Bentley

เปิดตัวครั้งแรกในโลก All-New Honda City กับขุมพลังใหม่ 1.0 VTEC Turbo 122 แรงม้า ในราคา

เปิดตัว All-New Honda City พร้อมขุมพลังใหม่ 1.0 VTEC Turbo 122 แรงม้า ในราคา

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ (รุ่นที่ 5) ครั้งแรกในโลกในประเทศไทย อีกระดับของรถซิตี้คาร์ที่พร้อมให้คุณขับเหนือความคาดหมาย และเปิดทุกความเป็นไปได้ด้วยดีไซน์ภายนอกที่หรูหราอีกระดับ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและหรูหราเหนือระดับ พร้อมท้าทายทุกการขับขี่ด้วยพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้า ทรงพลังและให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจอย่างมีสไตล์ RS รอบคัน ตลอดจนนวัตกรรมการเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ ฮอนด้า คอนเนค (ฮอนด้า คอนเนค) รุ่นล่าสุดมาในสีใหม่ จุดไฟแดง เข้าร่วม สัมผัสประสบการณ์ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ภายในงาน Motor Expo 2019 เนื่องจาก 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และ แล้วพบกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

สำหรับลูกค้าที่จองไว้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับ Fitbit Smart Tracker Watch รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black (มูลค่า 6,490 บาท)

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

มร.มาซายูกิ อิการาชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า จำกัด มอเตอร์ บจก. กล่าวว่า, “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นหนึ่งในยานยนต์สำคัญของฮอนด้าที่พัฒนาเป็นรุ่นภูมิภาค เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียในปี พ.ศ. 2539 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ Gen 1 ถึง Gen 4 โดยมียอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกด้วยรถยนต์กว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญ ของ ฮอนด้า ซิตี้ ดูได้จากยอดขายกว่า 100,000 คันในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของยอดขาย ฮอนด้า ซิตี้ รอบโลก

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

และประเทศไทยเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ ฮอนด้า ในภูมิภาคอีกด้วย วันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ครั้งแรกในโลก จะเป็นรถยนต์ที่จะสร้างปรากฏการณ์ที่เกินความคาดหมายของลูกค้า และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง”

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาด้วย ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาด้วยลายเส้นเฉียบคมที่โดดเด่นเหนือใครไฟหน้าโปรเจคเตอร์ มีไฟสำหรับขับในเวลากลางวัน ไฟวิ่งกลางวัน พิมพ์ นำ จับคู่กับกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ เสาอากาศครีบฉลาม ไฟท้าย นำ ดีไซน์ใหม่ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนทุกสุนทรียภาพให้กว้างขวางกว่าที่เคย โดยออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับร่างกาย เพื่อความสบายในทุกที่นั่งสำหรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร มาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ พร้อมเบาะหนังและภายในสีทูโทนงาช้าง/ดำ (รุ่น SV เท่านั้น) คอนโซลหน้า เปียโนแบล็ค มือจับประตูภายในตกแต่งด้วยโครเมียม

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

Related Articles

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ตอบสนองทุกประสบการณ์การขับขี่ด้วยฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม เช่น มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สัมผัสขั้นสูง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งงานด้วยเสียง สิริ,พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับสาย-วางสายระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ฯลฯ

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ครั้งแรกกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ แบบอย่าง RS ที่เปลี่ยนมุมมองของรถเมืองให้เป็นสปอร์ตหรูหรากว่าที่เคย กับชุดแต่งสไตล์สปอร์ต RS รอบคันโดดเด่นด้วยกระจังหน้า สีดำเงา และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ นำ มีไฟสำหรับขับในเวลากลางวัน ไฟวิ่งกลางวัน พิมพ์ นำ ไฟตัดหมอก นำ กระจกมองข้างสีดำสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สไตล์สปอยเลอร์หลัง สีดำเงา ด้วยสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสง
สีแดงและดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ จุดไฟสีแดง (จุดไฟแดง) เฉพาะรุ่น RS

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ท้าทายทุกข้อจำกัดในการขับขี่ ขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC เทอร์โบ รวม 3 สูบ 12 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่อากาศอัดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์เร็วขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่รวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ตอบสนองไว แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (เทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ผสมผสานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราส่วนตัวแปรต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.8 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมพวงมาลัย 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตาม มาตรฐานท่อไอเสียยูโร 5 (ยูโร 5) การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 99 ก./กม. และสามารถรองรับน้ำมันได้ E20 เช่นกัน.

