Bentley

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Level ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

ความประทับใจครั้งแรกของ Aston Martin Vantage รถสปอร์ตระดับเริ่มต้นที่ขัดเกลาอย่างพิถีพิถัน ฉายา บุตรแห่งนักล่า

ยอมรับตามตรงว่า นี่เป็นครั้งแรกของผู้เขียน (@มอนสเตอร์) เพื่อสัมผัสและทำความรู้จักกับรถยนต์ของแบรนด์ Aston Martin ใกล้ชิด

ซึ่งได้รับเกียรติจาก แอสตัน มาร์ติน กรุงเทพ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) เชิญทีม 9carthai.com ออกไปสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ของรถสปอร์ตที่เล็กที่สุดของค่าย Aston Martin Vantage

สำหรับ Aston Martin Vantage จัดเป็นรถสปอร์ต รายการใหม่ เข้าถึงได้และเป็นรถสปอร์ตแท้ของค่าย Aston Martin ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “นักล่าโดยกำเนิด” หรือ “นักล่าแห่งท้องถนน”

ซึ่งรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ Aston Martin เป็นอย่างมาก ล่าสุดในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา Aston Martin Vantage ชนะการแข่งขัน เลอมังส์ 24 ชั่วโมง

โดยรางวัล GT ผู้ผลิต World Endurance Championship และ GT Drivers World Endurance Championship ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความเร็วที่ฝังอยู่ใน DNA ของรถยนต์ Aston Martin ทุกรุ่นก็โอเค

ด้วยชัยชนะของ Aston Martin Vantage ในปีที่ผ่านมาทำให้ Aston Martin ตัดสินใจสร้างความสำเร็จด้วยการกลับมาสู่สนามแข่ง สูตร 1 อีกครั้งในรอบ 60 ปี

โดยใช้ชื่อทีม Aston Martin Cognizant F1 Team ที่ได้แชมป์นักแข่งระดับโลกมา 4 สมัยอย่าง เซบาสเตียน เวทเทล เป็นคนขับ

และที่สำคัญรถสปอร์ตที่เล็กที่สุดของค่าย Aston Martin Vantage ได้รับเลือกให้เป็น รถปลอดภัย รถเข้าตรวจสอบสนามและนำขบวนรถแข่ง F1 สำหรับฤดูกาล 2021 เช่นกัน

Related Articles

สำหรับ Aston Martin Vantage ได้รับการออกแบบตามหลักการ อัตราส่วนทองคำ ซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบตามกฎของธรรมชาติ ที่จะทำให้รถสปอร์ตคันนี้คงความสง่างามไว้ได้ตลอดเวลา เหมือนภาพวาดของ Mona Lisa

แชสซีของรถสปอร์ตคันนี้ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่พัฒนามาจาก DB11 ทำน้ำหนักตัวโดยรวมเพียง 1,530 กก. และ มีการกระจายน้ำหนักหน้า : หลัง ในอัตราส่วน 50:50

นอกจากนี้ ในรายละเอียดภายนอกของ Aston Martin Vantage มันยังได้รับการออกแบบในสไตล์ดุดันเหมือนนักล่า

ดีไซน์ด้านหน้าออกแบบมาให้ดูเหมือนนักล่าแห่งท้องทะเลอย่างฉลาม ไฟหน้าเป็นเงา คล้ายกับลักษณะของนักล่าที่เล็งเหยื่อ และมีครีบระบายอากาศที่โป่งล้อหน้าซึ่งจำลองมาจากครีบฉลาม

กระจังหน้ามีขนาดใหญ่เพื่อให้อากาศเข้าห้องเครื่องได้เต็มที่

ฮูดคือ a หอย ที่รวมส่วนของรถสาลี่เข้าไว้ด้วยกันในฝากระโปรงหน้าเป็นชิ้นเดียวเพื่อความสวยงามและไม่มีจุดเชื่อมต่อที่มุมมองด้านหน้า

พร้อมด้วย ป้าย (แบรนด์แอสตันมาร์ติน) ที่เป็นชิ้น แฮนด์เมด ทุกขั้นตอนผลิตจากโรงงาน เครื่องประดับ ในประเทศอังกฤษ

รถจะมาในรูปแบบ สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู หลังคาลาดเอียงและปลายสั้นซึ่งได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) เป็นสิ่งสำคัญ

