THAI LAND

เปิดตัว Honda Jazz Hybrid 2013 ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด รุ่นแรกในรถซับคอมแพคท์

Honda เปิดตัว All-New Jazz Hybrid ไฮบริดรุ่นแรกในรถยนต์ซับ-คอมแพ็กต์ ไฮไลท์เทรนด์ใหม่ ใครๆ ก็ผสมกันได้


ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด 2013 เปิดตัว

Jazz Hybrid IMA ยานยนต์รักษ์โลก รถยนต์ไฮบริดคันแรกของกลุ่มซับคอมแพ็คในไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริด และระบบเดินสายไฮบริด ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิ์คืนภาษีรถยนต์คันแรก ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยขับประหยัดน้ำมันเต็มที่

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Jazz Hybrid รถยนต์ไฮบริด IMA รุ่นแรกในกลุ่มซับคอมแพ็คในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มาในแนวคิด “เรียบ” และ “ทันสมัย” ที่แตกต่างจากกระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้ายสไตล์ไฮบริดใหม่ ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน มาตรวัดแสดงการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงสุดให้เต็มที่สำหรับทุกสไตล์การขับขี่ มีให้เลือก 4 สี Brilliant White เศวตศิลาสีเงินสีเขียวมะนาวสดและสีฟ้าซีรูเลียน ภายในเบาะนั่งสีดำและสีน้ำเงินเข้ม

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แจ๊ส ไฮบริด ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยวันนี้ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีของฮอนด้า ไฮบริด ผสานกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC 1.3 ลิตร ปล่อยคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และถือเป็นรถยนต์ไฮบริดคันแรกในรถยนต์ซับคอมแพ็ก และเป็นรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในขณะนี้ ฮอนด้าเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถไฮบริดที่เหมาะสมกับการใช้งาน เต็มประสิทธิภาพ ขับสนุก ควบคุมได้ตามใจชอบ ประหยัดน้ำมัน อเนกประสงค์ มีพื้นที่ห้องโดยสารที่ใหญ่กว่าตัวรถในระดับเดียวกัน และที่สำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมของ Blue Skies for Our Children ฮอนด้าทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดลง 30% ภายในปี 2563 ทั้งนี้ยังมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ ด้วยการแบ่งปันความสุขกับผู้คน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาที่จับต้องได้และคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ขององค์กรฮอนด้าในปี 2563”

มร. ชินโกะ นากามิเนะ หัวหน้าวิศวกรฝ่ายพัฒนาฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด ใหม่ บริษัทฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เป้าหมายของการพัฒนาแจ๊ส ไฮบริด ใหม่ คือการสร้างรถยนต์ซับคอมแพ็กที่สมบูรณ์แบบสำหรับ ใช้. รวมถึงการปรับปรุงนวัตกรรมทางเทคนิคและการประหยัดเชื้อเพลิง โดยรวมแล้ว Honda Jazz Hybrid ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีความโดดเด่น

IMG_9957_resize

ประการแรกคือเทคโนโลยีพื้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพร้อมถังเชื้อเพลิงที่อยู่ตรงกลาง ใช้มาตั้งแต่ฮอนด้าแจ๊สรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบางและชุดควบคุมอัจฉริยะขนาดกะทัดรัดหรือ IPU และน้ำหนักเบา ส่งผลให้รถสามารถตอบสนองต่อพื้นที่ได้อย่างลงตัว Jazz Hybrid ได้รับการออกแบบตามแนวคิดของความเรียบง่ายและความทันสมัย ​​(Advance & Clean) พร้อมการออกแบบภายในที่โดดเด่นเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานและประหยัดน้ำมัน สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊สเป็นแบบขนาน (Parallel Hybrid) ที่ผสมผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นกำลังหลักในการขับขี่ เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดคู่ขนานนั้นไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และประหยัดน้ำมัน ขับสนุกต่อไป

ชุดควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา วางบนพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถซึ่งคงเอกลักษณ์การจัดวางเบาะนั่งในสไตล์เดียวกับรุ่นเบนซินของแจ๊สซึ่งสามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบ เป็นพื้นที่ตอบสนองการใช้งานและการจัดเก็บสัมภาระอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์คือการสร้างรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กที่มีมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดไทยในปัจจุบัน”



IMG_0004_resize

Jazz Hybrid: เริ่มต้นความสนุกทุกการขับขี่ เมื่อรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด IMA และเครื่องยนต์ i-VTEC 1.3 ลิตร เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้า 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และเสริมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ออกตัวและแซงเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์หยุดทำงานและเข้าสู่โหมด EV โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักเพียงอย่างเดียว เมื่อเครื่องยนต์เข้าสู่โหมด EV จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา การชะลอตัวหรือระยะเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะแปลงพลังงานที่สูญเสียไประหว่างการเบรกเป็นพลังงานไฟฟ้า และกลับสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถดับ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.) และปล่อย CO2 ได้เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร* (*ข้อมูลการทดสอบภายในของ Honda)

Jazz Hybrid ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตล่าสุด เช่น กระจังหน้า ไฟหน้า และไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบไฮบริด คิ้วโครเมียม ฝากระโปรงหลัง ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ยังมาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน เช่น สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบเสียงแบบแยกส่วนพร้อมการเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะหลัง ช่องเก็บของในคอนโซลกลางเอนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังกว้างขวาง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งแบบ Ultra-seat ที่ปรับได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถัง G-CON อีกทั้งยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า, SRS คู่และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก, ABS, การกระจายแรงเบรก, EBD

IMG_9951_resize

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ไฮบริดและระบบเดินสายไฮบริดโดยรับประกันทั้งระบบเป็นระยะเวลาสูงสุด 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง Honda Jazz Hybrid ยังได้รับสิทธิ์ขอคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีกด้วย

“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นที่จะประดิษฐ์รถยนต์พลังงานสะอาด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแสวงหาแนวทางในการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยสำหรับคนรุ่นใหม่และลูกหลานของเราในอนาคต” นายพิทักษ์ กล่าวสรุป

“กองทุนฮอนด้าหุ้นไทย” เป็นกองทุนที่ดำเนินการโดยมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีที่ประเทศไทยอาจประสบภัยธรรมชาติในอนาคต สมทบทุน 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์ 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์ยูทิลิตี้ ด้วยการนำรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เข้ากองทุนอย่างเป็นระบบ ฮอนด้าจะสามารถสำรองเงินทุนสำหรับกิจกรรมบรรเทาทุกข์ได้ ตลอดจนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

สำหรับราคาขาย Honda Jazz Hybrid อยู่ที่ 768 พันบาท สีขาว เพิ่มอีก 10,000 บาท

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถและมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา Autospinn
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com
ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ ตรวจสอบราคารถใหม่ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง รับซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง มาที่ one2car ได้เลยนะครับ


ข้อมูลมากกว่านี้

เปิดตัว Honda Jazz Hybrid 2013 ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด รุ่นแรกในรถซับคอมแพคท์
#เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท
[rule_3_plain] #เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท

ฮอนด้าเปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ใหม่ ไฮบริดรุ่นแรกในรถซับคอมแพคท์ ชูจุดเด่นส่งต่อเทรนด์ใหม่ ใครก็ไฮบริดได้

เปิดตัว Honda Jazz Hybrid 2013

แจ๊ซ ไฮบริด IMA ยนตรกรรมรักษ์โลก รถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ยนตรกรรมไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทันสมัย รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มาในคอนเซ็ปต์ “เรียบ” และ “ล้ำสมัย” แตกต่างด้วยกระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้ายแบบใหม่สไตล์ไฮบริด ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน มาตรวัดแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เพิ่มสมรรถนะการประหยัดเชื้อเพลิงเต็มขั้นเพื่อให้ทุกการขับขี่โลดแล่นอย่างมีสไตล์มีให้เลือก 4 สี สีขาวบริลเลียนท์ สีเงินอลาบาสเตอร์ สีเขียวเฟรชไลม์ และสีฟ้าเซรูเลียน ภายในเบาะสีดำและน้ำเงินเข้ม

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แจ๊ซ ไฮบริด ที่เปิดตัวในประเทศไทยวันนี้นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพคท์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ไฮบริดที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลาย มีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และประการสำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ ให้ได้ภายในปี 2563 ทั้งนี้ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ โดยร่วมแบ่งปันความยินดีกับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาย่อมเยา และมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์องค์กรของฮอนด้า ปี 2563 ด้วย”

มร. ชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซ ไฮบริด ใหม่ คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน รวมถึงการปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่น

