Bentley

เทียบสเปค เช็คอ็อพชั่น New Mazda 2 กับ All-New Honda City รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน?

เปรียบเทียบสเปค เช็คออฟชั่น New Mazda 2 vs All-New Honda City รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน?

สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมาต้องบอกว่าเป็นอีกปีที่กระแสรถกำลังมาแรง รถซิตี้คาร์ มันร้อนและคึกคักอีกครั้ง หลังค่ายรถญี่ปุ่น สามค่ายใหญ่ รวมใจ เปิดตัวรถรุ่นใหม่ เริ่มที่ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ติดตามโดย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ก่อนลงท้ายด้วย ใหม่ มาสด้า2 (แปลงโฉมเล็กน้อย)

ซึ่งวันนี้ 9carthai.com เอาไป ใหม่ มาสด้า2 กับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาเปรียบเทียบสเปกกันดู ว่ามีรุ่นไหนเด่นหรือมีข้อดีอย่างไร? และรุ่นไหนที่จะตอบโจทย์การใช้งานของคุณ

เพื่อการเปรียบเทียบ Nissan Almera กับ ฮอนด้า ซิตี้ สามารถติดตามได้ที่นี่ : นิสสัน อัลเมร่า vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

สำหรับ ใหม่ มาสด้า2 นี่คือโฉมหน้า การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ที่ออกมาตรงกลางก่อนที่จะเปลี่ยนรุ่นใหม่ ซึ่งมีการตกแต่งภายนอกใหม่เล็กน้อยโดยเริ่มจากกระจังหน้าใหม่ ลอกแบบมาจากรุ่นพี่ มาสด้า3,ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ เพิ่มเส้นโครเมียมตามแนวนอนที่กันชนทำให้รถดูกว้างขึ้น กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ เพิ่มเส้นโครเมียมแบบเดียวกับด้านหน้า ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วใหม่

ส่วนรุ่นตัวถัง 5 ประตู ไฟท้าย นำ มีอัพเดทใหม่

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

สำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใหม่ RS มันจะมาในลุคสปอร์ตด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง RS รอบคันโดดเด่นด้วยกระจังหน้า สีดำเงา และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ นำ มีไฟสำหรับขับในเวลากลางวัน ไฟวิ่งกลางวัน พิมพ์ นำ ไฟตัดหมอก นำ กระจกมองข้างสีดำสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สไตล์สปอยเลอร์หลัง สีดำเงา ด้วยสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ถ้าดูจากตารางเทียบขนาดตัวจะเห็นว่า ฮอนด้า เมืองรุ่น RS ซึ่งจะมีความยาวและความกว้างรวมทั้งระยะฐานล้อที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าขนาดของห้องโดยสาร ฮอนด้า ซิตี้ จะกว้างขวางขึ้น ใหม่ มาสด้า2 อย่างแน่นอน

ส่วนหนึ่ง ใหม่ มาสด้า2 ข้อดีคือน้ำหนักตัวของรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเบากว่า 100 กก. ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราเร่ง (แรงม้า: น้ำหนัก) และการประหยัดเชื้อเพลิง

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ภายในห้องโดยสารของ ใหม่ มาสด้า 2 ตกแต่งด้วยสีเทา-น้ำเงินที่คอนโซลหน้าและที่นั่ง นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มที่นั่งทั้งหมดในพื้นที่ อัลแคนทารา ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต วัสดุภายในคือ สัมผัสนุ่มมาพร้อมกุญแจ พายกะ หลังพวงมาลัยและปุ่มต่างๆ ครูซคอนโทรล ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, จอภาพ จอกลาง ระบบสัมผัส7นิ้วรองรับระบบ Apple CarPlay

อุปกรณ์มาตรฐานถูกจัดเรียงตามแนวคิด HMI (อินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร) ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเข้าแถวจากถนน ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลการขับขี่แบบแอ็คทีฟ หน้าจอชัดเจนแสดงข้อมูลการขับขี่ที่ระดับสายตา ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ ผู้บัญชาการศูนย์ บริเวณคอนโซลกลาง

โดยรวมแล้วภายใน New Mazda 2 จะดูหรูหรา และพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันมากขึ้น