ไฟท้ายเป็นเส้นของ นำ ยืดตามกันชนหลังพร้อมชุดติดตั้ง ดิฟฟิวเซอร์ สำหรับไล่อากาศออกจากด้านล่างของรถพิเศษ ที่มาพร้อมท่อไอเสียคู่ออกทั้งสองด้าน

ปิดท้ายด้วยล้อแม็กซ์ ปลอมแปลง น้ำหนักเบา ขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยาง พิเรลลี่ พี ซีโร่ ขนาดด้านหน้า 255/40/20 และด้านหลัง 295/35/20 ระบบเบรกหน้าเป็นแบบปั๊มเบรก 6 POT และด้านหลังแบบ 4 POT

ภายในห้องโดยสาร จะตกแต่งด้วยวัสดุหนังเกรดพิเศษและ อัลแคนทารา รวมทั้งคาร์บอนไฟเบอร์ในบางจุด เบาะนั่งจะเป็น ที่นั่งถัง หนังแท้เกรดเดียวกับกระเป๋า Hermes

พวงมาลัยถูกตัด D-Shape มัลติฟังก์ชั่นและมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์ พายกะ ระบบเกียร์เป็นแบบปุ่มกดที่ใช้วัสดุ คริสตัล

สิ่งอำนวยความสะดวก จะมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้วเพื่อรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทางและระบบเสียงระดับ ไฮเอนด์

อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ สตาร์ท/หยุดแบบไม่มีกุญแจระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, ระบบช่วยจอดพร้อมเซ็นเซอร์หน้าและหลัง, กล้องมองหลังที่จะแสดงผลบนหน้าจอและพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง 350 ลิตร

เพื่ออำนาจของ Aston Martin Vantage จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 4.0 ลิตร ทวิน เทอร์โบ สมรรถนะสูงสุด 503 แรงม้า (510 PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 5,000 รอบ/นาที

ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ZF เสนออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 314 กม./ชม

ด้วยโหมดการขับขี่ 3 โหมดให้เลือก: กีฬา, สปอร์ตพลัส และ ติดตาม สิ่งนี้จะให้ส่วนหน้าของเสียงที่เต้นเป็นจังหวะที่แตกต่างกัน

ฝาครอบเครื่องยนต์มีลายเซ็นของผู้ดูแลการประกอบรถคันนี้ เปรียบเสมือนลายเซ็นที่ต้องบ่งบอกถึงฝีมือช่างเหมือนวิจิตรศิลป์

ระบบกันสะเทือน มาพร้อมระบบ ระบบลดแรงสั่นสะเทือนแบบปรับได้ สามารถปรับได้ 3 โหมด: กีฬา, สปอร์ตพลัส และ ติดตาม

แถมยังมาพร้อมกับ เฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ นี่เป็นรุ่นแรกของค่ายที่ติดตั้งระบบนี้ ระบบบังคับเลี้ยวยังเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนอัตโนมัติตามความเร็ว

หลังจากที่ได้ลองใช้งานมาซักพักแล้ว ฉันต้องพูด Aston Martin Vantage จัดว่าเป็นรถสปอร์ตที่ขับง่าย ใช้งานได้ทุกวัน ซึ่งถ้าขับในโหมดปกติจะให้ความรู้สึกไม่ต่างจากรถหรู โอเวอร์แฮง ความสูงที่สั้นทำให้การควบคุมง่ายและคล่องตัว

แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการทะยานขึ้น เพียงแค่กดคันเร่งให้ลึกขึ้น รถสปอร์ตสุดหรูคันนี้แปลงร่างเป็นนักล่าที่โกรธจัด พร้อมที่จะทะยานไปหาเหยื่อ แรงบิดที่ได้รับนั้นอยู่ด้านหลังเบาะนั่งอย่างแน่นอน

และถึงแม้จะขับด้วยโหมด ติดตาม นอกจากนี้ เมื่อคุณถอดคันเร่งออก จะมี ย้อนรอย ท่อไอเสียที่ช่วยส่งความเร้าใจ และขับสนุกอีกด้วย

ทั้งที่รถเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่การออกแบบของ Aston Martin Vantage ด้วยเครื่องยนต์ เครื่องยนต์กลางหน้า (เครื่องยนต์วางอยู่หลังเพลาหน้า) และกระปุกเกียร์อยู่ด้านหลัง รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และมีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 50:50

