THAI LAND

อีซูซุทะยานต่อเนื่อง ชมเสน่ห์เมืองลำพูนกับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ สเทลธ์

หลังเปิดตัวกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดได้ไม่นาน Isuzu เลยจัดทริปพาสื่อ 2 กลุ่มขับ “ใหม่! Isuzu D-Max Hi-Lander Special Edition! STEALTH” ทะยานเหนือคลาส ดุดันทุกองศา ความงดงามของเมืองเก่า “หริภุญชัย” หรือ ลำพูน เพื่อรองรับเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ที่ไม่เป็นสองรองใคร

การเดินทางเริ่มต้นด้วยเที่ยวบินตรงจากกลุ่มสื่อจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ โดยนัดเปลี่ยนมือรับกระบะ “ใหม่! Isuzu D-Max Hi-Lander Special Edition! Stealth” กับกลุ่มสื่อที่มาต่อกันที่ร้านอาหารกลุ่มแรกที่ร้านอาหาร “อุ่นใจ” ยง” หลังจากชิมอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมร่วมกันแล้ว ก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไปขับกระบะ “ใหม่! Isuzu D-Max Hi-Lander รุ่นพิเศษ! STEALTH” ที่มีให้เลือก 2 สี ขาว และ ดำ พร้อมชุดออกแบบพิเศษเพิ่มเติม STEALTH BLACK PACKAGE ทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนภาพความแรงดุดันราวกับได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มุ่งหน้าสู่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน “บ้านหนองเงือก” ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมและสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนคนรุ่นใหม่ ชาวพม่า ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ลำพูนเมื่อ 200 ปีที่แล้ว หรือที่รู้จักกันในภาษาถิ่นว่า “จยอง” เริ่มต้นด้วยการต้อนรับด้วยน้ำลำไยสดและใบเตยและขนมจกหรือเทียนหอม ไปสักการะวัดหนองเงี้ยว วัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีจุดเด่นคือ “ขาตึก” หรือหอธรรม ซึ่งเป็นอาคารที่เก็บคัมภีร์โบราณในภาษาล้านนา

ชั้นล่างมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่มีพระแก้วมรกตและพระธาตุ 101 องค์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2467 เพื่อเป็นที่ระลึกของวัดและชุมชน จากนั้นไปเรียนรู้กลุ่มศิลปหัตถกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือที่สืบทอดภูมิปัญญากว่า 100 ปี ได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้า มีทั้งหมด 12 ขั้นตอน กลุ่มเครื่องจักสานไม้ไผ่ดั้งเดิมที่หายาก ได้แก่ ตาแลมงคล ทุ่งใจ ฯลฯ “รองเท้าจายอง” ที่ใช้ยางในการผลิตรองเท้าที่มีสไตล์ และมีความทนทาน จนกลายเป็นสินค้า OTOP ของบ้านหนองงึมมากว่า 40 ปี ปิดท้ายด้วยการแวะร้านปิ่นไฟ ร้านค้าในพื้นที่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเศษผ้าฝ้ายทอมือที่เหลือจากชุมชนท้องถิ่นเพื่อทำกระเป๋านกฮูกหลากสีสัน ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านน้องงุกไปทานอาหารเย็นและพักในโรงแรมใจกลางลำพูน แต่ละคนมีไม้หลายชิ้นติดมือกัน

เช้าวันที่สองเป็นทัวร์เชิงลึกของเมืองเก่า โดยขับรถขบวนไปจอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเพื่อต่อรถรางชุมชนซึ่งมีงานถวายโคมไฟแสนโคมนับเป็นหนึ่งใน 10 ปาฏิหาริย์ล้านนาในจังหวัดลำพูน จึงมีโคมหลากสีสันสวยงามแขวนไว้ประดับต่างๆ สถานที่ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และสักการะพระนางจามเทวีกษัตริย์องค์แรกของลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีลอยกระทงหรือยี่เป็ง ชาวล้านนาเชื่อว่าการทำโคมคือการบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประทับบนสวรรค์ และแสงจากตะเกียงจะช่วยส่องสว่างให้ชีวิตรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุข การนั่งรถรางเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์เมือง ตึกเก่าอายุกว่า 100 ปี



