี้เทคโนโลยีเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT ระบบเกียร์ 9G ที่ Mercedes-AMG เลือกใช้คือระบบเกียร์ที่ตอบสนองได้ดีขึ้นเมื่อคนขับเปลี่ยนเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ ที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่ รวมถึงถุงลมกันสะเทือน AMG RIDE CONTROL+ อัตโนมัติ ยังทำให้ผู้ขับขี่มีความพึงพอใจมากกว่าที่เคย Cedes-AMG พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับแนวคิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ระบบไฟฟ้าดังกล่าวจึงรองรับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งโหมดบูสต์ ชาร์จพลังงานเข้าแบตเตอรี่โดยพักฟื้น สลับระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า (เปลี่ยนจุดโหลด) ขับเคลื่อนโดยใช้แรงเฉื่อยที่เกิดจากการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น (ร่อน) หรือแม้แต่สวิตซ์ การดำเนินงาน ของเครื่องยนต์พร้อมระบบสตาร์ท/หยุดที่นุ่มนวล

ซึ่งนอกจากรถใหม่แล้ว ทุกคนยังจะได้พบกับกองทัพอีกกว่า 26 รุ่น จัดเต็มทุกเซกเมนต์ ทั้งแบรนด์ Mercedes-Benz Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach รวมถึงแบรนด์เทคโนโลยี EQ Power และข้อเสนอพิเศษมากมายเพื่อขอบคุณลูกค้าเช่นรับดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 4 ปีเมื่อซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC ทั้ง AMG Dynamic และรุ่น OFF-ROAD หรือเข้าร่วมโปรแกรม mySTAR SPECIAL ผ่อน 1% ของราคารถเมื่อซื้อรถรุ่นอื่น รวมถึงบริษัทยังเตรียมมอบ iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) ให้กับลูกค้าที่ได้รับ Mercedes-Benz 7 รุ่นที่ร่วมรายการ เช่น CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2561 เช่นกัน

Mercedes-Benz ขอเชิญทุกท่านพบกับขบวนยานยนต์ใหม่ล่าสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดและยานยนต์หลากหลายประเภท ในงาน Motor Expo หรือ Motor Expo ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี

ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ eqa


ข้อมูลมากกว่านี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อวดโฉมรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA พร้อมเปิดตัว ตระกูลเอเอ็มจี ในมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35
#เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท
[rule_3_plain] #เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท

           เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมพร้อมเข้าสู่งานมหกรรมจัดแสดงรถยนต์ ปลายปี ‘มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018’ ส่งตรงรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA จากต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวยนตรกรรม 2 รุ่นใหม่ล่าสุด จากแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้แก่ CLS 53 4MATIC+ ที่มาพร้อมกับสมรรถนะเต็มพิกัด ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และน้องใหม่ ในตระกูล AMG GT อย่าง Mercedes-AMG GT S พร้อมขนทัพยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ มาจัดแสดงอีกกว่า 26 คัน ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปในปีนี้ ภายในบริเวณบูธแบ่งออกเป็น 4 โซน ครอบคลุมรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV รวมถึงแบรนด์รถยนต์หรูระดับอัลตร้า ลักชัวรี อย่าง เมอร์เซเดส-มายบัค รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงระดับพรีเมี่ยม อย่าง เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อย่าง EQ Power เพื่อแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสรถยนต์แต่ละกลุ่มได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้ขนทัพยนตรกรรมสปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีจำนวนกว่า 8 รุ่น ครบทั้งตระกูลครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ในรุ่น 45 ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซาลูนรุ่นประกอบในประเทศ และรถยนต์สไตล์คูเป้ รุ่น 43 หรือรถยนต์รุ่น 53 นำเข้าที่เพิ่งเปิดตัวในครั้งนี้ รวมถึงรถยนต์เครื่องแรงที่สุดในรุ่น 63 และตระกูล AMG GT ครบทั้ง GT S GT C และ GT R มากที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานจัดแสดงรถยนต์ เพื่อมาให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซ็ปต์ อีคิวเอ รถยนต์ต้นแบบที่จะแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์อีคิวที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์กลุ่มคอมแพค ด้วยระบบขับเคลื่อนซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งชุดที่เพลาหน้า และอีกหนึ่งชุดที่เพลาท้าย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ให้กำลังสูงสุดกว่า 200 กิโลวัตต์ โดยสไตล์การ ขับขี่ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ ผ่านการปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้แบ่งกำลังไปยังล้อหน้า และล้อหลังในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