ทำให้เมื่อกดคันเร่งแรงๆจะมีอาการ โอเวอร์ สเตียร์ น้อยมากทำให้คุณควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และไม่เบื่อที่จะต้องเชื่องผู้ล่าตัวนี้

แต่ถ้าอยากได้สไตล์รถสปอร์ตดิบๆ แนะนำให้เปิดโหมด ติดตาม เพราะรถจะปิดระบบช่วยเหลือทั้งหมด คุณเป็นคนเดียวที่เหลือที่จะเอาชนะนักล่าแห่งท้องถนนหรือไม่?

สำหรับ Aston Martin Vantage พร้อมจำหน่ายพร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของราคา 14,900,000. ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้น โดยราคาจะเพิ่มขึ้นอีก หากสั่งออปชั่นเพิ่มเติมหรือของตกแต่งพิเศษที่เหนือกว่า

โดยสามารถสัมผัสความตื่นเต้นและเป็นเจ้าของ Aston Martin Vantage ได้ที่ Aston Martin Bangkok

  • โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
  • โทร. 02-610-9775 (โชว์รูมสยามพารากอน)

หมายเหตุ: ภาพที่ใช้เป็นภาพอย่างเป็นทางการของ Aston Martin ที่ถ่ายทำในต่างประเทศ


บทความน่าอ่าน!!

รีวิว Toyota Yaris PLAY Limited Edition Eco-Car ปรับแต่งพิเศษ Full option ขายเพียง 1,500 คัน!

รีวิว Mazda CX-3 2021 Collection รุ่น Base Plus บอกเลยว่าคุ้ม คุ้มราคาจริงๆ

รีวิว Ford Ranger FX4 Max รถกระบะสไตล์ออฟโรดที่ดีที่สุดในราคาจับต้องได้

ทบทวนประสิทธิภาพการขับขี่ของ BMW 3 ใหม่ New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่

รีวิว All-New Mazda BT-50 กระบะหน้าหล่อ Premium option ออกงานดี ลุย

รีวิว Nissan Navara PRO2X ขับ 2 แต่หล่อเท่ากัน แถมถูกกว่า 1.5 แสนบาท

รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV Plug-in Hybrid SUV อัจฉริยะ ชาร์จเองได้ ไม่ต้องใช้ปลั๊ก ประหยัดสุดๆ

รีวิว Honda City e:HEV & Hatchback 1.0 RS แต่ละตัวดีต่างกัน บุคลิกต่างกันชัดเจน

สัมผัสแรกก่อนเปิดตัว All-New Mazda BT-50 บอกเลยว่ารถกระบะคันนี้คุ้มค่าแก่การรอคอย

รีวิว New Ford Ranger 2020 สัมผัสนิยามและเอกลักษณ์ใหม่ของ Ranger รถกระบะสุดแกร่งที่ไปได้ไกลกว่า


Thông tin thêm

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Màn chơi ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

#สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา
[rule_3_plain] #สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Màn chơi ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

ยอมรับตามตรงเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกของผู้เขียน (@Monster) ที่ได้สัมผัส และได้ทำความรู้จักกับยนตรกรรมของแบรนด์ Aston Martin อย่างใกล้ชิด
ซึ่งได้รับเกียรติจาก Aston Martin Bangkok ที่อยู่ในเครือของ Millennium Group Corporation (Asia) เชิญทีมงาน 9carthai.com ไปเบิกเนตรและได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ของรถสปอร์ตรุ่นเล็กสุดของค่ายอย่าง Aston Martin Vantage

สำหรับ Aston Martin Vantage จัดเป็นรถสปอร์ตระดับ New Entry ที่เข้าถึงง่าย และเป็นรถสปอร์ตพันธุ์แท้ของค่าย Aston Martin โดยถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Born Predator” หรือ “นักล่าแห่งท้องถนน”

ซึ่งรถสปอร์ตมาดหรูรุ่นนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ Aston Martin เป็นอย่างมาก โดยล่าสุดในปี 2020 ที่ผ่านมา Aston Martin Vantage ได้คว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการ 24 Hours of Le Mans
โดยได้รับรางวัล GT Manufacturers World Endurance Championship และ GT Drivers World Endurance Championship ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าแห่งความเร็ว ที่ฝังอยู่ใน DNA ของยนตรกรรม Aston Martin ทุกรุ่นได้เป็นอย่างดี