ซึ่งแต่เดิมทรงคุณค่าของเจ้าราชสัมพันธ์วงศ์กับเจ้าหญิงส่องแสงที่เล่าถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของลำพูนผ่านภาพถ่ายผู้คน เหตุการณ์ สถานที่ เครื่องใช้และของสะสม ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีชีวิตผ่าน คุ้มเจ้ายอดเรือน อาคารเก่าแก่หลังหนึ่งในเขตกำแพงเมืองลำพูน เป็นที่พำนักของเจ้าหลวงจักรคำคชลศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนคนสุดท้ายที่สร้างไว้เพื่อมอบให้เจ้ายอดเรือน คนสุดท้าย ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาคาร โครงสร้าง บ้านเก่า วัตถุ และเครื่องใช้พื้นบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองลำพูนจากนั้นเยี่ยมชมอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ซึ่งเธอเป็นนักปราชญ์ที่มีคุณธรรมความสามารถและความกล้าหาญได้นำพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนหริภุญชัยแห่งนี้จนรุ่งเรือง ตามด้วยกิจกรรมไหว้พระที่ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดกู่กุดซึ่งตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบเชื่อว่าพระราชโอรสของพระนางจามเทวีสั่งให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และบรรจุขี้เถ้าในพระเจดีย์สุวรรณช้างคต จตุรัส จตุรัสที่มียอดห่มทองแบบพุทธคยาในอินเดีย แต่ภายหลังเวลาใดไม่ทราบแน่ชัด ส่วนบนของเจดีย์หัก ชาวบ้านจึงเรียกกู่กุดเจดีย์ ซึ่งถือเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สำคัญในศิลปะสมัยหริภุญชัย และที่ไม่ควรพลาดคือ วัดสันป่ายางหลวง ติดอันดับ 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ภายในพระอุโบสถมีลายปูนปั้นแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2548 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญารัตนมหานาติศรีหริภุญชัย หรือหยกเขียวที่นำมาจากแม่น้ำโขงสิ้นสุดที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร สถานที่สำคัญในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือที่เคยอยู่ในเมืองลำพูนมากว่าพันปีแล้วและยังเป็นพระบรมสารีริกธาตุปีเกิดปีไก่อีกด้วย หากมาสักการะขอพรจะเพิ่ม ความเจริญรุ่งเรืองให้กับชีวิต

หลังอาหารกลางวันที่ร้านขนมจีนหม้อดิน กลุ่มสื่อจัดขบวนเดินทางผ่านเส้นทางทุ่งที่คดเคี้ยว เครื่องยนต์ 1.9 DDI Blue Power ใหม่! Isuzu D-Max “Stealth” ยังคงให้กำลังเต็มที่ เพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อป เตาอบพิซซ่า กลางฟาร์ม ได้ที่ ตะพานรัก เวิร์คช็อป & ฟาร์มสเตย์ คุณกรรณิการ์ ตันเส้า หรือ ก้อย นักวิชาการที่มาใช้ชีวิตแบบพอเพียงด้วยการสร้างบ้านดินเผาเพื่อเปิดฟาร์มสเตย์ ปลูกและจำหน่ายผลิตผลตลอดจนทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ ทีมสื่อสนุกกับการทำพิซซ่าในเตาไม้ในบรรยากาศที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ

เพลิดเพลินกับพิซซ่าแสนอร่อยที่ทำด้วยตัวเองจนทุกคนพอใจ ถึงเวลาอำลาเมืองลำพูน ด้วยการขับกระบะกลับเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ถือเป็นทริปส่งท้ายปีของอีซูซุที่ทำให้ความสุขพุ่งทะยานโดยไม่ต้องรอใครที่มีขบวนรถ”ใหม่! Isuzu D-Max Hi-Lander รุ่นพิเศษ! ชิงทรัพย์” ที่ช่วยให้ค้นพบเสน่ห์และความประทับใจใหม่ๆ จากการเดินทางโดยรถยนต์ในจังหวัดลำพูนมีพระธาตุเด่น พระเครื่อง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญชัย

ตรวจสอบราคารถและโปรโมชั่นใหม่ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถมือสอง เชิญที่นี่
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่


ข้อมูลมากกว่านี้

อีซูซุทะยานต่อเนื่อง ชมเสน่ห์เมืองลำพูนกับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ สเทลธ์
#อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ
[rule_3_plain] #อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ

หลังจากที่ได้เผยโฉมยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุรุ่นล่าสุดไปไม่นาน อีซูซุจึงได้จัดทริปพาสื่อมวลชนจำนวน 2 กลุ่มขับ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ชมแง่มุมความงามของเมืองเก่า “หริภุญชัย” หรือลำพูน  เพื่อสนับสนุนเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่เป็นรองใคร

