THAI LAND

เจาะลึกทดสอบ New Ford Ranger Wildtrak 2018 รุ่นยอดนิยม

ผ่านการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทุกรุ่น และหนึ่งในรุ่นยอดนิยม ดุจดั่งสนามแข่งป่าพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งครบชุด เราจะมาดูความเปลี่ยนแปลงและส่วนเพิ่มเติมกัน

Ford Ranger Wildtrack ใหม่ใช้กำลังเดียวกับ Raptor โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร biturbo เป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของ Ford Rangers 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร โดยผสมผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขาดเพียงระบบขับเคลื่อนที่ไม่สามารถปรับได้เหมือน Raptor กำลังแรงไม่ต่างกัน

ด้านการขับขี่ ทีมงานได้ทำการทดสอบสั้นๆ ด้วยการทดสอบภาคสนามแบบปิดสำหรับทั้งสองรุ่น ได้แก่ Wild Track และ Raptor แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน มีอะไรใหม่สำหรับเส้นทางสายป่า เป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังมากกว่าเดิม หลายๆ ท่านคงคาดหมายว่าจะมีกำลังแรงเท่ากับรถแข่งที่มีแรงม้ามากกว่า ซึ่งผิดเพราะการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีลูกเทอร์โบสองลูกในช่วงแรกๆ มันไม่ใช่การออกแบบที่โดดเด่น เรียกได้ว่าเป็นคนดีที่ออกมาเรียบง่ายแต่มั่นคง กำลังที่ออกมาเต็มที่จะอยู่ในช่วงกลางและปลายซึ่งไม่ต่างจากเครื่องยนต์ 3.2 มากนัก แต่ประหยัดน้ำมันได้แน่นอน แต่แอบบอกกันว่าถ้าใครอยากได้ความแรงเริ่มต้น เทอร์โบตัวเดียวให้การตอบสนองที่ดีกว่า ช่วงล่างถูกปรับแต่งให้นุ่มนวลขึ้น แต่ให้การทรงตัวที่ดี ทำให้มีสมาธิในการขับขี่มากขึ้น พวงมาลัยคมขึ้น ควบคุมได้ชัดเจนขึ้น ระบบความปลอดภัยที่จัดให้ได้รับการทดสอบ (บางอย่าง) ในสภาพแวดล้อมที่ปิดและควบคุมได้ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อรถออกจากถนน เข้าเลนอีกครั้ง เบรกมั่นใจขึ้น สิ่งเล็กๆ ที่น่าประทับใจคือประตูท้ายที่ออกแบบด้วยตัวช่วยผ่อนแรง มีประโยชน์มาก โดยรวมแล้วภาพภายนอกอาจดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ระบบเพิ่มเติมต่างๆ ดีกว่าระบบเดิมแน่นอน

นอกจากเทคโนโลยีการขับขี่แล้ว Ford Ranger Wildtrack ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและอุปกรณ์ที่มากขึ้นกว่าเดิม

* ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ซึ่งรวมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก

Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) รอบรถเพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายรถและการชนคนเดินเท้า ถนนลง ระบบนี้จะทำงานด้วยความเร็วมากกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

* ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Active Park Assist) ทำให้จอดรถง่ายขึ้น เพียงคนขับสั่งงานและควบคุมเบรก เกียร์ ระบบก็จะควบคุมพวงมาลัยให้จอดรถในพื้นที่จอดรถโดยอัตโนมัติ

* Active Noise Cancelling ในห้องโดยสารเพื่อความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเพลิดเพลินสูงสุด

เครื่องยนต์ดีเซล Biturbo ขนาด 2.0 ลิตรเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดใน Ford Ranger โดยให้กำลัง 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้นสำหรับการขับขี่ทั้งทางเรียบและทางวิบาก

เครื่องยนต์ทางเลือกใหม่ใน Ford Ranger Wildtrack ยังคงสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยน้ำหนักบรรทุก 961 กก. และความสามารถในการลากจูง 3,500 กก. ด้วยโครงสร้างระบบส่งกำลังที่ทันสมัย ​​ทำให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง แต่ให้สมรรถนะและความสบายที่มากกว่า ทั้งการขับขี่บนถนนเรียบและทางวิบาก

อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Ford Ranger Wild Track

เครื่องยนต์

ไบเทอร์โบ

* เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 Nm

* เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ (Bi-Turbo) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (เฉพาะรุ่น 4×4)

วีจี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์

อุปกรณ์ภายนอก

จุดผ่อนปรนฝาท้าย

* ล้อแม็กซ์ 18” พร้อมยาง ขนาด 265/60 R18

* ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ HID พร้อมไฟเดย์ไลท์ LED

* ฝาท้ายแบบ Easy Lift

* ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

* ไฟด้านข้าง

* สปอร์ตบาร์และราวหลังคา

* พื้นประตูท้ายมีปลั๊กไฟ 12 โวลท์

อุปกรณ์ภายใน



* กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทอัตโนมัติ

* ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา

* เบาะหนัง

* คอนโซลคูลลิ่งคูล บ็อกซ์

* ระบบกุญแจของฉัน

* หน้าจอแสดงข้อมูลหน้าปัดสีขนาด 4.2 นิ้ว จำนวน 2 หน้า

* เสียง

* ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™3 ภาษาไทย

* หน้าจอสัมผัสสี Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว

* รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

* แสงโดยรอบ

* ขั้วต่อไฟ 230V

* เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

* ภายในแทร็กป่า

* ระบบตัดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบนำทาง

ความปลอดภัย

* ระบบเรียกความช่วยเหลือฉุกเฉิน

* กล้องมองหลังเมื่อถอยหลัง

* ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อฟรี Traction Control

* Hill Start Assist (HLA), Towing Stability Assist (TSC) และ Roll Over Risk Reduction (ROM)

* สัญญาณกันขโมย

* ระบบควบคุมความเร็วดาวน์ฮิลล์ HDC (เฉพาะ 4×4)

* เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป (เฉพาะ 4×4)

* เพิ่มถุงลมนิรภัยเป็น 6 จุด: ถุงลมนิรภัยด้านหน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลม

* สัญญาณเตือนระยะจอดรถด้านหน้า

* ล็อกเฟืองท้ายเฟืองท้าย

* เทคโนโลยี Advanced- Driving Assist (เฉพาะ 4×4)

* ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)

* ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control)

* ระบบเตือนการชนไปข้างหน้า

* ระบบช่วยควบคุมรถในเลน (Lane Keeping System)

* ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่

* ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

สุดท้ายคำถามทดสอบเบื้องต้นจากหลายๆ คน ซื้อรางป่ามาทำเป็น Raptor ได้ไหมครับ? บอกได้จากใจทีมว่าทำไม่ได้ เพราะเริ่มจากแชสซีส์ที่แตกต่างกันคอยล์สปริง ระยะฐานล้อกว้างขึ้น โหมดการขี่สูงสุด 6 โหมดที่ Raptor มี และสิ่งที่ชัดเจนมากเวลาขับรถสามารถเห็นประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาสำหรับรถไม่ว่าสภาพถนนจะมีเสถียรภาพของรถได้ดีมาก สิ่งเดียวกันคือการตกแต่งภายนอกของเครื่องยนต์ที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน แต่ประสิทธิภาพการขับขี่นั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คุณภาพมาพร้อมราคา

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสองเชิญที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

เจาะลึกทดสอบ New Ford Ranger Wildtrak 2018 รุ่นยอดนิยม
#เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม
[rule_3_plain] #เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม

ผ่านการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในทุกๆโมเดล และหนึ่งในรุ่นยอดนิยม อย่างไวล์ดแทรค กับอุปกรณ์ตกแต่งอย่างครบครัน เราจะมาดูการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมอะไรบ้าง

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค ใหม่ มีขุมพลังเดียวกับ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ เป็นที่สุดของขุมพลังที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ด้วยการผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขาดก็เพียงแค่ระบบการขับขี่ที่ไม่สามารถปรับได้เหมือน แร็พเตอร์ พละกำลังนั้นไม่แตกต่างกัน