ด้วยชัยชนะของ Aston Martin Vantage ในปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ Aston Martin ตัดสินใจต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการหวนกลับคืนสนามแข่ง Formula 1 อีกครั้งในรอบ 60 ปี
โดยใช้ชื่อทีมว่า Aston Martin Cognizant F1 Team ซึ่งได้นักแข่งแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Sebastian Vettel เป็นนักขับ

และที่สำคัญรถสปอร์ตน้องเล็กของค่ายอย่าง Aston Martin Vantage ก็ถูกเลือกให้เป็น Safety Car รถตรวจสนาม และขับนำขบวนรถแข่ง F1 สำหรับฤดูกาล 2021 อีกด้วย

สำหรับ Aston Martin Vantage นั้น ถูกออกแบบตามหลัก Golden Ratio ซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบตามกฏของธรรมชาติ ที่จะทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้คงความสง่างามเหนือกาลเวลา เหมือนกับภาพวาดของ Mona Lisa
ส่วนแชสซีส์ของรถสปอร์ตรุ่นนี้ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่พัฒนามาจาก DB11 ทำให้มีน้ำหนักตัวถังโดยรวมเพียง 1,530 กก. และ มีการกระจายน้ำหนักหน้า : หลัง อยู่ที่อัตราส่วน 50 : 50

นอกจากนั้นแล้วในส่วนของรายละเอียดภายนอกของ Aston Martin Vantage ยังถูกออกแบบในสไตล์ที่ดุดันแบบนักล่า
โดยดีไซน์ด้านหน้าจะถูกออกแบบคล้ายกับสัตว์นักล่าแห่งท้องทะเลอย่างฉลาม โดยโคมไฟหน้าจะมีความโฉบเฉี่ยว คล้ายกับลักษณะของนักล่าที่กำลังเล็งเหยื่อ และมีส่วนครีบระบายอากาศที่โป่งล้อหน้าที่ถอดแบบมาจากครีบของฉลาม
ส่วนกระจังหน้าจะมีขนาดใหญ่เพื่อรับอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ได้เต็มที่

ฝากระโปรงหน้าเป็นแบบ Clamshell ที่รวมเอาส่วนของชุดโป่งล้อรวมไว้ที่ฝากระโปรงในชิ้นเดียวเพื่อความสวยงาม และไร้จุดเชื่อมต่อที่มุมมองด้านหน้า
พร้อมด้วย Badge (ตรา Aston Martin) ที่เป็นชิ้นงาน Handmade ทุกขั้นตอน โดยผลิตจากโรงงาน Jewelry ที่ประเทศอังกฤษ

ตัวรถจะมาในรูปแบบ Sport Coupe 2 ประตู หลังคาท้ายลาด และช่วงท้ายที่สั้น ซึ่งได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) เป็นสำคัญ
ไฟท้ายเป็นเส้นสายของ LED ทอดยาวตลอดแนวกันชนท้าย พร้อมติดตั้งชุด Diffuser สำหรับรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถแบบพิเศษ ที่มาพร้อมกับปลายท่อไอเสียคู่ออก 2 ฝั่ง

ปิดท้ายด้วยล้อแม็กแบบ Forged น้ำหนักเบาขนาด 20″ รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 255/40/20 ในด้านหน้า และ 295/35/20 ในด้านหลัง ส่วนระบบเบรกหน้าเป็นปั้มเบรกแบบ 6 POT และด้านหลังแบบ 4 POT

ส่วนภายในห้องโดยสาร จะถูกตกแต่งด้วยวัสดุหนังเกรดพิเศษ และ Alcantara รวมไปถึงคาร์บอนไฟเบอร์ในบางจุด โดยเบาะนั่งจะเป็นแบบ Bucket Seat หนังแท้เกรดเดียวกับกระเป๋า Hermes
พวงมาลัยเป็นแบบท้ายตัด D-Shape มัลติฟังก์ชั่น และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ส่วนระบบเกียร์เป็นแบบปุ่มกดที่ใช้วัสดุ Crystal

ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก จะมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8″ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทาง และชุดเครื่องเสียงระดับ Hi-End
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ keyless start/ stop, ระบบตรวจเช็คลมยาง, ระบบช่วยจอดพร้อมเซนเซอร์หน้าหลัง, กล้องมองหลังที่จะแสดงผลที่หน้าจอ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 350 ลิตร

สำหรับขุมพลังของ Aston Martin Vantage จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Twin-Turbo สมรรถนะสูงสุด 503 แรงม้า (510 PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 5,000 รอบ/นาที
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF มอบอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ใน 3.6 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 314 กม./ชม.
พร้อมมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Sport Plus และ Track ซึ่งจะให้ซุ้มเสียงที่เร้าใจแตกต่างกัน

โดยที่ฝาครอบเครื่องยนต์จะมีลายเซ็นต์ของผู้ที่ดูแลการประกอบของรถคันนี้ประทับไว้ด้วย เปรียบเหมือนลายเซ็นต์ที่ต้องระบุฝีมือคนทำดั่งงานศิลปะชั้นเลิศ

ด้านระบบช่วงล่าง มาพร้อมกับระบบ Adaptive Damping System สามารถปรับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Sport Plus และ Track
นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Electronic Rear Differential ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ได้รับการติดตั้งระบบนี้ อีกทั้งระบบบังคับเลี้ยวยังเป็นแบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่จะแปรผันอัตโนมัติตามความเร็ว

หลังจากที่ได้ลองสัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ ต้องบอกว่า Aston Martin Vantage นั้น จัดเป็นรถสปอร์ตที่ขับง่าย สามารถใช้งานได้ในทุกวัน ซึ่งหากคุณขับในโหมดปกติจะให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากรถบ้านระดับหรู ตัวรถมีระยะ Overhang ที่สั้น ทำให้การควบคุมทำได้ง่ายและคล่องตัว
แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการพุ่งทะยาน เพียงกดคันเร่งลึกลงไป เจ้าสปอร์ตหรูคันนี้จะเปลี่ยนมาเป็นนักล่าที่เกรี้ยวกราดพร้อมโจนทะยานใส่เหยื่อทันที แรงบิดที่ได้รับคือหลังติดเบาะอย่างแน่นอน
และยิ่งถ้าขับด้วยโหมด Track ด้วยแล้ว เมื่อคุณถอนคันเร่งจะมี Backfire ที่ท่อไอเสียที่ช่วยมอบความเร้าใจ และความสนุกในการขับขี่อีกด้วย

แม้ตัวรถจะเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่การออกแบบของ Aston Martin Vantage ที่มีเครื่องยนต์แบบ Mid Front Engine (เครื่องยนต์วางอยู่หลังเพลาหน้า) และชุดเกียร์ที่อยู่เยื้องไปด้านหลัง ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และมีการกระจายน้ำหนักหน้า – หลัง แบบ 50 : 50
ทำให้เมื่อกดคันเร่งแรงๆ จะมีอาการ Over Steer น้อยมาก ทำให้คุณสามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และไม่เหนื่อยกับการที่ต้องคอยปราบนักล่าคันนี้ให้เชื่องมือ
แต่ถ้าคุณอยากได้ความดิบตามสไตล์รถสปอร์ต แนะนำให้เปิดโหมด Track เพราะตัวรถจะปิดระบบช่วยเหลือทุกอย่างออก เหลือแต่ตัวคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำราบนักล่าแห่งท้องถนนคันนี้ได้อยู่มือหรือเปล่า

สำหรับ Aston Martin Vantage มีวางจำหน่ายพร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของด้วยราคา 14,900,000. ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้น โดยราคาจะเพิ่มขึ้นอีก หากคุณสั่งอ็อพชั่นเสริม หรืออุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่เหนือกว่า
โดยสามารถสัมผัสความเร้าใจ และเป็นเจ้าของ Aston Martin Vantage ได้ที่ Aston Martin Bangkok

โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
โทร. 02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)

หมายเหตุ : ภาพที่ใช้เป็นภาพ Official จาก Aston Martin ที่ถ่ายทำในต่างประเทศ

บทความน่าอ่าน!!