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการพาคณะสื่อมวลชนบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนัดเปลี่ยนมือรับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” กับคณะสื่อมวลชนที่มาทริปกลุ่มแรกที่ร้านอาหาร “เฮือนใจ๋ยอง” หลังลิ้มรสอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยจึงได้เวลาแยกย้ายขับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ซึ่งมีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ พร้อมเพิ่มเติมชุดแต่งดีไซน์พิเศษSTEALTH BLACK PACKAGE  ทั้งภายนอกและภายใน  สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ดุดันสมกับที่มีแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อไปยัง “บ้านหนองเงือก” แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนคนยอง ชาวพม่าที่มาตั้งถิ่นฐานในลำพูนตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน หรือที่เรียกแบบภาษาถิ่นว่า “จาวยอง”  เริ่มด้วยการต้อนรับด้วยน้ำลำไยสดใบเตยและขนมจ๊อกหรือขนมเทียนไส้หวาน การไปไหว้พระที่วัดหนองเงือก วัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีไฮไลต์ คือ “คะตึก” หรือหอธัมม์  เป็นอาคารที่เก็บคัมภีร์โบราณเก่าแก่ภาษาล้านนา 

ซึ่งชั้นล่างมีภาพเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ส่วนตรงข้ามกับคะตึกนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุบรรรจุพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ 101 องค์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของวัดและของชุมชน  จากนั้นจึงไปแวะเวียนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรมกลุ่มต่าง ๆ  อาทิ  กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือที่สืบสานภูมิปัญญามากว่า 100 ปี ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน กลุ่มงานจักสานที่ทำจากไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก มีทั้ง ตาแหลวมงคล ตุงใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังแวะอุดหนุน “รองเท้าจาวยอง” ที่นำยางรถยนต์มาผลิตเป็นรองเท้าดีไซน์เก๋ และมีความทนทาน จนกลายเป็นสินค้า OTOP คู่บ้านหนองเงือกมากว่า 40 ปี  ปิดท้ายด้วยการแวะร้านปิ่นฝ้าย  ร้านค้าท้องถิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำเศษผ้าฝ้ายทอมือที่เหลือจากการทอผ้าในชุมชนมาตัดเย็บเป็นกระเป๋ารูปนกฮูกสีสันสดใส ดังนั้นกว่าจะออกจากบ้านหนองเงือกไปยังร้านอาหารเย็นและเข้าที่พักในโรงแรมกลางตัวเมืองลำพูน  แต่ละคนจึงมีของติดไม้ติดมือกันไปคนละหลายชิ้น  

เช้าวันที่สองเป็นการเที่ยวเจาะลึกย่านเมืองเก่า โดยขับเป็นขบวนไปจอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเพื่อต่อรถรางนำเที่ยวของชุมชน  ซึ่งกำลังมีงานเทศกาลถวายโคมแสนดวงถือเป็น 1 ใน 10 มหัศจรรย์ล้านนาที่ลำพูน  จึงมีการแขวนโคมหลากสีสวยงามประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆ  เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และสักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าการทำโคมเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่ประทับบนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข การนั่งรถรางนำเที่ยวเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี

ซึ่งเดิมเป็นคุ้มของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ กับเจ้าหญิงส่องหล้า ซึ่งบอกเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนานของเมืองลำพูน ผ่านภาพถ่ายของบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ เครื่องใช้และของสะสม ซึ่งที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีชีวิต  ผ่าน คุ้มเจ้ายอดเรือน  อาคารเก่าแก่ที่สุดหลังหนึ่งในเขตกำแพงเมืองลำพูน เป็นเรือนพักอาศัยที่เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้ายสร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่เจ้ายอดเรือน ชายาองค์สุดท้าย  ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาคารโครงสร้างบ้านเก่า สิ่งของ เครื่องใช้พื้นบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าผู้ครองนครลำพูน  จากนั้นได้แวะสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ซึ่งพระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถ และกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนหริภุญชัยนี้จนรุ่งเรือง  ต่อด้วยกิจกรรมไหว้พระทำบุญ ณ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด  ซึ่งตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบเชื่อว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิงพระนาง และบรรจุอัฐิในพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ เจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทองตามแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย หากแต่ต่อมาสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่ากู่กุดพระเจดีย์ ซึ่งถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสําคัญในศิลปกรรมสมัยหริภุญชัย  และที่ไม่ควรพลาด คือ วัดสันป่ายางหลวง  ที่ติด 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดมีการแกะสลักลวดลายปูนปั้นไว้อย่างวิจิตรงดงาม  โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย หรือพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง จบท้ายที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานมากกว่าพันปี และยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ซึ่งหากได้มากราบไหว้ขอพรก็จะเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