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
  • ถุงลม 6 ใบ
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยการทรงตัวของรถ (VSA)
  • ระบบช่วยสตาร์ทบนทางลาดชัน (HSA)
  • กล้องมองหลังสามารถปรับได้ 3 ระดับ (กล้องมองหลังแบบหลายมุม)

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น RS ราคา 739,000 บาท
  • รุ่น SV ราคา 665,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น S ราคา 579,500 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มี 6 สีให้เลือก ได้แก่

รุ่น RS

  • สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
  • แพลตตินั่ม ไวท์ (มุก)

รุ่น SV

  • แพลตตินั่ม ไวท์ (มุก)

รุ่น V และรุ่น S

  • คริสตัลสีดำ (ไข่มุก)
  • Lunar Silver (เมทัลลิก)
  • สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
  • ผ้าแพรขาว

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ยกระดับสไตล์สปอร์ตของคุณไปอีกระดับเช่นกัน ชุดแต่งโมดูโล่ (โมดูโล่) รอบ ๆ ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ “สเตจอัพบูสเตอร์” มีของแต่งให้เลือกดังนี้

  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค (ราคา 8,150 บาท)
  • คันเร่งและแป้นเบรกดีไซน์สปอร์ต (ราคา 1,300 บาท)
  • คิ้วบันได LED (ราคา 4,400 บาท)
  • ล้อแม็กซ์ 15 นิ้ว ทรงสปอร์ต (แหวนละ 3,600 บาท)
  • ไฟตัดหมอก LED (ราคา 5,500 บาท)
  • กล้องหน้า (ราคา 3,850 บาท)

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

นอกจากนี้ยังมี 3 แพ็คเกจให้เลือก:

  • แพ็คเกจ Modulo Aero ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง 2 ชิ้น
  • แพ็คเกจ Modulo Aero RS ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง 2 ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง 2 ชิ้น และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสได้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ที่บูธฮอนด้า (A14) ภายในงาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี แล้วพบกัน ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีจำหน่ายที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์ข้อมูลฮอนด้า 24 ชม. โทร 02-341-7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city ลงทะเบียนทดลองขับได้ทาง www.honda.co.th/testdrive


Thông tin thêm

เปิดตัวครั้งแรกในโลก All-New Honda City กับขุมพลังใหม่ 1.0 VTEC Turbo 122 แรงม้า ในราคา

#เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา
[rule_3_plain] #เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา

เปิดตัวครั้งแรกในโลก All-New Honda City กับขุมพลังใหม่ 1.0 VTEC Turbo 122 แรงม้า ในราคา

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว All-New Honda City (เจเนอเรชันที่ 5) ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย อีกขั้นแห่งยนตรกรรมซิตี้คาร์ที่พร้อมขับเคลื่อนพาคุณให้ไปไกลเกินกว่าทุกความคาดหมาย และเปิดทุกความเป็นไปได้ ด้วยอีกขั้นแห่งความสปอร์ตหรูหราของดีไซน์ภายนอก ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและหรูหราเกินคลาส พร้อมท้าทายทุกการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้า ที่ทรงพลัง และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เจเนอเรชันล่าสุด มาพร้อมสีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ร่วม สัมผัส All-New Honda City ได้ที่งาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และ พบกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

สำหรับลูกค้าที่จอง All-New Honda City ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker  รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black (มูลค่า 6,490 บาท)

มร. มาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “All-New Honda City นับเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สำคัญของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2539  และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึงเจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของ Honda City เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขาย Honda City ทั่วโลก

และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ Honda City ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Honda ในภูมิภาคอีกด้วย ในวันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสกับ All-New Honda City เป็นครั้งแรกในโลก โดยจะเป็นยนตรกรรมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า และสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหนึ่ง”

All-New Honda City มาพร้อม ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ต และสง่างาม สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED เข้าชุดกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม, เสาอากาศแบบครีบฉลาม, ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนทุกสุนทรียภาพให้กว้างขวางกว่าที่เคย ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ เพื่อความสะดวกสบายในทุกที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ พร้อมเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black  มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI, พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ครั้งแรกกับ All-New Honda City รุ่น RS ที่เปลี่ยนมุมมองรถซิตี้คาร์ให้สปอร์ตหรูหรามากกว่าที่เคย ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า และกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง
สีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

ท้าทายข้อจำกัดทุกการขับขี่ด้วย ขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ตอบสนองได้ทันใจด้วย แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่ง และ อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตาม มาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย.