โดยคอนเซ็ปท์ อีคิวเอ คือผลจากการนำปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity มาตีความใหม่ พร้อมกับขับเคลื่อนแนวคิด Modern Luxury ให้พัฒนาสู่ความเป็น Progressive Luxury โดย ลบองค์ประกอบที่เป็นสัน และเส้นออกไป และก้าวสู่ความบริสุทธิ์หมดจดในอีกระดับ สัดส่วนที่น่าตื่นตารวมถึงพื้นผิวที่ราบลื่นไร้รอยต่อ เมื่อผสานกับกราฟิกเร้าอารมณ์ที่เกิดจากการใช้ แผงด้านหลังแบบไฮเทคสีดำ บ่งบอกถึงความเป็นที่สุดของการออกแบบที่โดดเด่น ทำให้รถยนต์คันนี้ดูมีเสน่ห์อย่างแท้จริง นอกจากนี้รถยนต์คันนี้ได้เพิ่มความสวยงามภายนอก ด้วยเทคโนโลยี ไฟส่องสว่างที่โดดเด่นด้วยเลเซอร์ไฟเบอร์ โดยที่ตัวกลางซึ่งถูกกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์ได้ถูกฝังไว้ในแกนกลางของเคเบิ้ลใยแก้ว ไฟรูปทรงขดเกลียวเล็กๆ สวยสะดุดตาช่วยเน้นย้ำแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้วยการออกแบบที่ชวนให้นึกถึงขดลวดทองแดงในมอเตอร์ไฟฟ้า และภาพ การเคลื่อนไหวที่ให้มโนภาพถึงการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า

 

มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้เพิ่มกำลังขับเคลื่อนมากขึ้นกว่า 200 กิโลวัตต์ ด้วยผลของระบบแบตเตอรี่แบบเพิ่มขยายส่วนประกอบได้ ตลอดจนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาที่ให้สมรรถนะอันปราดเปรียวอย่างน่าประทับใจ โหมดการขับขี่ 2 รูปแบบ คือ “Sport” และ “Sport Plus” ปรับเปลี่ยนแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหน้า และล้อหลังในอัตราที่แตกต่างกัน จึงเลือกบุคลิกการขับขี่ในแต่ละแบบได้ แผงสีดำบริเวณตอนหน้าของรถทำหน้าที่เป็นกระจังหน้าแบบเสมือน และจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามโหมดการขับขี่ที่ใช้ โดยในโหมด “Sport” กระจังจะแสดงภาพปีกติดเปลวเพลิงในแนวนอน ส่วนในโหมด “Sport Plus” ภาพที่แสดงจะเป็นเส้นขีดแนวตั้งรูปกระจังหน้าในแบบแพนอเมริกาน่า

ด้วยโหมดการทำงานแบบอัจฉริยะของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รถต้นแบบ คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูงนี้ เป็นแบบเซลล์กระเป๋า (Pouch Cell) ที่ผลิตขึ้นโดย

บริษัทย่อยของเดมเลอร์ คือ บริษัท ดอยท์ช แอคคิวโมทิฟ ซึ่งผลจากการออกแบบในแบบโมดูลาร์ ทำให้ระบบแบตเตอรี่ชนิดนี้มีความจุรวมเฉพาะรุ่นมากกว่า 60 kWh

 

คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถชาร์จไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนําแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) หรือ วอลล์บ็อกซ์ และยังรองรับการชาร์จเร็ว (Rapid Charging) อีกด้วย ในส่วนของวิสัยทัศน์ด้านการใช้บริการสถานีประจุไฟฟ้าสาธารณะจะเป็นการมุ่งสู่ “การชาร์จที่ราบรื่นไร้ปัญหาติดขัด” โดยบริการที่ใช้ระบบ Mercedes me นี้ จะทำให้การชาร์จ และการจ่ายค่าบริการในสถานีประจุไฟฟ้าแห่งต่างๆ เป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย

Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีตระกูล 53 คือผลลัพธ์ของการผสมผสานเครื่องยนต์ที่ให้กำลัง 320 กิโลวัตต์ (435 แรงม้า) กับรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต และอัตราการใช้พลังงานที่เยี่ยมยอด รถยนต์ตระกูลนี้มีระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ที่สามารถเสริมกำลังให้เครื่องยนต์ได้ ถึง 16 กิโลวัตต์ รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตันเมตร รวมถึงสามารถ สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ ระบบอีคิวบูสท์เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ อีกทั้งยังเป็นระบบที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ด้วย

เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาไดสตาร์ทนี้รวมไปถึงระบบประจุไฟฟ้าที่ทำงานโดยใช้คอมเพรสเซอร์ช่วยที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า (electric auxiliary compressor) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์สำหรับท่อไอเสียเพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ ยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์เอเอ็มจีในฐานะ แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง ลดอัตราการใช้พลังงาน และลดการปล่อยไอเสีย

สำหรับดีไซน์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบแผงบังคับลมคู่สีเงิน ชุบโครเมี่ยม วัสดุเก็บขอบด้านข้างแบบพิเศษ กระโปรงหลังรูปแบบใหม่ล่าสุดที่สอดรับกับ ปลายท่อไอเสียทรงกลมทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่อไอเสียแบบ AMG Sports exhaust system, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20” พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1โคม) เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายในของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีตระกูล 53 รุ่นใหม่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะให้หรูหรา หลากหลาย และเข้ากับรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ เพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ที่ผู้ขับขี่จะสามารถปรับแต่งการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3 รูปแบบได้แก่ “Classic” “Sport” และ “Progressive” อีกทั้งยังสามารถเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มเติมตามต้องการอีกด้วย โดยผู้ขับขี่ยังจะสามารถควบคุมรถด้วยพวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel ที่เพิ่มความกระชับและมั่นใจตลอดการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มสุนทรียภาพของการเดินทางด้วยระบบไฟในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี ที่มีมาอย่างมากมายเพื่อช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายขึ้น อาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE® Plus และระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) นอกจากนี้ เทคโนโลยีเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเลือกใช้เป็นระบบเกียร์ที่ตอบสนองดีขึ้นเมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบแปรผันได้สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ที่ทำงานโดยอัตโนมัตินั้นยังช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกรื่นรมย์มากยิ่งกว่าที่เคย ทั้งนี้ ระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์เป็นระบบที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาให้รองรับกับแนวคิดการปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคของรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ระบบไฟฟ้าดังกล่าวจึงรองรับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ไฮบริด ทั้งโหมดบูสท์ การประจุพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากแรงเบรก (recuperate) การสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า (load point shift) การขับเคลื่อนโดยใช้เพียงแรงเฉื่อยซึ่งเกิดจากการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้า (gliding) หรือแม้แต่การสลับการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบ start/stop ที่เรียบลื่น

ซึ่งนอกเหนือจากรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว ทุกท่านยังจะได้พบกับทัพยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ อีกกว่า 26 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค รวมถึงแบรนด์เทคโนโลยี EQ Power และข้อเสนอพิเศษสุดมากมายเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า อาทิ รับดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี เมื่อซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC ทั้งรุ่น AMG Dynamic และ OFF-ROAD หรือเข้าร่วมโปรแกรม mySTAR SPECIAL ผ่อน 1% ของราคารถ เมื่อซื้อรถยนต์รุ่นอื่นๆ รวมถึงทางบริษัทฯ ยังเตรียมมอบ iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) สำหรับลูกค้าที่รับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 7 รุ่นที่ร่วมรายการ อย่าง CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ในระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2561 อีกด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหรือมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 ระหว่าง วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่eqa

#เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท
[rule_2_plain] #เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท
[rule_2_plain] #เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท
[rule_3_plain]

#เมอรเซเดสเบนซ #อวดโฉมรถยนตไฟฟาตนแบบ #EQA #พรอมเปดตว #ตระกลเอเอมจ #ในมอเตอร #เอกซโป #ครงท

           เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมพร้อมเข้าสู่งานมหกรรมจัดแสดงรถยนต์ ปลายปี ‘มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018’ ส่งตรงรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA จากต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวยนตรกรรม 2 รุ่นใหม่ล่าสุด จากแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้แก่ CLS 53 4MATIC+ ที่มาพร้อมกับสมรรถนะเต็มพิกัด ให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และน้องใหม่ ในตระกูล AMG GT อย่าง Mercedes-AMG GT S พร้อมขนทัพยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ มาจัดแสดงอีกกว่า 26 คัน ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปในปีนี้ ภายในบริเวณบูธแบ่งออกเป็น 4 โซน ครอบคลุมรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV รวมถึงแบรนด์รถยนต์หรูระดับอัลตร้า ลักชัวรี อย่าง เมอร์เซเดส-มายบัค รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงระดับพรีเมี่ยม อย่าง เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อย่าง EQ Power เพื่อแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสรถยนต์แต่ละกลุ่มได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้ขนทัพยนตรกรรมสปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีจำนวนกว่า 8 รุ่น ครบทั้งตระกูลครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ในรุ่น 45 ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซาลูนรุ่นประกอบในประเทศ และรถยนต์สไตล์คูเป้ รุ่น 43 หรือรถยนต์รุ่น 53 นำเข้าที่เพิ่งเปิดตัวในครั้งนี้ รวมถึงรถยนต์เครื่องแรงที่สุดในรุ่น 63 และตระกูล AMG GT ครบทั้ง GT S GT C และ GT R มากที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานจัดแสดงรถยนต์ เพื่อมาให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซ็ปต์ อีคิวเอ รถยนต์ต้นแบบที่จะแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์อีคิวที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์กลุ่มคอมแพค ด้วยระบบขับเคลื่อนซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งชุดที่เพลาหน้า และอีกหนึ่งชุดที่เพลาท้าย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ให้กำลังสูงสุดกว่า 200 กิโลวัตต์ โดยสไตล์การ ขับขี่ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ ผ่านการปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้แบ่งกำลังไปยังล้อหน้า และล้อหลังในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

โดยคอนเซ็ปท์ อีคิวเอ คือผลจากการนำปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity มาตีความใหม่ พร้อมกับขับเคลื่อนแนวคิด Modern Luxury ให้พัฒนาสู่ความเป็น Progressive Luxury โดย ลบองค์ประกอบที่เป็นสัน และเส้นออกไป และก้าวสู่ความบริสุทธิ์หมดจดในอีกระดับ สัดส่วนที่น่าตื่นตารวมถึงพื้นผิวที่ราบลื่นไร้รอยต่อ เมื่อผสานกับกราฟิกเร้าอารมณ์ที่เกิดจากการใช้ แผงด้านหลังแบบไฮเทคสีดำ บ่งบอกถึงความเป็นที่สุดของการออกแบบที่โดดเด่น ทำให้รถยนต์คันนี้ดูมีเสน่ห์อย่างแท้จริง นอกจากนี้รถยนต์คันนี้ได้เพิ่มความสวยงามภายนอก ด้วยเทคโนโลยี ไฟส่องสว่างที่โดดเด่นด้วยเลเซอร์ไฟเบอร์ โดยที่ตัวกลางซึ่งถูกกระตุ้นด้วยแสงเลเซอร์ได้ถูกฝังไว้ในแกนกลางของเคเบิ้ลใยแก้ว ไฟรูปทรงขดเกลียวเล็กๆ สวยสะดุดตาช่วยเน้นย้ำแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้วยการออกแบบที่ชวนให้นึกถึงขดลวดทองแดงในมอเตอร์ไฟฟ้า และภาพ การเคลื่อนไหวที่ให้มโนภาพถึงการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า

 

มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้เพิ่มกำลังขับเคลื่อนมากขึ้นกว่า 200 กิโลวัตต์ ด้วยผลของระบบแบตเตอรี่แบบเพิ่มขยายส่วนประกอบได้ ตลอดจนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาที่ให้สมรรถนะอันปราดเปรียวอย่างน่าประทับใจ โหมดการขับขี่ 2 รูปแบบ คือ “Sport” และ “Sport Plus” ปรับเปลี่ยนแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหน้า และล้อหลังในอัตราที่แตกต่างกัน จึงเลือกบุคลิกการขับขี่ในแต่ละแบบได้ แผงสีดำบริเวณตอนหน้าของรถทำหน้าที่เป็นกระจังหน้าแบบเสมือน และจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามโหมดการขับขี่ที่ใช้ โดยในโหมด “Sport” กระจังจะแสดงภาพปีกติดเปลวเพลิงในแนวนอน ส่วนในโหมด “Sport Plus” ภาพที่แสดงจะเป็นเส้นขีดแนวตั้งรูปกระจังหน้าในแบบแพนอเมริกาน่า

ด้วยโหมดการทำงานแบบอัจฉริยะของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รถต้นแบบ คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูงนี้ เป็นแบบเซลล์กระเป๋า (Pouch Cell) ที่ผลิตขึ้นโดย

บริษัทย่อยของเดมเลอร์ คือ บริษัท ดอยท์ช แอคคิวโมทิฟ ซึ่งผลจากการออกแบบในแบบโมดูลาร์ ทำให้ระบบแบตเตอรี่ชนิดนี้มีความจุรวมเฉพาะรุ่นมากกว่า 60 kWh