หลังมื้อกลางวันที่ร้านขนมจีนหม้อดิน คณะสื่อได้จัดขบวนรถเดินทางลัดเลาะผ่านเส้นทางทุ่งที่คดเคี้ยว  ซึ่งเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ของ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ “สเทลธ์” ยังคงให้พลังแรงเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไปร่วมทำWorkshop พิซซ่าเตาถ่านกลางไร่ ณ ทาปันรักษ์ Workshop & Farm Stay ของคุณกรรณิการ์ ตันเส้า หรือ ก้อย นักวิชาการที่มาใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการสร้างบ้านดินเพื่อเปิดเป็นที่พักแนวฟาร์มสเตย์ ปลูกและจำหน่ายผลผลิต ตลอดจนทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ โดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมสนุกทำพิซซ่าเตาถ่านท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ 

อิ่มอร่อยกับพิซซ่าฝีมือตัวเองจนม่วนอกม่วนใจ๋กันถ้วนหน้า ถึงเวลาต้องอำลาลำพูนกันแล้ว โดยขับรถปิกอัพกลับเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง นับเป็นทริปส่งท้ายปีของอีซูซุที่ทำให้ความสุขทะยานต่อไม่รอใครด้วยขบวนรถ“ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” ที่ช่วยได้ค้นพบเสน่ห์และความประทับใจใหม่ๆ จากการท่องเที่ยวทางรถยนต์ในเมืองลำพูนที่มีพระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวีศรีหริภุญชัย

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

#อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ
[rule_2_plain] #อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ
[rule_2_plain] #อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ
[rule_3_plain]

#อซซทะยานตอเนอง #ชมเสนหเมองลำพนกบ #ใหม #อซซดแมคซ #สเทลธ

หลังจากที่ได้เผยโฉมยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุรุ่นล่าสุดไปไม่นาน อีซูซุจึงได้จัดทริปพาสื่อมวลชนจำนวน 2 กลุ่มขับ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ชมแง่มุมความงามของเมืองเก่า “หริภุญชัย” หรือลำพูน  เพื่อสนับสนุนเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่เป็นรองใคร

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการพาคณะสื่อมวลชนบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนัดเปลี่ยนมือรับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” กับคณะสื่อมวลชนที่มาทริปกลุ่มแรกที่ร้านอาหาร “เฮือนใจ๋ยอง” หลังลิ้มรสอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยจึงได้เวลาแยกย้ายขับรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)” ซึ่งมีให้เลือก 2 สี คือ สีขาว และสีดำ พร้อมเพิ่มเติมชุดแต่งดีไซน์พิเศษSTEALTH BLACK PACKAGE  ทั้งภายนอกและภายใน  สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ดุดันสมกับที่มีแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อไปยัง “บ้านหนองเงือก” แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนคนยอง ชาวพม่าที่มาตั้งถิ่นฐานในลำพูนตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน หรือที่เรียกแบบภาษาถิ่นว่า “จาวยอง”  เริ่มด้วยการต้อนรับด้วยน้ำลำไยสดใบเตยและขนมจ๊อกหรือขนมเทียนไส้หวาน การไปไหว้พระที่วัดหนองเงือก วัดเก่าแก่ในชุมชนที่มีไฮไลต์ คือ “คะตึก” หรือหอธัมม์  เป็นอาคารที่เก็บคัมภีร์โบราณเก่าแก่ภาษาล้านนา 

ซึ่งชั้นล่างมีภาพเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ส่วนตรงข้ามกับคะตึกนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุบรรรจุพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ 101 องค์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของวัดและของชุมชน  จากนั้นจึงไปแวะเวียนเรียนรู้ศิลปหัตถกรรมกลุ่มต่าง ๆ  อาทิ  กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือที่สืบสานภูมิปัญญามากว่า 100 ปี ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 12 ขั้นตอน กลุ่มงานจักสานที่ทำจากไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก มีทั้ง ตาแหลวมงคล ตุงใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังแวะอุดหนุน “รองเท้าจาวยอง” ที่นำยางรถยนต์มาผลิตเป็นรองเท้าดีไซน์เก๋ และมีความทนทาน จนกลายเป็นสินค้า OTOP คู่บ้านหนองเงือกมากว่า 40 ปี  ปิดท้ายด้วยการแวะร้านปิ่นฝ้าย  ร้านค้าท้องถิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำเศษผ้าฝ้ายทอมือที่เหลือจากการทอผ้าในชุมชนมาตัดเย็บเป็นกระเป๋ารูปนกฮูกสีสันสดใส ดังนั้นกว่าจะออกจากบ้านหนองเงือกไปยังร้านอาหารเย็นและเข้าที่พักในโรงแรมกลางตัวเมืองลำพูน  แต่ละคนจึงมีของติดไม้ติดมือกันไปคนละหลายชิ้น  