ไม่เหมือนใคร ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ฮอนด้า แจ๊ซรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะหรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถสามารถตอบสนองพื้นที่ใช้สอยได้อย่างยอดเยี่ยม แจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบ และล้ำสมัย (Advance & Clean) โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซเป็นแบบคู่ขนาน (Parallel Hybrid) ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่

ชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซรุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดขนาดซับคอมแพคท์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าใหม่ออกสู่ตลาดในประเทศไทยในวันนี้”

แจ๊ซ ไฮบริด สตาร์ทความสนุกทุกการขับขี่ เมื่อรวมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA เข้ากับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ

ออกตัวและเร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Mode โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร* (*ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)

แจ๊ซ ไฮบริด ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง รองรับทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบ G-CON นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย

“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลานของเราในอนาคต” นายพิทักษ์กล่าวทิ้งท้าย

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในวันข้างหน้า โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์หนึ่งเครื่อง การสมทบรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เข้าไว้ในกองทุนอย่างเป็นระบบจะทำให้ฮอนด้าสามารถสำรองเงินไว้ใช้ในกิจกรรมบรรเทาทุกข์ ตลอดจนการเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

สำหรับราคาจำหน่าย Honda Jazz Hybrid อยู่ที่ 768,000 บาท สีขาวเพิ่มอีก 10,000 บาท

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

#เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท
[rule_2_plain] #เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท
[rule_2_plain] #เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท
[rule_3_plain]

#เปดตว #Honda #Jazz #Hybrid #ฮอนดา #แจส #ไฮบรด #รนแรกในรถซบคอมแพคท

ฮอนด้าเปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ใหม่ ไฮบริดรุ่นแรกในรถซับคอมแพคท์ ชูจุดเด่นส่งต่อเทรนด์ใหม่ ใครก็ไฮบริดได้

เปิดตัว Honda Jazz Hybrid 2013

แจ๊ซ ไฮบริด IMA ยนตรกรรมรักษ์โลก รถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ยนตรกรรมไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทันสมัย รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มาในคอนเซ็ปต์ “เรียบ” และ “ล้ำสมัย” แตกต่างด้วยกระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้ายแบบใหม่สไตล์ไฮบริด ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน มาตรวัดแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน เพิ่มสมรรถนะการประหยัดเชื้อเพลิงเต็มขั้นเพื่อให้ทุกการขับขี่โลดแล่นอย่างมีสไตล์มีให้เลือก 4 สี สีขาวบริลเลียนท์ สีเงินอลาบาสเตอร์ สีเขียวเฟรชไลม์ และสีฟ้าเซรูเลียน ภายในเบาะสีดำและน้ำเงินเข้ม

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แจ๊ซ ไฮบริด ที่เปิดตัวในประเทศไทยวันนี้นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพคท์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ไฮบริดที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลาย มีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และประการสำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ ให้ได้ภายในปี 2563 ทั้งนี้ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ โดยร่วมแบ่งปันความยินดีกับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาย่อมเยา และมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์องค์กรของฮอนด้า ปี 2563 ด้วย”

มร. ชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซ ไฮบริด ใหม่ คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน รวมถึงการปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่น

ไม่เหมือนใคร ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ฮอนด้า แจ๊ซรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะหรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถสามารถตอบสนองพื้นที่ใช้สอยได้อย่างยอดเยี่ยม แจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบ และล้ำสมัย (Advance & Clean) โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซเป็นแบบคู่ขนาน (Parallel Hybrid) ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่

ชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซรุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดขนาดซับคอมแพคท์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าใหม่ออกสู่ตลาดในประเทศไทยในวันนี้”

แจ๊ซ ไฮบริด สตาร์ทความสนุกทุกการขับขี่ เมื่อรวมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA เข้ากับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ

ออกตัวและเร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Mode โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร* (*ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)

แจ๊ซ ไฮบริด ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง รองรับทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบ G-CON นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย

“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลานของเราในอนาคต” นายพิทักษ์กล่าวทิ้งท้าย

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในวันข้างหน้า โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์หนึ่งเครื่อง การสมทบรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เข้าไว้ในกองทุนอย่างเป็นระบบจะทำให้ฮอนด้าสามารถสำรองเงินไว้ใช้ในกิจกรรมบรรเทาทุกข์ ตลอดจนการเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

สำหรับราคาจำหน่าย Honda Jazz Hybrid อยู่ที่ 768,000 บาท สีขาวเพิ่มอีก 10,000 บาท

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button