THAI LAND

[เปิดตัวในประเทศไทย] นิสสัน ทำตลาดเอ็กซ์เทรล ไฮบริด เคาะค่าตัวเริ่มต้นที่ 1.249 ล้านบาท

Nissan ส่งมอบพลัง X-Trail Hybrid SUV ไฮบริดสู่ตลาดไทย มาพร้อมแนวคิดรถเอนกประสงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 คัน ด้วยราคาขายที่น่าดึงดูด 1.249 ล้านบาท

X-Trail เป็น SUV ไฮบริดเพียงรุ่นเดียวในตลาดปัจจุบัน เป็นรถที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ผลงานจะออกมาดีขนาดไหน คงต้องรอดูกันที่งานมอเตอร์แฟร์ มหกรรมสินค้ามาในสัปดาห์หน้า โดยเคาะราคาขาย 3 รุ่นย่อย Nissan X-Trail Hybrid 2.0S 2WD ที่ 1.249 ล้านบาท Nissan X-Trail Hybrid 2.0E 2WD 1.324 ล้านบาท และ Nissan Xte HYBRID 2.0V 4WD ราคา 1.395 ล้านบาท

ระบบขับเคลื่อน X-Trail ไฮบริดใหม่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร MR20DD 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ฉีดตรง Twin C-VCT กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน . เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร และเมื่อทำงานร่วมกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 179 แรงม้า นิสสัน ระบุว่ากำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร

เครื่องยนต์นี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ไม่ใช้สายพานเพื่อลดแรงเสียดทาน ในขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียม เพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น X-Trail Hybrid ยังมาพร้อมกับคลัตช์คู่อัจฉริยะรวมถึงเกียร์ XTRONIC CVT 7 สปีดพร้อมโหมดแมนนวลช่วยเพิ่มการประหยัดเชื้อเพลิง 20% เทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร

Nissan Pure Drive Hybrid (เพียวไดรฟ์ ไฮบริด) เป็นการใช้เทคโนโลยี คลัตช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch System) เอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน ประกอบด้วยคลัตช์ 2 ตัว คลัตช์ที่ติดตั้งระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ และคลัตช์ตัวที่สองอยู่ระหว่างมอเตอร์และเชื่อมต่อกับเกียร์ XTRONIC CVT ระบบคลัตช์คู่อัจฉริยะสามารถทำงานได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าระบบไฮบริด ทั่วไป ทำให้ประหยัดในพื้นที่ความเร็วสูง

ระบบควบคุมความปลอดภัยภายใต้แพ็คเกจ Advance Chassis Control ประกอบด้วย ARC, Cornering Stability Control (ATC), Automatic Stability Control (VDC) และ Start Assist ความลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลาดลง (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมตามแนวคิด Safety Shield เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Zone Body Concept) ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้าง (SRS)



https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2973-X-Trail-Catalog-2015-RV_Cre-08.jpg

Nissan เติมเต็มความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทคีย์ และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ การตกแต่งและออปชั่นค่อนข้างหรูหรา เช่น เบาะหนัง เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา พร้อมที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ เบาะแถวที่ 2 พับราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ขณะที่ยังคงรักษาประตูท้ายอัตโนมัติ (Auto Lift gate) ให้ติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM) หน้าจอแสดงผล 3 มิติ (MID) ตลอดจนข้อมูลการขับเคลื่อนของระบบไฮบริด

ภายนอกติดตั้งไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (DRL) ในรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ X-Trail ไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้า แผ่นปิดกันชนหน้า และคิ้วขอบประตูท้ายตกแต่งด้วยโครเมียมสีพิเศษ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ระบบ Heated Mirror ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติปรับและพับด้วยไฟฟ้า เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมรางหลังคาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

X-Trail Hybrid มีให้เลือกสามรุ่นตั้งแต่ SE และ V และมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Storm White, Silver, Brilliant Silver Midnight Jade, Deep Iris Grey, ดำ, แบล็กสตาร์ Nissan ให้การรับประกันรถยนต์และระบบไฮบริด 3 ปีหรือ 100,000 กม. รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะเวลา 10 ปี ระยะทางเช่นกัน