 

คอนเซ็ปท์ อีคิวเอ สามารถชาร์จไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนําแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) หรือ วอลล์บ็อกซ์ และยังรองรับการชาร์จเร็ว (Rapid Charging) อีกด้วย ในส่วนของวิสัยทัศน์ด้านการใช้บริการสถานีประจุไฟฟ้าสาธารณะจะเป็นการมุ่งสู่ “การชาร์จที่ราบรื่นไร้ปัญหาติดขัด” โดยบริการที่ใช้ระบบ Mercedes me นี้ จะทำให้การชาร์จ และการจ่ายค่าบริการในสถานีประจุไฟฟ้าแห่งต่างๆ เป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย

Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีตระกูล 53 คือผลลัพธ์ของการผสมผสานเครื่องยนต์ที่ให้กำลัง 320 กิโลวัตต์ (435 แรงม้า) กับรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต และอัตราการใช้พลังงานที่เยี่ยมยอด รถยนต์ตระกูลนี้มีระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ที่สามารถเสริมกำลังให้เครื่องยนต์ได้ ถึง 16 กิโลวัตต์ รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตันเมตร รวมถึงสามารถ สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ ระบบอีคิวบูสท์เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ อีกทั้งยังเป็นระบบที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ด้วย

เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาไดสตาร์ทนี้รวมไปถึงระบบประจุไฟฟ้าที่ทำงานโดยใช้คอมเพรสเซอร์ช่วยที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า (electric auxiliary compressor) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์สำหรับท่อไอเสียเพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ ยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์เอเอ็มจีในฐานะ แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง ลดอัตราการใช้พลังงาน และลดการปล่อยไอเสีย

สำหรับดีไซน์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบแผงบังคับลมคู่สีเงิน ชุบโครเมี่ยม วัสดุเก็บขอบด้านข้างแบบพิเศษ กระโปรงหลังรูปแบบใหม่ล่าสุดที่สอดรับกับ ปลายท่อไอเสียทรงกลมทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่อไอเสียแบบ AMG Sports exhaust system, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20” พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1โคม) เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายในของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีตระกูล 53 รุ่นใหม่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะให้หรูหรา หลากหลาย และเข้ากับรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ เพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ที่ผู้ขับขี่จะสามารถปรับแต่งการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3 รูปแบบได้แก่ “Classic” “Sport” และ “Progressive” อีกทั้งยังสามารถเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มเติมตามต้องการอีกด้วย โดยผู้ขับขี่ยังจะสามารถควบคุมรถด้วยพวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel ที่เพิ่มความกระชับและมั่นใจตลอดการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มสุนทรียภาพของการเดินทางด้วยระบบไฟในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี ที่มีมาอย่างมากมายเพื่อช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายขึ้น อาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE® Plus และระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) นอกจากนี้ เทคโนโลยีเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเลือกใช้เป็นระบบเกียร์ที่ตอบสนองดีขึ้นเมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบแปรผันได้สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ที่ทำงานโดยอัตโนมัตินั้นยังช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกรื่นรมย์มากยิ่งกว่าที่เคย ทั้งนี้ ระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์เป็นระบบที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาให้รองรับกับแนวคิดการปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคของรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ระบบไฟฟ้าดังกล่าวจึงรองรับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ไฮบริด ทั้งโหมดบูสท์ การประจุพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากแรงเบรก (recuperate) การสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า (load point shift) การขับเคลื่อนโดยใช้เพียงแรงเฉื่อยซึ่งเกิดจากการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้า (gliding) หรือแม้แต่การสลับการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบ start/stop ที่เรียบลื่น

ซึ่งนอกเหนือจากรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว ทุกท่านยังจะได้พบกับทัพยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ อีกกว่า 26 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค รวมถึงแบรนด์เทคโนโลยี EQ Power และข้อเสนอพิเศษสุดมากมายเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า อาทิ รับดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี เมื่อซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC ทั้งรุ่น AMG Dynamic และ OFF-ROAD หรือเข้าร่วมโปรแกรม mySTAR SPECIAL ผ่อน 1% ของราคารถ เมื่อซื้อรถยนต์รุ่นอื่นๆ รวมถึงทางบริษัทฯ ยังเตรียมมอบ iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) สำหรับลูกค้าที่รับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 7 รุ่นที่ร่วมรายการ อย่าง CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ในระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2561 อีกด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหรือมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 ระหว่าง วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่eqa

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button