ด้านการขับขี่ทางทีมงานได้ทดสอบแบบสั้นๆกับการทดสอบในสนามแบบปิดทั้ง 2 รุ่น ไวล์ดแทรคและแร็พเตอร์ ทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างอย่างชัดเจน สิ่งใหม่สำหรับสำหรับไวล์ดแทรค คือเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังมากกว่าเก่า หลายท่านคงคาดหวังว่าจะมีความแรงอย่างกับรถแข่งด้วยแรงม้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผิดไปเพราะด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ 2 ลูกนั้นในรอบต้น นั้นไม่ได้ออกแบบกระโชกโฮกฮาก เรียกว่าออกตัวแบบผู้ดีมาเรียบๆแต่เรื่อยๆ พละกำลังที่ออกมาอย่างเต็มที่จะอยู่ในช่วงตอนกลางและปลายมากกว่าซึ่งไม่ต่างจากเครื่อง 3.2 มากนักแต่ที่แน่ๆน่าจะประหยัดน้ำมันขึ่นแน่นอน แต่แอบบอกกันเลยว่าถ้าใครต้องการแรงต้นนั้น เทอร์โบเดียวให้การตอบสนองที่ดีกว่า ช่วงล่างที่ถูกปรับเปลี่ยนให้นุ่มขึ้นแต่ให้การทรงตัวที่ดีทำให้มันใจในการขับขี่ได้มากขึ้น พวงมาลัยคมขึ้นควบคุมได้ไวขึ้นอย่างชัดเจน  ระบบความปลอดภัยที่ให้มานั้นได้ทดลองใช้ (บางอย่าง) ในสถานที่ปิดที่ควบคุมได้นั้น เช่น  ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อรถมีอาการโยนตัวหลุดออกจากถนนระบบจะทำการควบคุมรถให้เข้ามาในเลนอีกครั้ง เบรคมั้นใจมากขึ้น สิ่งเล็กๆน้อยๆที่น่าประทับใจคือฝาท้ายซึ่งออกแบบมาให้มีตัวช่วยผ่อนแรง มีประโยชน์มาก โดยรวมภาพภายนอกอาจดูเปลี่ยนแปลงน้อยไปหน่อยแต่ระบบต่างๆที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้นดีกว่าตัวเดิมแน่นอน

นอกเหนือจากเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยในการขับขี่แล้ว  ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรคยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่มีเพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ต่างๆด้วยมากกว่าเดิม

* ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ

Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

* ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ช่วยให้การจอดรถง่ายขึ้น เพียงผู้ขับขี่เปิดใช้งานและคอยควบคุมเบรก เกียร์ ระบบจะควบคุมพวงมาลัยรถให้เข้าจอดในพื้นที่จอดโดยอัตโนมัติ

* ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) เพื่อความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวและได้รับความบันเทิงสูงสุด

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ เป็นที่สุดของขุมพลังที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ด้วยการผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

เครื่องยนต์ใหม่อันเป็นทางเลือกใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรคนี้ยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการบรรทุก 961 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยโครงระบบส่งกำลังที่ทันสมัยทำให้ใช้น้ำมันน้อยกว่า แต่ให้สมรรถนะและความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและออฟโรด

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวล์ดแทรค

เครื่องยนต์

Bi-Turbo

* เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

* เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อมเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (เฉพาะรุ่น 4×4)

VG Turbo Intercooler

อุปกรณ์ภายนอก

จุดช่วยผ่อนแรงฝาท้าย

* ล้ออัลลอย 18” พร้อมยางขนาด 265/60 R18

* ไฟหน้า HID โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED

* ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

* ไฟตัดหมอกหน้า LED

* ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

* สปอร์ตบาร์และราวหลังคา

* พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12 โวลต์

อุปกรณ์ภายใน

* กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

* ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา

* เบาะหนัง

* คอนโซลทำความเย็น Cool Box

* ระบบกุญแจ My Key

* หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 4.2 นิ้ว 2 จอ

* เครื่องเสียง

* ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™3 ภาษาไทย

* จอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว

* รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

* ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient light

* ช่องต่อไฟ 230V

* ปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง

* ชุดตกแต่งภายในแบบไวล์ดแทรค

* ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบนำทาง Navigation

ความปลอดภัย

* ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance

* กล้องมองหลังขณะถอยจอด

* ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control

* ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) ระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง (TSC) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (ROM)

