THAI LAND

เปิดตัว Ford Ranger Raptor กระบะพันธุ์สุดโหด พลังเทอร์โบคู่ 213 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Ford ได้ประกาศเปิดตัว Ranger Raptor ใหม่ รถกระบะอเมริกันที่แกร่งที่สุดด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ใหม่ที่สร้างแรงบิด 500 นิวตันเมตร และจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด


Ford Ranger Raptor เปิดตัวครั้งแรกของโลก Ford Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ผ่านขั้นตอนการออกแบบ การผลิต และการทดสอบของทีมฟอร์ด สมรรถนะ (Ford Performance) สร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการนำเสนอรถกระบะที่หลากหลาย “เกิดมาเพื่อความแข็งแกร่ง” เพื่อผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

>> ติดตามรีวิว Ford Ranger RAPTOR 2020 <

รูปลักษณ์ของ Ford Ranger Raptor

เมื่อมองจากด้านหน้ากระจังหน้าใหม่ที่สะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจจาก ฟอร์ด เอฟ-150 โลโก้ฟอร์ดอันเป็นสัญลักษณ์ซึ่งสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอยู่บนกระจังหน้า กันชนหน้าซึ่งติดกับเฟรมได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อการขับขี่ กันชนหน้ายังมาพร้อมกับไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องระบายอากาศ ด้านหน้าใหม่ของรถทำจากวัสดุคอมโพสิต ส่วนแก้มข้างรถด้านหน้าโป่งยื่นออกมา เพื่อรองรับการยุบตัวของโช้คอัพและยางออฟโรดที่ใหญ่ขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือก ได้แก่ Lightning Blue, Race Red, Shadow Black, Frozen White และสี Ger Raptors สีพิเศษของ Rain เช่น Distinctive Conquer Grey ที่ตัดกับ Dyno Grey

รูปลักษณ์ของรถที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ มาพร้อมความสูง 1,873 มม. ความกว้าง 2,180 มม. และความยาว 5398 มม. ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเพิ่มขึ้นเป็น 1,710 มม. ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มม. ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับมุมปีนที่ 32.5 องศา 24 องศาและมุมจาก 24 องศา ซึ่งเหนือกว่ารถทุกคันที่เคยมีมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

ภายใน Ford Ranger Raptor

การออกแบบตกแต่งภายใน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมกับการปรับแต่ง DNA ของฟอร์ด Ford Performance ผสมผสานสีสันและวัสดุที่หลากหลายซึ่งมีความทนทานและเหมาะสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ฟอร์ดมีการทดสอบการขับขี่ทางไกลหลายครั้งเพื่อประเมินคุณภาพของที่นั่งเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นบนถนนสายใหญ่หรือเส้นทางออฟโรดที่ยากเพื่อจำลองการใช้งานจริงของลูกค้า ที่นั่งหนาพิเศษผ่านการประเมินคุณภาพทุกจุด ช่วยรองรับด้านข้างและลดความรู้สึกสั่นสะเทือนของรถ

เวลานั่งหลังพวงมาลัยคนขับเรนเจอร์ แร็พเตอร์ คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างในทุกรายละเอียดที่คอนโซลหน้า ไม่ว่าจะเป็นด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดซึ่งมาในรูปแบบที่ดุดัน นำเสนอคุณสมบัติช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่หลากหลาย พวงมาลัยของ Ranger Raptor แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด มาพร้อม Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ทำจากแมกนีเซียมน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีตัวบ่งชี้ตำแหน่งพวงมาลัย On-Centre Marker ซึ่งเป็นแถบสีแดงที่ด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดรู้มุมของพวงมาลัยขณะขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ Ford ยังได้สลักโลโก้ Raptor ไว้ที่ขอบพวงมาลัยอีกด้วย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

แชสซีของ Ford Ranger Raptor

แชสซีได้รับการออกแบบใหม่เพื่อรองรับระบบกันสะเทือนที่ใหญ่ขึ้นเรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะห่างของล้อหน้าและล้อหลังและเพิ่มระยะห่างของล้อได้มากขึ้น ตัวถังทำจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ และรางด้านข้างของแชสซีเสริมให้ทนทานต่อ ผลกระทบจากการขับด้วยความเร็วสูง

แชสซีด้านหน้าได้เพิ่มจุดยึดโช้คอัพที่ขยายให้ใหญ่ขึ้น ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคที่ทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์ รวมเฉพาะระบบ Watt Link ช่วยให้เพลาเลื่อนขึ้นลงได้อย่างอิสระด้วยการเคลื่อนไหวในแนวนอนเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีขอเกี่ยวสองชุดที่ด้านหน้าและด้านหลังซึ่งรองรับน้ำหนักลากจูงได้ 3.8 ตัน และขายึดยางอะไหล่เสริมเพื่อรองรับยางอะไหล่ได้ถึง 17 นิ้ว