รีวิว Toyota Yaris PLAY Limited Edition อีโคคาร์แต่งพิเศษ ออปชันจัดเต็ม มีขายเพียง 1,500 คัน!
รีวิว Mazda CX-3 2021 Collection รุ่น Base Plus บอกเลยว่าคุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ
รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้
รีวิวสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 3 รุ่นใหม่ ทั้ง New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่
รีวิว All-New Mazda BT-50 กระบะหน้าหล่อ อ็อพชั่นพรีเมียม ออกงานก็ดี ออกลุยก็ได้
รีวิว Nissan Navara PRO2X ขับ 2 แต่หล่อไม่แพ้กัน แถมราคาถูกกว่าตั้ง 1.5 แสนบาท
รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV เอสยูวี Plug-in Hybrid อัจฉริยะ ชาร์จไฟได้เองไม่ต้องง้อปลั๊ก ประหยัดสุดๆ
รีวิว Honda City e:HEV & Hatchback 1.0 RS ดีกันคนละแบบ แตกต่างชัดเจนในคาแร็คเตอร์
สัมผัสแรกก่อนเปิดตัว All-New Mazda BT-50 บอกเลยว่ารถกระบะคันนี้คุ้มค่าแก่การรอคอย
รีวิว New Ford Ranger 2020 สัมผัสนิยามใหม่และตัวตนของ Ranger กระบะพันธุ์แกร่งที่ไปได้มากกว่า

#สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา
[rule_2_plain] #สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา
[rule_2_plain] #สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา
[rule_3_plain]

#สมผสแรก #Aston #Martin #Vantage #สปอรต #Entry #Màn chơi #ทผานการเจยระไนอยางพถพถน #ฉายาเทพบตรนกลา

สัมผัสแรก Aston Martin Vantage สปอร์ต Entry Màn chơi ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ฉายาเทพบุตรนักล่า

ยอมรับตามตรงเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกของผู้เขียน (@Monster) ที่ได้สัมผัส และได้ทำความรู้จักกับยนตรกรรมของแบรนด์ Aston Martin อย่างใกล้ชิด
ซึ่งได้รับเกียรติจาก Aston Martin Bangkok ที่อยู่ในเครือของ Millennium Group Corporation (Asia) เชิญทีมงาน 9carthai.com ไปเบิกเนตรและได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ของรถสปอร์ตรุ่นเล็กสุดของค่ายอย่าง Aston Martin Vantage

สำหรับ Aston Martin Vantage จัดเป็นรถสปอร์ตระดับ New Entry ที่เข้าถึงง่าย และเป็นรถสปอร์ตพันธุ์แท้ของค่าย Aston Martin โดยถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Born Predator” หรือ “นักล่าแห่งท้องถนน”

ซึ่งรถสปอร์ตมาดหรูรุ่นนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ Aston Martin เป็นอย่างมาก โดยล่าสุดในปี 2020 ที่ผ่านมา Aston Martin Vantage ได้คว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการ 24 Hours of Le Mans
โดยได้รับรางวัล GT Manufacturers World Endurance Championship และ GT Drivers World Endurance Championship ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าแห่งความเร็ว ที่ฝังอยู่ใน DNA ของยนตรกรรม Aston Martin ทุกรุ่นได้เป็นอย่างดี

ด้วยชัยชนะของ Aston Martin Vantage ในปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ Aston Martin ตัดสินใจต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการหวนกลับคืนสนามแข่ง Formula 1 อีกครั้งในรอบ 60 ปี
โดยใช้ชื่อทีมว่า Aston Martin Cognizant F1 Team ซึ่งได้นักแข่งแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง Sebastian Vettel เป็นนักขับ

และที่สำคัญรถสปอร์ตน้องเล็กของค่ายอย่าง Aston Martin Vantage ก็ถูกเลือกให้เป็น Safety Car รถตรวจสนาม และขับนำขบวนรถแข่ง F1 สำหรับฤดูกาล 2021 อีกด้วย

สำหรับ Aston Martin Vantage นั้น ถูกออกแบบตามหลัก Golden Ratio ซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบตามกฏของธรรมชาติ ที่จะทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้คงความสง่างามเหนือกาลเวลา เหมือนกับภาพวาดของ Mona Lisa
ส่วนแชสซีส์ของรถสปอร์ตรุ่นนี้ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่พัฒนามาจาก DB11 ทำให้มีน้ำหนักตัวถังโดยรวมเพียง 1,530 กก. และ มีการกระจายน้ำหนักหน้า : หลัง อยู่ที่อัตราส่วน 50 : 50