Related Articles

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ภายในห้องโดยสาร ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส ที่จะมาพร้อมห้องโดยสารสปอร์ตสีดำ คอนโซลหน้า เปียโนแบล็ค รอบกรอบแอร์, มือจับประตูและคันเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียม, เบาะนั่งแบบสปอร์ตหนังกลับ, เย็บสีแดง, บ่งบอกถึงความสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมกุญแจ พายกะ ด้านหลังพวงมาลัยแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง

ระบบเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สัมผัสขั้นสูง รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งงานด้วยเสียง สิริ

โดยรวมแล้วห้องโดยสาร Honda City RS นั้นกว้างขวางและสะดวกสบายกว่า และดูสปอร์ตขึ้น แต่วัสดุภายในอาจดูธรรมดาไปหน่อย

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

กำลังเครื่องยนต์ ใหม่ มาสด้า2 มีสองรูปแบบให้เลือก:

เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 1.3 ลิตร สมรรถนะสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตร

เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ สมรรถนะสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 26.3 กม./ลิตร (ดีที่สุดในระดับเดียวกัน)

ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์กำลังส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดและผ่านไอเสียมาตรฐาน ยูโร 5

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

สำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบใหม่ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,5000 รอบ/นาที (ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นกว่า ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร) แต่ยังคงประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร กำลังส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ถ้าดูตารางสเปคจะเห็นว่า ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส ที่มีสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้เครื่องยนต์จะเล็กกว่า ในแง่ของการประหยัดน้ำมันในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน อัตราเฉลี่ยก็ใกล้เคียงกัน แต่ ใหม่ มาสด้า2 ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล มันมีข้อได้เปรียบของแรงบิดที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเร่งในช่วงสตาร์ทดีขึ้น ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส อีกทั้งยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดอีกด้วย ซึ่งน่าจะประหยัดที่สุดในระดับเดียวกัน

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ระบบความปลอดภัย New Mazda 2

มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ไอ-ACTIVSENSE คือ

  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดขณะถอยหลัง หรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา ล้อมรอบด้วยระบบเซ็นเซอร์หน้ากะ
  • Advanced Intelligent Driving Control หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ระบบความปลอดภัย Honda City RS

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
  • ถุงลม 6 ใบ
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยการทรงตัวของรถ (VSA)
  • ระบบช่วยสตาร์ทบนทางลาดชัน (HSA)
  • กล้องมองหลังสามารถปรับได้ 3 ระดับ (กล้องมองหลังแบบหลายมุม)

ในส่วนของระบบความปลอดภัย มาสด้า 2 ใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติมโดยเฉพาะกล้องมอง 360 องศา ระบบ GVC Plus ระบบเตือนจุดบอดขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนจุดบอดขณะถอยหลัง ซึ่งเป็นสามสิ่งที่ Honda City ไม่มี

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

มาสด้า 2 vs ฮอนด้า ซิตี้

ราคาขายทั้งสองรุ่นมีดังนี้

ใหม่ มาสด้า2

  • New Mazda 2 รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท (รุ่นท็อปเบนซิน)
  • New Mazda 2 รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท (รุ่นท็อปดีเซล)

ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส ใหม่

  • Honda City รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

บทสรุป

สำหรับทั้งสองรุ่นที่จะนำมาเปรียบเทียบในครั้งนี้ ทั้งสองมีข้อดีและคุณสมบัติต่างกัน ตัวละครของทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โดย ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส ใหม่ ที่จะมาในรูปแบบของรถซิตี้คาร์แบบสปอร์ต ใหม่ มาสด้า2 ที่จะสะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราที่ดูเหนือชั้นกว่ารถในเมือง ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน