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/XTrail-Hybrid-launch.jpg

นายประพัทธ์ เจียจอม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและการขาย กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่ารุ่นนี้จะได้รับความสนใจจากตลาดเป็นอย่างดี พบว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความต้องการรถ SUV สมรรถนะสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยต่างๆ ต้องประหยัดและใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งเชื่อว่า Nissan X-Trail Hybrid ใหม่ จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นเหนือชั้นในด้านต่างๆ ทั้งคุณภาพและราคาที่คุ้มค่า โดยตั้งเป้าขายที่ 5,000 คัน หรือ 60% ของยอดขาย Nissan X-Trail ในปี 2559”

ส่วนแนวทางการสื่อสารการตลาด คุณประพัฒน์ เปิดเผยว่า จะเน้นเชิงรุก เพื่อเข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโฆษณา ภาพยนตร์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ภายใต้แนวคิด ‘ตอบโจทย์ทุกความสมบูรณ์แบบของชีวิต’ หรือ ‘นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อนของคุณ’ ตลอดจนเพิ่มการรับรู้จุดแข็งของผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ และยังมีกิจกรรมการขายและการตลาดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจได้มีโอกาสทดสอบประสิทธิภาพที่โดดเด่นและความแตกต่างของระบบ Nissan Pure Drive Hybrid

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2973-X-Trail-Catalog-2015-RV_Cre-04.jpg


ข้อมูลมากกว่านี้

[เปิดตัวในประเทศไทย] นิสสัน ทำตลาดเอ็กซ์เทรล ไฮบริด เคาะค่าตัวเริ่มต้นที่ 1.249 ล้านบาท
#เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท
[rule_3_plain] #เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท

นิสสันได้ฤกษ์ส่งเอ็กซ์เทรล ไฮบริด รถเอสยูวีขุมพลังลูกผสมออกทำตลาดเมืองไทยแล้ว มาพร้อมแนวคิดรถอเนกประสงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม วางเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 คัน โดยเคาะราคาจำหน่ายไว้อย่างน่าสนใจที่ 1.249 ล้านบาท

เอ็กซเทรลเป็นรถเอสยูวีไฮบริดรุ่นเดียวในตลาดเวลานี้ จึงถือเป็นรถที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่จะทำผลงานได้ดีเพียงใดคงต้องรอชมกันที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่จะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยเคาะราคาจำหน่าย 3 รุ่่นย่อย นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0S 2WD อยู่ที่ 1.249 ล้านบาท นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0E 2WD 1.324 ล้านบาท และนิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0V 4WD ราคา 1.395 ล้านบาท

ระบบขับเคลื่อนของเอ็กซ์เทรล ไฮบริดใหม่เป็นครื่องยนต์ เบนซิน 2.0 ลิตร MR20DD 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Twin C-VCT ไดเร็ค อินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร และเมื่อทำงานร่วมกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 179 แรงม้า ทางนิสสันระบุว่ากำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร

เครื่องยนต์รุนนี้ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ ไม่ใช้สายพาน ช่วยลดแรงเสียดทาน ขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียม เพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องได้ดียิ่งขึ้น เอ็กซ์เทรล ไฮบริดยังมาพร้อมคลัทช์คู่อัจฉริยะ รวมถึงเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด ช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร

ระบบนิสสัน เพียวไดรฟ์ ไฮบริด (Pure Drive Hybrid) คือการใช้เทคโนโลยี คลัทช์คู่อัจริยะ (Intelligence Dual Clutch System) เอกสิทธิ์ของนิสสัน ประกอบด้วย คลัทช์จำนวน 2 ตัว คลัทช์ตัวที่ 1 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ และคลัทช์ตัวที่ 2 อยู่ระหว่างมอเตอร์และเชื่อมต่อกับเกียร์แบบ XTRONIC CVT ระบบคลัทช์คู่อัจฉริยะสามารถทำงานที่ความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กม./ชม.ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าระบบไฮบริดทั่วไป ทำให้มีความประหยัดน้ำมันในย่านความเร็วสูง

ระบบควบคุมความปลอดภัยภายใต้แพ็คเกจ Advance Chassis Control ที่ประกอบด้วยระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (ARC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ATC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC) ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเสริมระบบความปลอดภัยตามแนวคิด Safety shield เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Zone Body Concept) ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (SRS)