โช๊คอัพ Ford Ranger Raptor

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่



โช้คอัพที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มม. ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบกันสะเทือนได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ล้อสูงเพื่อรองรับแรงกระแทกขณะขับขี่แบบออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) ทำให้การขับขี่บนถนนเรียบลื่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยาง BF Goodrich 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทนต่อสภาพพื้นผิวที่รุนแรงทุกประเภท ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Rangers Raptor เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่โดยเฉพาะ ยางมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มม. กว้าง 285 มม. และมีแก้มยางที่มีความแข็งแรงสูงเหมาะสำหรับการแล่นบนทุกพื้นผิว

โหมดการขับขี่และระบบขับเคลื่อน Ford Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ติดตั้ง Terrain Management System (TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 โหมด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดได้จากปุ่มบนพวงมาลัย ไม่ว่าจะเป็นโหมด sport โหมดการขับขี่แบบ Off-road โหมด Grass/Pebble/Snow โหมด Mud/Sand, Rock Mode และ Baja Mode ซึ่งปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูงอย่างนักแข่งแรลลี่ Baja Desert ที่มีชื่อเสียง

ระบบส่งกำลังของ Ranger Raptor มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ให้กำลังและแรงบิดที่เหนือกว่าช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น น้ำหนักเบา ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ เกียร์ เพลา พวงมาลัย เบรก และโปรแกรมบังคับเลี้ยวแบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ไบ เทอร์โบ

นวัตกรรมที่สำคัญนี้เน้นย้ำถึงสมรรถนะและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ควบคู่ไปกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ใหม่เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

เทคโนโลยีและความปลอดภัยของ Ford Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มันมีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Sync 3 (SYNCÒ 3) ซึ่งเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รวมเข้ากับรถคันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้อุปกรณ์โปรดได้แม้ในขณะที่มือยังอยู่บนพวงมาลัยและดวงตาจะจับจ้องอยู่ที่ถนน

นอกจากนี้ Ranger Raptor ยังได้รับการออกแบบให้มีระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟในระดับสูง รวมทั้งปรับปรุงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว โดยทำงานร่วมกับฟังก์ชันลดความเสี่ยงในการพลิกคว่ำ นอกจากนี้ยังมี Electronic Stability Programme ช่วยเมื่อเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันจนรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบยังมาพร้อมกับ Trailer Sway Control, Hill Launch Assist, Hill Descent Control และ Adaptive Control รถบรรทุก (ระบบควบคุมการโหลดแบบปรับอัตโนมัติ)

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ใหม่

กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอ LCD ขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนการจอดรถด้านหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจไม่ว่าจะจอดรถไว้ที่ใด รถกระบะคันนี้มาพร้อมระบบอำนวยความสะดวก ระบบผ่อนแรง EZ Lift Tailgate พร้อมกลไกลดแรงกด จะช่วยลดแรงกดทับของผู้ใช้ได้ถึง 66 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงกุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถล็อก ปลดล็อก และสตาร์ทรถได้ ไม่มีกุญแจ ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ในกรณีที่แบตเตอรี่เหลือน้อย สามารถใช้กุญแจเครื่องกลแทนได้

ทีมงานออโต้สปินน์เป็นหนึ่งในสองสื่อไทยที่ได้มีโอกาสทดลองขับแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ.

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/e18130c4-2.jpg

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/62162153-3.jpg

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/6ce219b4-1.jpg

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถและมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา Autospinn

หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com

ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ ตรวจสอบราคารถใหม่ได้ที่นี่

ราคารถมือสอง รับซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง มาที่ one2car ได้เลยนะครับ


ข้อมูลมากกว่านี้

เปิดตัว Ford Ranger Raptor กระบะพันธุ์สุดโหด พลังเทอร์โบคู่ 213 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
#เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด
[rule_3_plain] #เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด

ฟอร์ดประกาศเปิดตัวเรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งสุดบึกบึนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบคู่รุ่นใหม่ แรงบิดกระฉูด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

เปิดตัวครั้งแรกในโลก Ford Ranger Raptor ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

>> ติดตามรีวิว Ford Ranger RAPTOR 2020 ได้เลย <<

รูปลักษณ์ Ford Ranger Raptor

เมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าใหม่อันสะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ โลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้า ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสำหรับการขับขี่ แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ส่วนแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออฟโรดขนาดใหญ่

