Bentley

เปิดตัว Honda City e:HEV ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ประหยัดน้ำมันที่สุดในคลาส ราคา 8.39 แสนบาท

Honda City e:HEV เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า ประหยัดน้ำมันที่สุดในระดับเดียวกัน ราคา 8.39 แสนบาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่และความสมบูรณ์แบบของรถซิตี้คาร์ภายใต้ เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ โดยการเปิด 2 รุ่นใหม่ คือ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก และ ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV รถรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล The City Series มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอนาคต ไฮบริดเต็มรูปแบบ กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ให้การขับขี่ที่สนุกด้วยสมรรถนะอันทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING

โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกพร้อมเสื้อผ้ามีสไตล์ RS รอบคันเน้นไฮบริดด้วยโลโก้และสัญลักษณ์ฮอนด้าสีน้ำเงิน e:HEV

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง อัดแน่นด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมให้คุณเปิดโลกใบใหม่แห่งการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

การออกแบบภายนอก

การออกแบบภายนอกของ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด ยืนอยู่บนขอบ มาพร้อมโครงสร้างร่างกาย กว้าง & ต่ำ ที่ให้ความคล่องตัวแบบสปอร์ต สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตหรูหราอย่าง

  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
  • ไฟท้าย LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์
  • กระจังหน้าสีดำเงาพร้อมโลโก้ฮอนด้าสีน้ำเงิน (H Mark)
  • กระจกมองข้างสีดำสปอร์ต ปรับไฟฟ้าและพับเก็บด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • สปอยเลอร์หลัง สีดำเงา พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV
  • เสาอากาศครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
  • คันเร่งแบบสปอร์ตและแป้นเบรก

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

การออกแบบตกแต่งภายใน

Related Articles

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “ความงามทะเยอทะยาน” เน้นความเรียบง่าย ความทันสมัย ​​และความประณีตในทุกรายละเอียด โดยยึดมั่นในหลักการของฮอนด้าในการพัฒนา Man-Maximum Machine-ขั้นต่ำ” ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับร่างกาย จึงกว้างขวางและสะดวกสบายในทุกมิติสำหรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร ยังให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามอีกด้วย

  • เบาะหนังนิ่มดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
  • ใช้เส้นแนวนอนช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายในการขับขี่
  • ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
  • คอนโซลหน้า Piano Black พร้อมที่วางแก้ว
  • คอนโซลกลางมาพร้อมที่พักแขนขนาดใหญ่
  • ที่พักแขนด้านหน้าและด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว
  • มือจับประตูภายในตกแต่งด้วยโครเมียม

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

สมบูรณ์แบบสำหรับทุกแอปพลิเคชันด้วยฟังก์ชันระดับพรีเมียม รวมถึง:

  • เกจพร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับสาย-วางสาย
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (ตัวเลือกไม้พายชะลอความเร็ว)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติและช่องลมแอร์หลัง เพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสาร มาพร้อมปลั๊กไฟสำรอง 2 ช่อง
  • ระบบเสียงหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay กับ Google Maps และระบบควบคุมด้วยเสียง SIRI
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศพร้อมกุญแจรีโมท (สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล)
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (ระบบกุญแจอัจฉริยะฮอนด้า)
  • ขั้วต่อ USB 2 ช่อง

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

เปิดโลกใหม่แห่งการขับขี่กับรถยนต์คันแรก ฟูล ไฮบริด อิน เดอะ ซิตี้ คาร์ ในประเทศไทย

ขับเคลื่อนด้วยพลังของ ไฮบริดเต็มรูปแบบ ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่รวมเอาฟังก์ชันอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 16 วาล์ว พร้อมเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน กำลังสูงสุด 126 แรงม้า

ตอบกลับทันทีด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้ อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น 85 ก./กม. สามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING นี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงในรถยนต์ในเมืองของเรา ฮอนด้า ด้วยฟังก์ชั่นกล้องมุมกว้างด้านหน้าที่ช่วยตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ระบบเบรกป้องกันการชนกัน (CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (ACC)
  • ระบบบรรเทาการออกจากถนนพร้อมคำเตือนการออกนอกเลน: RDM พร้อม LDW
  • ระบบช่วยควบคุมรถในเลน (Lane Keeping Assist System : LKAS)
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย เช่น

  • ระบบแสดงภาพจุดบอดขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า
  • ระบบพักเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: ถุงลม SRS คู่ ถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง
  • กล้องมองหลังสามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการถอยหลัง
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ป้องกันล้อล็อกในกรณีที่เบรกกะทันหัน และการกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นผิวถนนที่ลื่น
  • ระบบช่วยการทรงตัวของรถ (VSA)
  • ระบบช่วยสตาร์ทบนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณหยุดฉุกเฉิน (ESS)
  • เทคโนโลยี Honda CONNECT Connected สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV มี 6 สีให้เลือก ได้แก่

  • สีใหม่ ออบซิเดียน บลู (มุก)
  • จุดไฟสีแดง (เมทัลลิก)
  • แพลตตินั่ม ไวท์ (มุก)
  • คริสตัลสีดำ (ไข่มุก)
  • Lunar Silver (เมทัลลิก)
  • สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

ราคาขาย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV

แบบอย่าง อี:HEV RS ราคา 839,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

ชุดตกแต่ง

เพิ่มพรีเมี่ยม ชุดแต่งโมดูโล่ (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ บูสเตอร์สเตจอัพ” มีของตกแต่งให้เลือก เช่น คิ้วกันกระแทกล้อหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสแตนเลส LED ราคา 4,400 บาท พร้อมอุปกรณ์ยูทิลิตี้เพิ่มเติมในช่องเก็บสัมภาระท้ายรถ เช่น กระบะท้ายรถ ราคา 1,250 บาท