แต่ถ้าจะเจาะลึกสเปค ฮอนด้า ซิตี้ อาร์เอส ใหม่ มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายกว่า นอกจากนี้ในแง่ของประสิทธิภาพก็โดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบใหม่ 122 แรงม้า แต่ในแง่ของสิ่งอำนวยความสะดวกและการออกแบบภายในห้องโดยสาร ใหม่ มาสด้า2 จะดูพรีเมี่ยมและโดดเด่นทั้งสองปุ่ม ผู้บัญชาการศูนย์หน้าจอที่ชัดเจนแสดงข้อมูลการขับขี่ จอแสดงผลการขับขี่แบบแอ็คทีฟ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ที่เพียบพร้อมไปด้วย GVC-พลัส, กล้อง 360 องศา, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดบอดขณะถอยหลัง และที่สำคัญมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทาน และประหยัดน้ำมันให้เลือกมากขึ้น

สุดท้ายนี้การเปรียบเทียบสเปคในครั้งนี้ เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งถ้าดีแนะนำให้ไปทดลองขับทั้ง 2 คันด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่แน่ใจว่าคุณตัดสินใจอย่างไร อาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากทดลองขับ


Thông tin thêm

เทียบสเปค เช็คอ็อพชั่น New Mazda 2 กับ All-New Honda City รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน?

#เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน
[rule_3_plain] #เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน

เทียบสเปค เช็คอ็อพชั่น New Mazda 2 กับ All-New Honda City รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน?

สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่กระแสความนิยมในรถ City Car นั้น กลับมาร้อนแรงและคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ค่ายรถฝั่งญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ค่าย ต่างพร้อมใจกันเปิดตัวโมเดลใหม่ เริ่มด้วย All-New Nissan Almera ตามมาด้วย All-New Honda City แบบติดๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วย New Mazda 2 (โฉม Minor Change)
ซึ่งในวันนี้ 9carthai.com ขอนำเอา New Mazda 2 กับ All-New Honda City มาเทียบสเปคให้ได้ชมกัน ว่ารุ่นไหนมีจุดเด่น หรือข้อได้เปรียบตรงไหนอย่างไร? และรุ่นไหนจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณ
สำหรับการเปรียบเทียบ Nissan Almera กับ Honda City สามารถติดตามได้ที่นี่ : Nissan Almera vs Honda City

สำหรับ New Mazda 2 นี้ ถือเป็นโฉม Minor Change ที่ออกมาคั่นกลางก่อนจะมีการเปลี่ยนเจเนอร์เรชั่นใหม่ ซึ่งมีการปรับโฉมภายนอกใหม่เล็กน้อย เริ่มจาก กระจังหน้าแบบใหม่ ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ Mazda 3, ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น, ออกแบบกันชนหน้าใหม่ เพิ่มเส้นสายโครเมียมแนวนอนที่กันชนส่งผลให้ตัวรถดูกว้างขึ้น, กันชนหลังดีไซน์ใหม่ เพิ่มเส้นสายโครเมียมแบบเดียวกับด้านหน้า ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว
ส่วนในรุ่นตัวถังแบบ 5 ประตูนั้น ไฟท้ายแบบ LED มีการปรับปรุงใหม่

สำหรับ All-New Honda City รุ่น RS จะมาในรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตด้วยชุดแต่ง RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า และกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

หากดูจากตารางเปรียบเทียบมิติตัวถังแล้ว จะเห็นได้ว่า Honda City รุ่น RS นั้น จะมีความยาว และความกว้าง รวมไปถึงระยะฐานล้อที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นหมายความว่าขนาดภายในห้องโดยสารของ Honda City นั้นจะมีขนาดที่กว้างขวางกว่า New Mazda 2 อย่างแน่นอน
ส่วน New Mazda 2 นั้น จะได้เปรียบตรงที่ตัวถังรุ่นเครื่องยนต์เบนซินมีน้ำหนักที่เบากว่าถึง 100 กก. ซึ่งก็อาจจะมีผลในเรื่องของอัตราเร่ง (แรงม้า : น้ำหนัก) และอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ภายในห้องโดยสารของ New Mazda 2 นั้น ได้รับการตกแต่งด้วยสีเทาฟ้าที่บริเวณคอนโซลหน้าและเบาะนั่ง อีกทั้งในส่วนของเบาะนั่งทั้งหมดยังได้มีการเพิ่มพื้นที่ของ Alcantara ที่ให้ความรู้สึกที่สปอร์ต วัสดุภายในเป็นแบบ Soft Touch, อีกทั้งยังมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ที่หลังพวงมาลัยและปุ่ม Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่, หน้าจอ Center Display ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับระบบ Apple CarPlay
อุปกรณ์มาตรฐานถูกจัดวางตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน ไม่ว่าจะเป็น Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตา, ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander บริเวณคอนโซลกลาง
โดยรวมแล้ว New Mazda 2 ภายในห้องโดยสารจะดูหรูหรา และพรีเมียมมากกว่า อีกทั้งยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบครันกว่า