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือกได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์อย่าง สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ที่โดดเด่น โดยตัดกับสีเทาไดโน่ เกรย์ (Dyno Grey)

รูปลักษณ์ของตัวรถใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา

การออกแบบภายใน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมความประณีตตามดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ที่ผสานสีสันต่าง ๆ และการเลือกสรรวัสดุที่คงทนและเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ฟอร์ดได้จัดการทดสอบขับขี่ในระยะไกลหลายครั้งเพื่อประเมินคุณภาพของเบาะที่นั่งเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นบนถนนใหญ่หรือเส้นทางออฟโรดสุดสมบุกสมบันเพื่อจำลองการใช้งานจริงของลูกค้า เบาะที่นั่งที่มีความหนาเป็นพิเศษผ่านการตรวจประเมินคุณภาพในทุกจุด ช่วยในเรื่องการรองรับด้านข้างและยังช่วยลดความรู้สึกถึงการสะเทือนของรถ

เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ผู้ขับขี่เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะสังเกตได้ถึงความแตกต่างของทุก ๆ รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่าง ๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ฟอร์ดยังได้สลักลายโลโก้แร็พเตอร์ลงบนขอบพวงมาลัย

แชสซีส์ Ford Ranger Raptor

แชสซีได้ถูกออกแบบมาใหม่เพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และยังเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อได้มากขึ้น แชสซีผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

แชสซีด้านหน้าได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคซึ่งทำขึ้นมาพิเศษให้เฉพาะเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระโดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อยมาก อีกทั้งยังมีชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับน้ำหนักจากการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน และโครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ที่ถูกเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว

โช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ทั้งคู่หน้าและหลัง ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) จึงทำให้การขับขี่บนถนนทางเรียบเป็นไปอย่างราบรื่น

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถูกพัฒนามาเพื่อลุยทุกสภาพพื้นผิวอันสมบุกสมบันแบบต่าง ๆ จึงเลือกใช้ยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์โดยเฉพาะเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ ยางมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร แก้มยางมีความแข็งแรงสูงซึ่งเหมาะในการลุยทุกสภาพพื้นผิว

โหมดการขับขี่และระบบขับเคลื่อน Ford Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์มาพร้อมกับระบบ Terrain Management System (TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดจากปุ่มบนพวงมาลัย ไม่ว่าจะเป็นโหมดสปอร์ต โหมดการขับขี่ออฟโรด โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ โหมดโคลน/ทราย โหมดหิน และโหมดบาฮา ซึ่งจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮาอันเลื่องชื่อ

ระบบส่งกำลังของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่ให้กำลังและแรงบิดที่เหนือกว่า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น น้ำหนักน้อยลง รวมถึงการปรับประสานเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ เพลา พวงมาลัย เบรก และระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Steering Program) สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

นวัตกรรมครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสมรรถนะและการตอบสนองอันยอดเยี่ยมของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร

เทคโนโลยีและความปลอดภัย Ford  Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อ ซิงค์ 3 (SYNCÒ 3) ซึ่งเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ผนวกเข้าในรถคันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานอุปกรณ์โปรดได้แม้มือยังจับพวงมาลัยและตาจับจ้องอยู่ที่ถนน

นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟ รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) จะคอยช่วยเมื่อเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันจนรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (Trailer Sway Control) ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการบรรทุก (Load Adaptive Control)

กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจได้ไม่ว่าจะจอดรถในที่ใดก็ตาม รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบอำนวยความสะดวก ระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (EZ Lift Tailgate) ด้วยกลไกผ่อนแรง จะช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลงไป 66 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งกุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถล็อก ปลดล็อก และสตาร์ทรถได้ โดยไม่ต้องใช้กุญแจ ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่ม ในกรณีที่แบตเตอรี่อ่อน กุญแจที่เป็นกลไกก็ยังสามารถใช้งานทดแทนได้

ทีมงานออโต้สปินน์ได้มีเป็นหนึ่งในสองสื่อมวลชนไทยที่มีโอกาสทดสอบขับแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร คลิกชมวีดีโอได้ที่นี่

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  

เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

#เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด
[rule_2_plain] #เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด
[rule_2_plain] #เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด
[rule_3_plain]

#เปดตว #Ford #Ranger #Raptor #กระบะพนธสดโหด #พลงเทอรโบค #แรงมา #เกยรอตโนมต #สปด

ฟอร์ดประกาศเปิดตัวเรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่งสุดบึกบึนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบคู่รุ่นใหม่ แรงบิดกระฉูด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