* สัญญาณกันขโมย

* ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC (เฉพาะ 4×4)

* เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (เฉพาะ 4×4)

* ถุงลมนิรภัยเพิ่มเป็น 6 จุด: คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลมนิรภัย

* สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า

* เฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential

* เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced- Driving Assist technology) (เฉพาะ 4×4)

* ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)

* ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)

* ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)

* ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)

* ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

* ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

สุดท้ายกับการทดสอบเบื้องต้น คำถามจากหลายๆคน ซึ้อไวล์ดแทรคมาแต่งก็เหมือนแร็พเตอร์ได้หรือ บอกได้เลยจากใจทีมงานว่าไม่ได้ครับ เนื่องจากเริ่มต้นตั้งแต่คัสซีที่แตกต่างกันช่วงล่างที่เป็นคอยล์สปริง ฐานล้อที่กว้างกว่า โหมดการขับขี่ถึง 6 แบบที่แร็พเตอร์มี และสิ่งที่ชัดเจนมากในการขับขี่จะเห็นได้ถึงประสิทธิภาพของช่วงล่างที่ออกแบบมาสำหรับตัวรถไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไรการทรงตัวของรถทำได้ดีมาก สิ่งที่แต่งแล้วเหมือนกันคือการตกแต่งภายนอกเครื่องยนต์ที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน แต่สมรรถนะในการขับขี่นั้นแตกต่างอย่างชัดเจน คุณภาพมาพร้อมค่าตัว
ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสองเชิญที่นี่

#เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม
[rule_2_plain] #เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม
[rule_2_plain] #เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม
[rule_3_plain]

#เจาะลกทดสอบ #Ford #Ranger #Wildtrak #รนยอดนยม

ผ่านการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ในทุกๆโมเดล และหนึ่งในรุ่นยอดนิยม อย่างไวล์ดแทรค กับอุปกรณ์ตกแต่งอย่างครบครัน เราจะมาดูการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมอะไรบ้าง

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค ใหม่ มีขุมพลังเดียวกับ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ เป็นที่สุดของขุมพลังที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ด้วยการผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขาดก็เพียงแค่ระบบการขับขี่ที่ไม่สามารถปรับได้เหมือน แร็พเตอร์ พละกำลังนั้นไม่แตกต่างกัน

ด้านการขับขี่ทางทีมงานได้ทดสอบแบบสั้นๆกับการทดสอบในสนามแบบปิดทั้ง 2 รุ่น ไวล์ดแทรคและแร็พเตอร์ ทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างอย่างชัดเจน สิ่งใหม่สำหรับสำหรับไวล์ดแทรค คือเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังมากกว่าเก่า หลายท่านคงคาดหวังว่าจะมีความแรงอย่างกับรถแข่งด้วยแรงม้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผิดไปเพราะด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ 2 ลูกนั้นในรอบต้น นั้นไม่ได้ออกแบบกระโชกโฮกฮาก เรียกว่าออกตัวแบบผู้ดีมาเรียบๆแต่เรื่อยๆ พละกำลังที่ออกมาอย่างเต็มที่จะอยู่ในช่วงตอนกลางและปลายมากกว่าซึ่งไม่ต่างจากเครื่อง 3.2 มากนักแต่ที่แน่ๆน่าจะประหยัดน้ำมันขึ่นแน่นอน แต่แอบบอกกันเลยว่าถ้าใครต้องการแรงต้นนั้น เทอร์โบเดียวให้การตอบสนองที่ดีกว่า ช่วงล่างที่ถูกปรับเปลี่ยนให้นุ่มขึ้นแต่ให้การทรงตัวที่ดีทำให้มันใจในการขับขี่ได้มากขึ้น พวงมาลัยคมขึ้นควบคุมได้ไวขึ้นอย่างชัดเจน  ระบบความปลอดภัยที่ให้มานั้นได้ทดลองใช้ (บางอย่าง) ในสถานที่ปิดที่ควบคุมได้นั้น เช่น  ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อรถมีอาการโยนตัวหลุดออกจากถนนระบบจะทำการควบคุมรถให้เข้ามาในเลนอีกครั้ง เบรคมั้นใจมากขึ้น สิ่งเล็กๆน้อยๆที่น่าประทับใจคือฝาท้ายซึ่งออกแบบมาให้มีตัวช่วยผ่อนแรง มีประโยชน์มาก โดยรวมภาพภายนอกอาจดูเปลี่ยนแปลงน้อยไปหน่อยแต่ระบบต่างๆที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้นดีกว่าตัวเดิมแน่นอน

นอกเหนือจากเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยในการขับขี่แล้ว  ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรคยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่มีเพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ต่างๆด้วยมากกว่าเดิม

* ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ

Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

* ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ช่วยให้การจอดรถง่ายขึ้น เพียงผู้ขับขี่เปิดใช้งานและคอยควบคุมเบรก เกียร์ ระบบจะควบคุมพวงมาลัยรถให้เข้าจอดในพื้นที่จอดโดยอัตโนมัติ

* ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) เพื่อความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวและได้รับความบันเทิงสูงสุด

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ เป็นที่สุดของขุมพลังที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ด้วยการผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด

เครื่องยนต์ใหม่อันเป็นทางเลือกใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรคนี้ยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการบรรทุก 961 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยโครงระบบส่งกำลังที่ทันสมัยทำให้ใช้น้ำมันน้อยกว่า แต่ให้สมรรถนะและความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและออฟโรด

อุปกรณ์มาตรฐานในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวล์ดแทรค

เครื่องยนต์

Bi-Turbo

* เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

* เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรพร้อมเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (เฉพาะรุ่น 4×4)

VG Turbo Intercooler

อุปกรณ์ภายนอก

จุดช่วยผ่อนแรงฝาท้าย

* ล้ออัลลอย 18” พร้อมยางขนาด 265/60 R18

* ไฟหน้า HID โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED

* ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

* ไฟตัดหมอกหน้า LED

* ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

* สปอร์ตบาร์และราวหลังคา

* พื้นปูกระบะท้าย พร้อมช่องต่อไฟ 12 โวลต์

อุปกรณ์ภายใน

* กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

* ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา

* เบาะหนัง

* คอนโซลทำความเย็น Cool Box

* ระบบกุญแจ My Key

* หน้าจอข้อมูลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 4.2 นิ้ว 2 จอ

* เครื่องเสียง

* ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™3 ภาษาไทย

* จอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว

* รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

* ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient light

* ช่องต่อไฟ 230V

* ปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง

* ชุดตกแต่งภายในแบบไวล์ดแทรค

* ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (เฉพาะรุ่น 4×4)

* ระบบนำทาง Navigation

ความปลอดภัย

* ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance

* กล้องมองหลังขณะถอยจอด

* ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control

* ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) ระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง (TSC) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (ROM)

* สัญญาณกันขโมย

* ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC (เฉพาะ 4×4)

* เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (เฉพาะ 4×4)

* ถุงลมนิรภัยเพิ่มเป็น 6 จุด: คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลมนิรภัย

* สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า

* เฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential

* เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced- Driving Assist technology) (เฉพาะ 4×4)

* ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)

* ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)

* ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)

* ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)

* ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

* ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

สุดท้ายกับการทดสอบเบื้องต้น คำถามจากหลายๆคน ซึ้อไวล์ดแทรคมาแต่งก็เหมือนแร็พเตอร์ได้หรือ บอกได้เลยจากใจทีมงานว่าไม่ได้ครับ เนื่องจากเริ่มต้นตั้งแต่คัสซีที่แตกต่างกันช่วงล่างที่เป็นคอยล์สปริง ฐานล้อที่กว้างกว่า โหมดการขับขี่ถึง 6 แบบที่แร็พเตอร์มี และสิ่งที่ชัดเจนมากในการขับขี่จะเห็นได้ถึงประสิทธิภาพของช่วงล่างที่ออกแบบมาสำหรับตัวรถไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไรการทรงตัวของรถทำได้ดีมาก สิ่งที่แต่งแล้วเหมือนกันคือการตกแต่งภายนอกเครื่องยนต์ที่ให้กำลังใกล้เคียงกัน แต่สมรรถนะในการขับขี่นั้นแตกต่างอย่างชัดเจน คุณภาพมาพร้อมค่าตัว
ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสองเชิญที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button