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Honda City RS นั้น จะมาพร้อมกับห้องโดยสารแบบสปอร์ตสีดำ คอนโซลหน้าแบบ Piano Black บริเวณกรอบแอร์ มือเปิดประตู และคันเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียม, เบาะนั่งแบบสปอร์ตหนังกลับเดินด้ายตะเข็บสีแดงบ่งบอกความสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
โดยรวมแล้วห้องโดยสารของ Honda City RS จะมีความกว้างขวางกว่านั่งสบาย และดูสปอร์ตกว่า แต่วัสดุภายในอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย

ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ New Mazda 2 มีให้เลือกใช้งานด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 1.3 ลิตร สมรรถนะสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 23.3 กม./ลิตร
เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ สมรรถนะสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 26.3 กม./ลิตร (ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน)
ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์นั้น ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5

สำหรับ All-New Honda City นั้น มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบใหม่แบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร สมรรถนะ 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,5000 รอบ/นาที (ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร) แต่ยังประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

หากดูจากตารางสเปคจะเห็นได้ว่า Honda City RS นั้น มีสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้เครื่องยนต์จะมีขนาดเล็กกว่าก็ตาม ส่วนในเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมันในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินมีอัตราเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน แต่ New Mazda 2 ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนั้น จะได้เปรียบที่แรงบิดที่สูงกว่า ซึ่งนั้นส่งผลถึงอัตราเร่งในช่วงออกตัวที่จะทำได้ดีกว่า Honda City RS อีกทั้งยังมีอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่สุดกว่าอีกด้วย ซึ่งน่าจะประหยัดที่สุดในคลาส

ระบบความปลอดภัย New Mazda 2
มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ได้แก่

ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า
ระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus)
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)

ระบบความปลอดภัย Honda City RS

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

ในส่วนของระบบความปลอดภัยนั้น New Mazda 2 ให้มาครบครันกว่า โดยเฉพาะ กล้องมองภาพแบบ 360 องศา, ระบบ GVC Plus, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ซึ่ง 3 สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ Honda City ไม่มี

ราคาจำหน่ายของทั้ง 2 รุ่น มีดังนี้
New Mazda 2

New Mazda 2 รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท (รุ่นท็อปเบนซิน)
New Mazda 2 รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท (รุ่นท็อปดีเซล)

All-New Honda City RS

Honda City รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

บทสรุป
สำหรับทั้ง 2 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบกันในครั้งนี้ ต่างก็มีข้อดี และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคาแร็คเตอร์ของทั้ง 2 รุ่นนั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน
โดย All-New Honda City RS นั้น จะมาในรูปแบบซิตี้คาร์สไตล์สปอร์ต ส่วน New Mazda 2 นั้น จะสะท้อนภาพลักษณ์ที่หรูหราดูพรีเมียมเกินคลาสซิตี้คาร์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และสไตล์การขับขี่ของแต่ละท่าน
แต่ถ้าให้เจาะลึกลงไปตามสเปคนั้น All-New Honda City RS จะมาพร้อมกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งได้สบายกว่า อีกทั้งในเรื่องของสมรรถนะยังโดดเด่นกว่าอย่างชัดเจน กับเครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบใหม่ 122 แรงม้า แต่ทว่าด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และการออกแบบภายในห้องโดยสารนั้น New Mazda 2 จะดูพรีเมียม และโดดเด่นกว่า ทั้งปุ่ม Center Commander, จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display รวมไปถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครันทั้ง GVC-Plus, กล้อง 360 องศา, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง และที่สำคัญคือมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทาน และประหยัดน้ำมันกว่าให้เลือกใช้งาน
สุดท้ายนี้การเปรียบเทียบสเปคในครั้งนี้ เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้ดี ขอแนะนำให้คุณได้ไปทดลองขับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นด้วยตัวคุณเองก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณตัดสินใจ อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังได้ทดลองขับก็เป็นได้

#เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน
[rule_2_plain] #เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน
[rule_2_plain] #เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน
[rule_3_plain]

#เทยบสเปค #เชคออพชน #Mazda #กบ #AllNew #Honda #City #รนไหนนาใชกวากน

เทียบสเปค เช็คอ็อพชั่น New Mazda 2 กับ All-New Honda City รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน?

สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่กระแสความนิยมในรถ City Car นั้น กลับมาร้อนแรงและคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ค่ายรถฝั่งญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ค่าย ต่างพร้อมใจกันเปิดตัวโมเดลใหม่ เริ่มด้วย All-New Nissan Almera ตามมาด้วย All-New Honda City แบบติดๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วย New Mazda 2 (โฉม Minor Change)
ซึ่งในวันนี้ 9carthai.com ขอนำเอา New Mazda 2 กับ All-New Honda City มาเทียบสเปคให้ได้ชมกัน ว่ารุ่นไหนมีจุดเด่น หรือข้อได้เปรียบตรงไหนอย่างไร? และรุ่นไหนจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณ
สำหรับการเปรียบเทียบ Nissan Almera กับ Honda City สามารถติดตามได้ที่นี่ : Nissan Almera vs Honda City

สำหรับ New Mazda 2 นี้ ถือเป็นโฉม Minor Change ที่ออกมาคั่นกลางก่อนจะมีการเปลี่ยนเจเนอร์เรชั่นใหม่ ซึ่งมีการปรับโฉมภายนอกใหม่เล็กน้อย เริ่มจาก กระจังหน้าแบบใหม่ ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ Mazda 3, ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น, ออกแบบกันชนหน้าใหม่ เพิ่มเส้นสายโครเมียมแนวนอนที่กันชนส่งผลให้ตัวรถดูกว้างขึ้น, กันชนหลังดีไซน์ใหม่ เพิ่มเส้นสายโครเมียมแบบเดียวกับด้านหน้า ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว
ส่วนในรุ่นตัวถังแบบ 5 ประตูนั้น ไฟท้ายแบบ LED มีการปรับปรุงใหม่

สำหรับ All-New Honda City รุ่น RS จะมาในรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตด้วยชุดแต่ง RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า และกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

หากดูจากตารางเปรียบเทียบมิติตัวถังแล้ว จะเห็นได้ว่า Honda City รุ่น RS นั้น จะมีความยาว และความกว้าง รวมไปถึงระยะฐานล้อที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นหมายความว่าขนาดภายในห้องโดยสารของ Honda City นั้นจะมีขนาดที่กว้างขวางกว่า New Mazda 2 อย่างแน่นอน
ส่วน New Mazda 2 นั้น จะได้เปรียบตรงที่ตัวถังรุ่นเครื่องยนต์เบนซินมีน้ำหนักที่เบากว่าถึง 100 กก. ซึ่งก็อาจจะมีผลในเรื่องของอัตราเร่ง (แรงม้า : น้ำหนัก) และอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ภายในห้องโดยสารของ New Mazda 2 นั้น ได้รับการตกแต่งด้วยสีเทาฟ้าที่บริเวณคอนโซลหน้าและเบาะนั่ง อีกทั้งในส่วนของเบาะนั่งทั้งหมดยังได้มีการเพิ่มพื้นที่ของ Alcantara ที่ให้ความรู้สึกที่สปอร์ต วัสดุภายในเป็นแบบ Soft Touch, อีกทั้งยังมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ที่หลังพวงมาลัยและปุ่ม Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่, หน้าจอ Center Display ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับระบบ Apple CarPlay
อุปกรณ์มาตรฐานถูกจัดวางตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน ไม่ว่าจะเป็น Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตา, ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander บริเวณคอนโซลกลาง
โดยรวมแล้ว New Mazda 2 ภายในห้องโดยสารจะดูหรูหรา และพรีเมียมมากกว่า อีกทั้งยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบครันกว่า