เช้าวันที่สองเป็นการเที่ยวเจาะลึกย่านเมืองเก่า โดยขับเป็นขบวนไปจอดหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเพื่อต่อรถรางนำเที่ยวของชุมชน  ซึ่งกำลังมีงานเทศกาลถวายโคมแสนดวงถือเป็น 1 ใน 10 มหัศจรรย์ล้านนาที่ลำพูน  จึงมีการแขวนโคมหลากสีสวยงามประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆ  เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และสักการะพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าการทำโคมเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่ประทับบนสรวงสวรรค์ และแสงประทีปจากโคมจะช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข การนั่งรถรางนำเที่ยวเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี

ซึ่งเดิมเป็นคุ้มของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ กับเจ้าหญิงส่องหล้า ซึ่งบอกเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนานของเมืองลำพูน ผ่านภาพถ่ายของบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ เครื่องใช้และของสะสม ซึ่งที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีชีวิต  ผ่าน คุ้มเจ้ายอดเรือน  อาคารเก่าแก่ที่สุดหลังหนึ่งในเขตกำแพงเมืองลำพูน เป็นเรือนพักอาศัยที่เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้ายสร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่เจ้ายอดเรือน ชายาองค์สุดท้าย  ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาคารโครงสร้างบ้านเก่า สิ่งของ เครื่องใช้พื้นบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าผู้ครองนครลำพูน  จากนั้นได้แวะสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ซึ่งพระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถ และกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนหริภุญชัยนี้จนรุ่งเรือง  ต่อด้วยกิจกรรมไหว้พระทำบุญ ณ วัดจามเทวี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด  ซึ่งตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบเชื่อว่า พระราชโอรสของพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อถวายพระเพลิงพระนาง และบรรจุอัฐิในพระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ เจดีย์เหลี่ยมมียอดหุ้มด้วยทองตามแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย หากแต่ต่อมาสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่ากู่กุดพระเจดีย์ ซึ่งถือเป็นแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสําคัญในศิลปกรรมสมัยหริภุญชัย  และที่ไม่ควรพลาด คือ วัดสันป่ายางหลวง  ที่ติด 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดมีการแกะสลักลวดลายปูนปั้นไว้อย่างวิจิตรงดงาม  โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย หรือพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง จบท้ายที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานมากกว่าพันปี และยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ซึ่งหากได้มากราบไหว้ขอพรก็จะเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

หลังมื้อกลางวันที่ร้านขนมจีนหม้อดิน คณะสื่อได้จัดขบวนรถเดินทางลัดเลาะผ่านเส้นทางทุ่งที่คดเคี้ยว  ซึ่งเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ของ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ “สเทลธ์” ยังคงให้พลังแรงเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไปร่วมทำWorkshop พิซซ่าเตาถ่านกลางไร่ ณ ทาปันรักษ์ Workshop & Farm Stay ของคุณกรรณิการ์ ตันเส้า หรือ ก้อย นักวิชาการที่มาใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการสร้างบ้านดินเพื่อเปิดเป็นที่พักแนวฟาร์มสเตย์ ปลูกและจำหน่ายผลผลิต ตลอดจนทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรอินทรีย์ โดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมสนุกทำพิซซ่าเตาถ่านท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ 

อิ่มอร่อยกับพิซซ่าฝีมือตัวเองจนม่วนอกม่วนใจ๋กันถ้วนหน้า ถึงเวลาต้องอำลาลำพูนกันแล้ว โดยขับรถปิกอัพกลับเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง นับเป็นทริปส่งท้ายปีของอีซูซุที่ทำให้ความสุขทะยานต่อไม่รอใครด้วยขบวนรถ“ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์” ที่ช่วยได้ค้นพบเสน่ห์และความประทับใจใหม่ๆ จากการท่องเที่ยวทางรถยนต์ในเมืองลำพูนที่มีพระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวีศรีหริภุญชัย

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button