นิสสันเติมเต็มความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็น กุญแจอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ การตกแต่งและอ็อปชั่นหรูหราพอตัวไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้ โดยเบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยังคงขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบนราบ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสิ่งของ ขณะที่ยังคงประตูท้ายเปิดปิดอัตโนมัติ (Auto Lift gate) ติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM) หน้าจอ แสดงผล 3 มิติ (MID) รวมถึงข้อมูลของขับเคลื่อนของระบบไฮบริด

ภายนอกติดตั้งไฟหน้า แอลอีดี โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) แบบแอลอีดีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็กซ์เทรล ไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้า คิ้วขอบกันชนหน้า และคิ้วขอบประตูท้ายตกแต่งด้วยโครมสีพิเศษ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวระบบ Heated Mirror ปรับและพับด้วยไฟฟ้า ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ติดตั้งราวหลังคาเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

เอ็กซ์เทรล ไฮบริดมีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อยเริ่มตั้งแต่ S E และ V มีให้เลือกถึง 5 สีได้แก่ สีขาวสตอร์มไวท์ สีเงิน บริลเลี่ยนท์ซิลเวอร์ สีเขียวมิดไนท์เจด สีเทา ดีพไอริสเกรย์ สีดำ แบล็คสตาร์ นิสสัน รับประกันรถยนต์และระบบไฮบริด 3 ปี หรือ 1 แสน กม. และยังรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย

นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย กล่าวว่า “มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดซึ่งจากผลการวิจัย พบว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความต้องการในรถยนต์แบบ SUV ที่มีสมรรถนะสูง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยต่างๆ ต้องมีความประหยัด และ ยังมีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ อีกด้วย ซึ่งเชื่อมั่นว่า รถยนต์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริดใหม่ จะตอบโจทย์ของผู้บริโภคในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านต่างๆ รวมถึงคุณภาพและราคาที่คุ้มค่า โดยตั้งเป้าจำหน่ายที่ 5,000 คัน หรือ 60% ของยอดจำหน่าย นิสสัน เอ็กซ์เทรล ในปี 2016”

สำหรับแนวทางการสื่อสารการตลาด นายประพัฒน์ เปิดเผยว่า จะเน้นเชิงรุก เพื่อเข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ภายใต้แนวคิดว่า ‘ตอบทุกความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต’ หรือ ‘Redefine Your Drive’ รวมถึงเพิ่มการรับรู้จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ และยังมีกิจกรรมทางการขายและการตลาดหลากหลายเพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะที่โดดเด่นและแตกต่างของระบบ Nissan Pure Drive Hybrid

#เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท
[rule_2_plain] #เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท
[rule_2_plain] #เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท
[rule_3_plain]

#เปดตวในประเทศไทย #นสสน #ทำตลาดเอกซเทรล #ไฮบรด #เคาะคาตวเรมตนท #ลานบาท

นิสสันได้ฤกษ์ส่งเอ็กซ์เทรล ไฮบริด รถเอสยูวีขุมพลังลูกผสมออกทำตลาดเมืองไทยแล้ว มาพร้อมแนวคิดรถอเนกประสงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม วางเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 คัน โดยเคาะราคาจำหน่ายไว้อย่างน่าสนใจที่ 1.249 ล้านบาท

เอ็กซเทรลเป็นรถเอสยูวีไฮบริดรุ่นเดียวในตลาดเวลานี้ จึงถือเป็นรถที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่จะทำผลงานได้ดีเพียงใดคงต้องรอชมกันที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่จะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยเคาะราคาจำหน่าย 3 รุ่่นย่อย นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0S 2WD อยู่ที่ 1.249 ล้านบาท นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0E 2WD 1.324 ล้านบาท และนิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด 2.0V 4WD ราคา 1.395 ล้านบาท

ระบบขับเคลื่อนของเอ็กซ์เทรล ไฮบริดใหม่เป็นครื่องยนต์ เบนซิน 2.0 ลิตร MR20DD 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Twin C-VCT ไดเร็ค อินเจคชั่น ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร และเมื่อทำงานร่วมกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 179 แรงม้า ทางนิสสันระบุว่ากำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร