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Honda City RS นั้น จะมาพร้อมกับห้องโดยสารแบบสปอร์ตสีดำ คอนโซลหน้าแบบ Piano Black บริเวณกรอบแอร์ มือเปิดประตู และคันเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียม, เบาะนั่งแบบสปอร์ตหนังกลับเดินด้ายตะเข็บสีแดงบ่งบอกความสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
โดยรวมแล้วห้องโดยสารของ Honda City RS จะมีความกว้างขวางกว่านั่งสบาย และดูสปอร์ตกว่า แต่วัสดุภายในอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย

ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ New Mazda 2 มีให้เลือกใช้งานด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 1.3 ลิตร สมรรถนะสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 23.3 กม./ลิตร
เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ สมรรถนะสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 26.3 กม./ลิตร (ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน)
ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์นั้น ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5

สำหรับ All-New Honda City นั้น มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบใหม่แบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร สมรรถนะ 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,5000 รอบ/นาที (ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร) แต่ยังประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

หากดูจากตารางสเปคจะเห็นได้ว่า Honda City RS นั้น มีสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้เครื่องยนต์จะมีขนาดเล็กกว่าก็ตาม ส่วนในเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมันในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินมีอัตราเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน แต่ New Mazda 2 ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนั้น จะได้เปรียบที่แรงบิดที่สูงกว่า ซึ่งนั้นส่งผลถึงอัตราเร่งในช่วงออกตัวที่จะทำได้ดีกว่า Honda City RS อีกทั้งยังมีอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่สุดกว่าอีกด้วย ซึ่งน่าจะประหยัดที่สุดในคลาส

ระบบความปลอดภัย New Mazda 2
มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ได้แก่

ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า
ระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus)
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)

ระบบความปลอดภัย Honda City RS

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

ในส่วนของระบบความปลอดภัยนั้น New Mazda 2 ให้มาครบครันกว่า โดยเฉพาะ กล้องมองภาพแบบ 360 องศา, ระบบ GVC Plus, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ซึ่ง 3 สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ Honda City ไม่มี

ราคาจำหน่ายของทั้ง 2 รุ่น มีดังนี้
New Mazda 2

New Mazda 2 รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท (รุ่นท็อปเบนซิน)
New Mazda 2 รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท (รุ่นท็อปดีเซล)

All-New Honda City RS

Honda City รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

บทสรุป
สำหรับทั้ง 2 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบกันในครั้งนี้ ต่างก็มีข้อดี และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคาแร็คเตอร์ของทั้ง 2 รุ่นนั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน
โดย All-New Honda City RS นั้น จะมาในรูปแบบซิตี้คาร์สไตล์สปอร์ต ส่วน New Mazda 2 นั้น จะสะท้อนภาพลักษณ์ที่หรูหราดูพรีเมียมเกินคลาสซิตี้คาร์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล และสไตล์การขับขี่ของแต่ละท่าน
แต่ถ้าให้เจาะลึกลงไปตามสเปคนั้น All-New Honda City RS จะมาพร้อมกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งได้สบายกว่า อีกทั้งในเรื่องของสมรรถนะยังโดดเด่นกว่าอย่างชัดเจน กับเครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบใหม่ 122 แรงม้า แต่ทว่าด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และการออกแบบภายในห้องโดยสารนั้น New Mazda 2 จะดูพรีเมียม และโดดเด่นกว่า ทั้งปุ่ม Center Commander, จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display รวมไปถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครันทั้ง GVC-Plus, กล้อง 360 องศา, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง และที่สำคัญคือมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทาน และประหยัดน้ำมันกว่าให้เลือกใช้งาน
สุดท้ายนี้การเปรียบเทียบสเปคในครั้งนี้ เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งถ้าจะให้ดี ขอแนะนำให้คุณได้ไปทดลองขับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นด้วยตัวคุณเองก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณตัดสินใจ อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังได้ทดลองขับก็เป็นได้

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button