นอกจากนี้ยังมีให้ในรูปแบบแพ็คเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ :

  • แพ็คเกจ Modulo Aero RS ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า 2 ชิ้น สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลัง 2 ชิ้น

ฮอนด้า ซิตี้ eHEV 2020

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ e:HEV มาด้วยรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมโปรแกรมบริการคุณภาพรถสุดพิเศษ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ โดยขยายการรับประกันรถใหม่อีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นอกจากนี้ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)


Thông tin thêm

เปิดตัว Honda City e:HEV ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ประหยัดน้ำมันที่สุดในคลาส ราคา 8.39 แสนบาท

#เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท
[rule_3_plain] #เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท

เปิดตัว Honda City e:HEV ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ประหยัดน้ำมันที่สุดในคลาส ราคา 8.39 แสนบาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมซิตี้คาร์ ภายใต้ “The City Series โดยเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ Honda City Hatchback และ Honda City e:HEV

Honda City e:HEV ใหม่ ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล The City Series มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคตแบบ Full Hybrid กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกกับชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ตอกย้ำความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันล้ำสมัย พร้อมให้คุณเปิดโลกใบใหม่แห่งการขับขี่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

การออกแบบภายนอก
ดีไซน์ภายนอกของ Honda City e:HEV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Standing on the Edge” มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Wide & Low ที่ให้ความสปอร์ตปราดเปรียว สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์สปอร์ตและสง่างาม อาทิ

ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark)
กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

การออกแบบภายใน
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Ambitious Beauty” เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และแฝงความประณีตในทุกรายละเอียด โดยยึดหลักของฮอนด้าในการพัฒนา คือ “Man-Maximum Machine-Minimum” ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ มีความกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามด้วย

เบาะที่นั่งหนังกลับดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
ใช้เส้นสายแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและสะดวกสบายในการขับขี่
ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
คอนโซลหน้าแบบ Piano Black พร้อมที่วางแก้วน้ำ
คอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่
พนักเท้าแขนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

ลงตัวกับทุกการใช้งานด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ได้แก่

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง เพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสาร มาพร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง

เปิดโลกใหม่แห่งการขับขี่กับครั้งแรกของยนตรกรรม Full Hybrid ในเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน กำลังสูงสุด 126 แรงม้า
ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้ อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
Honda City e:HEV ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้รับการติดตั้งในรถซิตี้คาร์ของ Honda ด้วยการทำงานของกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ที่ช่วยตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น

ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)
ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

Honda City e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
สีขาวแพลทินัม (มุก)
สีดำคริสตัล (มุก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

ราคาจำหน่าย Honda City e:HEV ใหม่
รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง
เสริมความพรีเมียมด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสเตนเลส LED ราคา 4,400 บาท รวมทั้งอุปกรณ์เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เช่น กระบะใส่ของท้ายรถ ราคา 1,250 บาท
นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่

Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น

เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า Honda City e:HEV ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ Honda Ultimate Care ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็คระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

#เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท
[rule_2_plain] #เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท
[rule_2_plain] #เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท
[rule_3_plain]

#เปดตว #Honda #City #eHEV #ลำหนาดวยเทคโนโลย #ประหยดนำมนทสดในคลาส #ราคา #แสนบาท

เปิดตัว Honda City e:HEV ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ประหยัดน้ำมันที่สุดในคลาส ราคา 8.39 แสนบาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมซิตี้คาร์ ภายใต้ “The City Series โดยเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ Honda City Hatchback และ Honda City e:HEV

Honda City e:HEV ใหม่ ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล The City Series มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคตแบบ Full Hybrid กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกกับชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ตอกย้ำความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV
ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันล้ำสมัย พร้อมให้คุณเปิดโลกใบใหม่แห่งการขับขี่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

การออกแบบภายนอก
ดีไซน์ภายนอกของ Honda City e:HEV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Standing on the Edge” มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Wide & Low ที่ให้ความสปอร์ตปราดเปรียว สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์สปอร์ตและสง่างาม อาทิ

ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark)
กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

การออกแบบภายใน
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Ambitious Beauty” เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และแฝงความประณีตในทุกรายละเอียด โดยยึดหลักของฮอนด้าในการพัฒนา คือ “Man-Maximum Machine-Minimum” ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ มีความกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามด้วย

เบาะที่นั่งหนังกลับดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
ใช้เส้นสายแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและสะดวกสบายในการขับขี่
ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
คอนโซลหน้าแบบ Piano Black พร้อมที่วางแก้วน้ำ
คอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่
พนักเท้าแขนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

ลงตัวกับทุกการใช้งานด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ได้แก่

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง เพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสาร มาพร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง

เปิดโลกใหม่แห่งการขับขี่กับครั้งแรกของยนตรกรรม Full Hybrid ในเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน กำลังสูงสุด 126 แรงม้า
ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้ อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
Honda City e:HEV ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้รับการติดตั้งในรถซิตี้คาร์ของ Honda ด้วยการทำงานของกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ที่ช่วยตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น

ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS)
ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

Honda City e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
สีขาวแพลทินัม (มุก)
สีดำคริสตัล (มุก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

ราคาจำหน่าย Honda City e:HEV ใหม่
รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง
เสริมความพรีเมียมด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสเตนเลส LED ราคา 4,400 บาท รวมทั้งอุปกรณ์เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เช่น กระบะใส่ของท้ายรถ ราคา 1,250 บาท
นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่

Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น

เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า Honda City e:HEV ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ Honda Ultimate Care ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็คระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button