เครื่องยนต์รุนนี้ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ ไม่ใช้สายพาน ช่วยลดแรงเสียดทาน ขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียม เพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องได้ดียิ่งขึ้น เอ็กซ์เทรล ไฮบริดยังมาพร้อมคลัทช์คู่อัจฉริยะ รวมถึงเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด ช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร

ระบบนิสสัน เพียวไดรฟ์ ไฮบริด (Pure Drive Hybrid) คือการใช้เทคโนโลยี คลัทช์คู่อัจริยะ (Intelligence Dual Clutch System) เอกสิทธิ์ของนิสสัน ประกอบด้วย คลัทช์จำนวน 2 ตัว คลัทช์ตัวที่ 1 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ และคลัทช์ตัวที่ 2 อยู่ระหว่างมอเตอร์และเชื่อมต่อกับเกียร์แบบ XTRONIC CVT ระบบคลัทช์คู่อัจฉริยะสามารถทำงานที่ความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กม./ชม.ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าระบบไฮบริดทั่วไป ทำให้มีความประหยัดน้ำมันในย่านความเร็วสูง

ระบบควบคุมความปลอดภัยภายใต้แพ็คเกจ Advance Chassis Control ที่ประกอบด้วยระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (ARC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ATC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC) ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเสริมระบบความปลอดภัยตามแนวคิด Safety shield เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Zone Body Concept) ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (SRS)

นิสสันเติมเต็มความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็น กุญแจอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ การตกแต่งและอ็อปชั่นหรูหราพอตัวไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้ โดยเบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยังคงขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบนราบ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสิ่งของ ขณะที่ยังคงประตูท้ายเปิดปิดอัตโนมัติ (Auto Lift gate) ติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM) หน้าจอ แสดงผล 3 มิติ (MID) รวมถึงข้อมูลของขับเคลื่อนของระบบไฮบริด

ภายนอกติดตั้งไฟหน้า แอลอีดี โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) แบบแอลอีดีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็กซ์เทรล ไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้า คิ้วขอบกันชนหน้า และคิ้วขอบประตูท้ายตกแต่งด้วยโครมสีพิเศษ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวระบบ Heated Mirror ปรับและพับด้วยไฟฟ้า ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ติดตั้งราวหลังคาเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

เอ็กซ์เทรล ไฮบริดมีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อยเริ่มตั้งแต่ S E และ V มีให้เลือกถึง 5 สีได้แก่ สีขาวสตอร์มไวท์ สีเงิน บริลเลี่ยนท์ซิลเวอร์ สีเขียวมิดไนท์เจด สีเทา ดีพไอริสเกรย์ สีดำ แบล็คสตาร์ นิสสัน รับประกันรถยนต์และระบบไฮบริด 3 ปี หรือ 1 แสน กม. และยังรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย

นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย กล่าวว่า “มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดซึ่งจากผลการวิจัย พบว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความต้องการในรถยนต์แบบ SUV ที่มีสมรรถนะสูง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยต่างๆ ต้องมีความประหยัด และ ยังมีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ อีกด้วย ซึ่งเชื่อมั่นว่า รถยนต์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริดใหม่ จะตอบโจทย์ของผู้บริโภคในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านต่างๆ รวมถึงคุณภาพและราคาที่คุ้มค่า โดยตั้งเป้าจำหน่ายที่ 5,000 คัน หรือ 60% ของยอดจำหน่าย นิสสัน เอ็กซ์เทรล ในปี 2016”

สำหรับแนวทางการสื่อสารการตลาด นายประพัฒน์ เปิดเผยว่า จะเน้นเชิงรุก เพื่อเข้าถึงลูกค้าผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ภายใต้แนวคิดว่า ‘ตอบทุกความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต’ หรือ ‘Redefine Your Drive’ รวมถึงเพิ่มการรับรู้จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ และยังมีกิจกรรมทางการขายและการตลาดหลากหลายเพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะที่โดดเด่นและแตกต่างของระบบ Nissan Pure Drive Hybrid

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button