THAI LAND

สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า

Super Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงที่เหนือชั้นกว่าทั่วไป หนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (Kenigsegg) สุดยอดแบรนด์ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงจากสวีเดน และเป็นครั้งแรกในไทยที่เผยโฉม 2 รุ่น


Koenigsegg

บริษัท เจนเนอรัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือ Charish Holding) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และศักดิ์ นานา ผู้อำนวยการจัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งเป็นตัวแทน ผู้จัดจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ Königsek อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

พร้อมเผยโฉมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่นล้ำสมัย มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

Koenigsegg Gemera Mega-GT รถสี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT และ Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าไทย 4 คัน จอง 1 คัน เริ่มผลิตปี 2565 รับรถในปี 2567

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท ขายหมดแล้ว. (แสดง)

Koenigsegg Jesko Absolut

ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิต Jesko Absolut ที่เร็วและทรงพลังกว่านี้อีกในอนาคต ส่วนประกอบทั้งหมดของ Jesko Absolut ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านทานลมของตัวรถ และยังเพิ่มความเสถียรของรถด้วยความเร็วที่สูงขึ้น Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์การยึดเกาะของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบ ของรถที่คล่องแคล่วว่องไวมาก

ครีบฉลามคู่ด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินขับไล่ F-15 ออกแบบมาเพื่อปรับกระแสลมด้านหลังให้เหมาะสมเพื่อลดแรงเฉื่อยของลมขณะวิ่ง ด้วยความเร็วสูง การออกแบบด้านหน้าของ Jesko Absolut ได้รับการปรับเพื่อให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและการจัดเก็บเมื่อเปิดประทุน แข่งแล้วยังสบายบนถนนสาธารณะ

เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จคู่ที่มีรอบสูงสุด 8,500 รอบต่อนาทีและเค้นสูงสุด 1600 แรงม้า (สำหรับเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์เชื่อมต่อกับระบบส่งกำลังใหม่ที่พัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut คือ “Light Speed ​​​​Transmission (LST)” 9 สปีด ที่มาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองได้ใกล้เคียงกับความเร็วแสงในขณะที่ยังกะทัดรัดอีกด้วย ขนาดเล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กก.



นั่นหมายความว่ารถคันนี้เป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่มีความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ข้อจำกัดหลักคือยาง ตำแหน่ง

Koenigsegg Gemera (Königsegg Gemera) เมก้า-GT

ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งแห่งแรกของโลก (The World’s First Mega-GT และ Koenigsegg’s First Four Four) ได้รับการออกแบบอย่างแท้จริงสำหรับทุกการใช้งาน ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับผู้ใหญ่ได้ถึง 4 คนและเก็บกระเป๋าเดินทางได้มากถึง 4 ใบ อีกทั้งยังมีที่วางแก้วน้ำมากถึง 8 จุดแสดงข้อมูลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, Apple CarPlay, ลำโพง 11 ตัว และเบาะนั่งที่ปรับด้วยไฟฟ้าทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย

หัวใจของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบคู่เทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาด 2.0 ลิตรที่รู้จักกันในชื่อ “Tiny Friendly Giant (TFG)” ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวที่ให้กำลัง 1,700 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 3,500 นิวตันเมตร ให้ Gemera เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.9 วินาที

เทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Gemera มีทั้งระบบบังคับเลี้ยวที่ล้อหลังและการกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ตอบสนองและมั่นใจมากขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมสำหรับทุกสภาพถนน นอกเหนือจากสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่น่าตื่นเต้นแล้ว Koenigsegg Gemera สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. และช่วงสูงสุด 50 กม. เมื่อเดินทางโดยปราศจากการปล่อยมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในโหมดไฮบริดได้ Rid by Gemera ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับเชื้อเพลิง E85 หากต้องการเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดและมีระยะทางสูงสุด 950 กม.

Gemera ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองด้วยความเร็วต่ำและการขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยจากโครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบช่วยทรงตัว ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 นอกจากนี้ยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้งสองข้าง การออกแบบภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบด้วยประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอให้ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้าไปในรถได้ในเวลาเดียวกันโดยยังคงรูปลักษณ์ของรถสปอร์ต 2 ประตู

เหนือประตูคือกล้องมองหลังตัวแรกของ Koenigsegg ที่ติดตั้งบนตัวรถแทนที่จะเป็นกระจกมองข้างแบบธรรมดา ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด น้ำหนักน้อยกว่า 9 กก. ต่อล้อ Gemera ติดตั้งท่อร่วมไอเสีย Akrapovic ที่เสริมทั้งรูปลักษณ์และเสียงของเครื่องยนต์คำรามไปข้างหน้า ด้านหน้า 4 ทิศทางและเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับร่างกายผู้โดยสารได้สบายยิ่งขึ้นในทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 คนสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบความบันเทิง และเครื่องปรับอากาศได้ด้วยตัวเอง รวมถึงช่องเก็บสัมภาระ แต่แต่ละที่นั่งก็จะได้สัดส่วนเช่นกัน สำหรับ Gemera คันนี้มีเพียง 300 คันทั่วโลก ราคา 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถและมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา Autospinn
หากต้องการแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com
ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ ตรวจสอบราคารถใหม่ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง มาที่นี่ได้ที่ one2car


ข้อมูลมากกว่านี้

สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า

#สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา
[rule_3_plain] #สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา

   สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น

Koenigsegg

     บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท 

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)

 

Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)

    ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก

    ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ

    เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น 

นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่

 

Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT

    รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

    หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.

  Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู

บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

 

#สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา
[rule_2_plain] #สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา
[rule_2_plain] #สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา
[rule_3_plain]

#สดยอด #Hyper #Car #Koenigsegg #เผยโฉมครงแรกในไทยรวม #คน #กวาแรงมา

   สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น

Koenigsegg

     บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท 

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)

 

Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)

    ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก

    ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ

    เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น 

นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่

 

Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT

    รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

    หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.

  Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู

บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

 

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button