นอกจากนั้นแล้วในส่วนของรายละเอียดภายนอกของ Aston Martin Vantage ยังถูกออกแบบในสไตล์ที่ดุดันแบบนักล่า
โดยดีไซน์ด้านหน้าจะถูกออกแบบคล้ายกับสัตว์นักล่าแห่งท้องทะเลอย่างฉลาม โดยโคมไฟหน้าจะมีความโฉบเฉี่ยว คล้ายกับลักษณะของนักล่าที่กำลังเล็งเหยื่อ และมีส่วนครีบระบายอากาศที่โป่งล้อหน้าที่ถอดแบบมาจากครีบของฉลาม
ส่วนกระจังหน้าจะมีขนาดใหญ่เพื่อรับอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ได้เต็มที่

ฝากระโปรงหน้าเป็นแบบ Clamshell ที่รวมเอาส่วนของชุดโป่งล้อรวมไว้ที่ฝากระโปรงในชิ้นเดียวเพื่อความสวยงาม และไร้จุดเชื่อมต่อที่มุมมองด้านหน้า
พร้อมด้วย Badge (ตรา Aston Martin) ที่เป็นชิ้นงาน Handmade ทุกขั้นตอน โดยผลิตจากโรงงาน Jewelry ที่ประเทศอังกฤษ

ตัวรถจะมาในรูปแบบ Sport Coupe 2 ประตู หลังคาท้ายลาด และช่วงท้ายที่สั้น ซึ่งได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) เป็นสำคัญ
ไฟท้ายเป็นเส้นสายของ LED ทอดยาวตลอดแนวกันชนท้าย พร้อมติดตั้งชุด Diffuser สำหรับรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถแบบพิเศษ ที่มาพร้อมกับปลายท่อไอเสียคู่ออก 2 ฝั่ง

ปิดท้ายด้วยล้อแม็กแบบ Forged น้ำหนักเบาขนาด 20″ รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 255/40/20 ในด้านหน้า และ 295/35/20 ในด้านหลัง ส่วนระบบเบรกหน้าเป็นปั้มเบรกแบบ 6 POT และด้านหลังแบบ 4 POT

ส่วนภายในห้องโดยสาร จะถูกตกแต่งด้วยวัสดุหนังเกรดพิเศษ และ Alcantara รวมไปถึงคาร์บอนไฟเบอร์ในบางจุด โดยเบาะนั่งจะเป็นแบบ Bucket Seat หนังแท้เกรดเดียวกับกระเป๋า Hermes
พวงมาลัยเป็นแบบท้ายตัด D-Shape มัลติฟังก์ชั่น และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ส่วนระบบเกียร์เป็นแบบปุ่มกดที่ใช้วัสดุ Crystal

ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก จะมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8″ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทาง และชุดเครื่องเสียงระดับ Hi-End
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ keyless start/ stop, ระบบตรวจเช็คลมยาง, ระบบช่วยจอดพร้อมเซนเซอร์หน้าหลัง, กล้องมองหลังที่จะแสดงผลที่หน้าจอ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 350 ลิตร

สำหรับขุมพลังของ Aston Martin Vantage จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Twin-Turbo สมรรถนะสูงสุด 503 แรงม้า (510 PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 5,000 รอบ/นาที
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF มอบอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ใน 3.6 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 314 กม./ชม.
พร้อมมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Sport Plus และ Track ซึ่งจะให้ซุ้มเสียงที่เร้าใจแตกต่างกัน

โดยที่ฝาครอบเครื่องยนต์จะมีลายเซ็นต์ของผู้ที่ดูแลการประกอบของรถคันนี้ประทับไว้ด้วย เปรียบเหมือนลายเซ็นต์ที่ต้องระบุฝีมือคนทำดั่งงานศิลปะชั้นเลิศ

ด้านระบบช่วงล่าง มาพร้อมกับระบบ Adaptive Damping System สามารถปรับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Sport Plus และ Track
นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Electronic Rear Differential ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ได้รับการติดตั้งระบบนี้ อีกทั้งระบบบังคับเลี้ยวยังเป็นแบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่จะแปรผันอัตโนมัติตามความเร็ว