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

All-New Honda City มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

รุ่น RS ราคา 739,000 บาท
รุ่น SV ราคา 665,000 บาท
รุ่น V ราคา 609,000 บาท
รุ่น S ราคา 579,500 บาท

All-New Honda City มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
รุ่น RS

สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
สีขาวแพลทินัม (มุก)

รุ่น SV

สีขาวแพลทินัม (มุก)

รุ่น V และรุ่น S

สีดำคริสตัล (มุก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
สีขาวทาฟเฟต้า

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก ดังนี้

สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก (ราคา 8,150 บาท)
แป้นคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต (ราคา 1,300 บาท)
คิ้วบันได LED (ราคา 4,400 บาท)
ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต (ราคา 3,600 บาท/วง)
ไฟตัดหมอกแบบ LED (ราคา 5,500 บาท)
กล้องหน้ารถ (ราคา 3,850 บาท)

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่

Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส All-New Honda City ได้ที่บูทฮอนด้า (A14) ในงาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และพบกับ All-New Honda City ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป
ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 02-341-7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive

#เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา
[rule_2_plain] #เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา
[rule_2_plain] #เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา
[rule_3_plain]

#เปดตวครงแรกในโลก #AllNew #Honda #City #กบขมพลงใหม #VTEC #Turbo #แรงมา #ในราคา

เปิดตัวครั้งแรกในโลก All-New Honda City กับขุมพลังใหม่ 1.0 VTEC Turbo 122 แรงม้า ในราคา

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว All-New Honda City (เจเนอเรชันที่ 5) ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย อีกขั้นแห่งยนตรกรรมซิตี้คาร์ที่พร้อมขับเคลื่อนพาคุณให้ไปไกลเกินกว่าทุกความคาดหมาย และเปิดทุกความเป็นไปได้ ด้วยอีกขั้นแห่งความสปอร์ตหรูหราของดีไซน์ภายนอก ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและหรูหราเกินคลาส พร้อมท้าทายทุกการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้า ที่ทรงพลัง และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เจเนอเรชันล่าสุด มาพร้อมสีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ร่วม สัมผัส All-New Honda City ได้ที่งาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และ พบกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

สำหรับลูกค้าที่จอง All-New Honda City ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker  รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black (มูลค่า 6,490 บาท)

มร. มาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “All-New Honda City นับเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สำคัญของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2539  และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึงเจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของ Honda City เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขาย Honda City ทั่วโลก

และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ Honda City ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Honda ในภูมิภาคอีกด้วย ในวันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสกับ All-New Honda City เป็นครั้งแรกในโลก โดยจะเป็นยนตรกรรมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า และสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหนึ่ง”

All-New Honda City มาพร้อม ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ต และสง่างาม สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED เข้าชุดกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม, เสาอากาศแบบครีบฉลาม, ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนทุกสุนทรียภาพให้กว้างขวางกว่าที่เคย ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ เพื่อความสะดวกสบายในทุกที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ พร้อมเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black  มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI, พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

ครั้งแรกกับ All-New Honda City รุ่น RS ที่เปลี่ยนมุมมองรถซิตี้คาร์ให้สปอร์ตหรูหรามากกว่าที่เคย ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า และกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง
สีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

ท้าทายข้อจำกัดทุกการขับขี่ด้วย ขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ตอบสนองได้ทันใจด้วย แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่ง และ อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตาม มาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย.

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

All-New Honda City มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

รุ่น RS ราคา 739,000 บาท
รุ่น SV ราคา 665,000 บาท
รุ่น V ราคา 609,000 บาท
รุ่น S ราคา 579,500 บาท

All-New Honda City มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
รุ่น RS

สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
สีขาวแพลทินัม (มุก)

รุ่น SV

สีขาวแพลทินัม (มุก)

รุ่น V และรุ่น S

สีดำคริสตัล (มุก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
สีขาวทาฟเฟต้า

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก ดังนี้

สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก (ราคา 8,150 บาท)
แป้นคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต (ราคา 1,300 บาท)
คิ้วบันได LED (ราคา 4,400 บาท)
ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต (ราคา 3,600 บาท/วง)
ไฟตัดหมอกแบบ LED (ราคา 5,500 บาท)
กล้องหน้ารถ (ราคา 3,850 บาท)

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่

Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส All-New Honda City ได้ที่บูทฮอนด้า (A14) ในงาน Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และพบกับ All-New Honda City ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป
ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 02-341-7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button