เปิดตัวครั้งแรกในโลก Ford Ranger Raptor ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

>> ติดตามรีวิว Ford Ranger RAPTOR 2020 ได้เลย <<

รูปลักษณ์ Ford Ranger Raptor

เมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าใหม่อันสะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ โลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้า ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสำหรับการขับขี่ แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ส่วนแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออฟโรดขนาดใหญ่

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือกได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์อย่าง สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ที่โดดเด่น โดยตัดกับสีเทาไดโน่ เกรย์ (Dyno Grey)

รูปลักษณ์ของตัวรถใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา

การออกแบบภายใน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมความประณีตตามดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ที่ผสานสีสันต่าง ๆ และการเลือกสรรวัสดุที่คงทนและเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ฟอร์ดได้จัดการทดสอบขับขี่ในระยะไกลหลายครั้งเพื่อประเมินคุณภาพของเบาะที่นั่งเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นบนถนนใหญ่หรือเส้นทางออฟโรดสุดสมบุกสมบันเพื่อจำลองการใช้งานจริงของลูกค้า เบาะที่นั่งที่มีความหนาเป็นพิเศษผ่านการตรวจประเมินคุณภาพในทุกจุด ช่วยในเรื่องการรองรับด้านข้างและยังช่วยลดความรู้สึกถึงการสะเทือนของรถ

เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ผู้ขับขี่เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะสังเกตได้ถึงความแตกต่างของทุก ๆ รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่าง ๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ฟอร์ดยังได้สลักลายโลโก้แร็พเตอร์ลงบนขอบพวงมาลัย

แชสซีส์ Ford Ranger Raptor

แชสซีได้ถูกออกแบบมาใหม่เพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และยังเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อได้มากขึ้น แชสซีผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

แชสซีด้านหน้าได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคซึ่งทำขึ้นมาพิเศษให้เฉพาะเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระโดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อยมาก อีกทั้งยังมีชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับน้ำหนักจากการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน และโครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ที่ถูกเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว

โช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ทั้งคู่หน้าและหลัง ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass technology) จึงทำให้การขับขี่บนถนนทางเรียบเป็นไปอย่างราบรื่น

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถูกพัฒนามาเพื่อลุยทุกสภาพพื้นผิวอันสมบุกสมบันแบบต่าง ๆ จึงเลือกใช้ยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์โดยเฉพาะเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ ยางมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร แก้มยางมีความแข็งแรงสูงซึ่งเหมาะในการลุยทุกสภาพพื้นผิว

โหมดการขับขี่และระบบขับเคลื่อน Ford Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์มาพร้อมกับระบบ Terrain Management System (TMS) สำหรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 รูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดจากปุ่มบนพวงมาลัย ไม่ว่าจะเป็นโหมดสปอร์ต โหมดการขับขี่ออฟโรด โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ โหมดโคลน/ทราย โหมดหิน และโหมดบาฮา ซึ่งจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮาอันเลื่องชื่อ

ระบบส่งกำลังของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่ให้กำลังและแรงบิดที่เหนือกว่า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น น้ำหนักน้อยลง รวมถึงการปรับประสานเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ เพลา พวงมาลัย เบรก และระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Steering Program) สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

นวัตกรรมครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสมรรถนะและการตอบสนองอันยอดเยี่ยมของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร

เทคโนโลยีและความปลอดภัย Ford  Ranger Raptor

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อ ซิงค์ 3 (SYNCÒ 3) ซึ่งเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ผนวกเข้าในรถคันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานอุปกรณ์โปรดได้แม้มือยังจับพวงมาลัยและตาจับจ้องอยู่ที่ถนน

นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟ รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program) จะคอยช่วยเมื่อเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันจนรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (Trailer Sway Control) ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการบรรทุก (Load Adaptive Control)

กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจได้ไม่ว่าจะจอดรถในที่ใดก็ตาม รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบอำนวยความสะดวก ระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (EZ Lift Tailgate) ด้วยกลไกผ่อนแรง จะช่วยผ่อนแรงของผู้ใช้ลงไป 66 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งกุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถล็อก ปลดล็อก และสตาร์ทรถได้ โดยไม่ต้องใช้กุญแจ ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่ม ในกรณีที่แบตเตอรี่อ่อน กุญแจที่เป็นกลไกก็ยังสามารถใช้งานทดแทนได้

ทีมงานออโต้สปินน์ได้มีเป็นหนึ่งในสองสื่อมวลชนไทยที่มีโอกาสทดสอบขับแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร คลิกชมวีดีโอได้ที่นี่

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn

แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  

เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 

ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button