หลังจากที่ได้ลองสัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ ต้องบอกว่า Aston Martin Vantage นั้น จัดเป็นรถสปอร์ตที่ขับง่าย สามารถใช้งานได้ในทุกวัน ซึ่งหากคุณขับในโหมดปกติจะให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างไปจากรถบ้านระดับหรู ตัวรถมีระยะ Overhang ที่สั้น ทำให้การควบคุมทำได้ง่ายและคล่องตัว
แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการพุ่งทะยาน เพียงกดคันเร่งลึกลงไป เจ้าสปอร์ตหรูคันนี้จะเปลี่ยนมาเป็นนักล่าที่เกรี้ยวกราดพร้อมโจนทะยานใส่เหยื่อทันที แรงบิดที่ได้รับคือหลังติดเบาะอย่างแน่นอน
และยิ่งถ้าขับด้วยโหมด Track ด้วยแล้ว เมื่อคุณถอนคันเร่งจะมี Backfire ที่ท่อไอเสียที่ช่วยมอบความเร้าใจ และความสนุกในการขับขี่อีกด้วย

แม้ตัวรถจะเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่การออกแบบของ Aston Martin Vantage ที่มีเครื่องยนต์แบบ Mid Front Engine (เครื่องยนต์วางอยู่หลังเพลาหน้า) และชุดเกียร์ที่อยู่เยื้องไปด้านหลัง ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และมีการกระจายน้ำหนักหน้า – หลัง แบบ 50 : 50
ทำให้เมื่อกดคันเร่งแรงๆ จะมีอาการ Over Steer น้อยมาก ทำให้คุณสามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และไม่เหนื่อยกับการที่ต้องคอยปราบนักล่าคันนี้ให้เชื่องมือ
แต่ถ้าคุณอยากได้ความดิบตามสไตล์รถสปอร์ต แนะนำให้เปิดโหมด Track เพราะตัวรถจะปิดระบบช่วยเหลือทุกอย่างออก เหลือแต่ตัวคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำราบนักล่าแห่งท้องถนนคันนี้ได้อยู่มือหรือเปล่า

สำหรับ Aston Martin Vantage มีวางจำหน่ายพร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของด้วยราคา 14,900,000. ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้น โดยราคาจะเพิ่มขึ้นอีก หากคุณสั่งอ็อพชั่นเสริม หรืออุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่เหนือกว่า
โดยสามารถสัมผัสความเร้าใจ และเป็นเจ้าของ Aston Martin Vantage ได้ที่ Aston Martin Bangkok

โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
โทร. 02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)

หมายเหตุ : ภาพที่ใช้เป็นภาพ Official จาก Aston Martin ที่ถ่ายทำในต่างประเทศ

บทความน่าอ่าน!!

รีวิว Toyota Yaris PLAY Limited Edition อีโคคาร์แต่งพิเศษ ออปชันจัดเต็ม มีขายเพียง 1,500 คัน!
รีวิว Mazda CX-3 2021 Collection รุ่น Base Plus บอกเลยว่าคุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ
รีวิว Ford Ranger FX4 Max ที่สุดของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด ในราคาจับต้องได้
รีวิวสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 3 รุ่นใหม่ ทั้ง New Series 5 2021 และ Series 3 Gran Sedan ใหม่
รีวิว All-New Mazda BT-50 กระบะหน้าหล่อ อ็อพชั่นพรีเมียม ออกงานก็ดี ออกลุยก็ได้
รีวิว Nissan Navara PRO2X ขับ 2 แต่หล่อไม่แพ้กัน แถมราคาถูกกว่าตั้ง 1.5 แสนบาท
รีวิว Mitsubishi Outlander PHEV เอสยูวี Plug-in Hybrid อัจฉริยะ ชาร์จไฟได้เองไม่ต้องง้อปลั๊ก ประหยัดสุดๆ
รีวิว Honda City e:HEV & Hatchback 1.0 RS ดีกันคนละแบบ แตกต่างชัดเจนในคาแร็คเตอร์
สัมผัสแรกก่อนเปิดตัว All-New Mazda BT-50 บอกเลยว่ารถกระบะคันนี้คุ้มค่าแก่การรอคอย
รีวิว New Ford Ranger 2020 สัมผัสนิยามใหม่และตัวตนของ Ranger กระบะพันธุ์แกร่งที่ไปได้มากกว่า

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button