THAI LAND

ศรีสุวรรณโดนต่อย – 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค – 2022

มาดูบทความ “ศรีสุวรรณโดนต่อย – 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค” ที่รวบรวมโดย Advertising and marketing on-line จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง เรื่องเล่าเช้านี้ มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

Nội dung

การอ้างอิงวิดีโอ ศรีสุวรรณโดนต่อย – 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศรีสุวรรณโดนต่อย – 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทุนการเมือง”

“สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

“ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

“แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ

1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

Related Articles

3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
วันที่ 28 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
fb :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด ศรีสุวรรณโดนต่อย

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “ศรีสุวรรณโดนต่อย” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ ศรีสุวรรณโดนต่อย

ศรีสุวรรณโดนต่อย

แหล่งที่มาของวิดีโอ 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

https://www.youtube.com/watch?v=84skgllM5DA

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'สมศักดิ์' รับเสี่ยผับฉาว บริจาค 3 ล้านให้ พปชร.จริง – 'นิพิฏฐ์' จี้นายกฯ ตอบ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

  • ผู้แต่ง: เรื่องเล่าเช้านี้
  • จำนวนการดู: 58979
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 550
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: เรื่องเล่าเช้านี้,กรุงเทพ,เอกราช,ข่าวเด่น,ย้อนหลัง,ดูรายการย้อนหลัง,รายการทีวี,ทีวีย้อนหลัง,ข่าว,ข่าววันนี้,ข่าว3,นักข่าว,ช่อง3,เรื่องเล่า,morning-news,เว็บไซต์,ข่าวเด่นวันนี้,คลิป,รายการย้อนหลัง,แฟนข่าว,คลิปข่าว,ข่าวด่วน,2563,เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์,ข่าวช่อง3,เรื่องเล่าเช้านี้สด,ไบรท์,ไก่ ภาษิต,ch3thailand,ไบรท์ พิชญทัฬห์,สรยุทธสุทัศนจินดา,สรยุทธ,3PlusNews,3Plus,สมศักดิ์,ชูวิทย์,ชูวิทย์ นิพิษฐ์,พปชร.
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: ศรีสุวรรณโดนต่อย
  • คำอธิบายวิดีโอ: ‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

    วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

    เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

    เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

    เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

    ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

    “ทุนการเมือง”

    “สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

    หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

    เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

    “ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

    ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

    “แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

    สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

    ผมตกใจ เพราะ

    1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

    2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

    3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

    4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

    เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

    อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
    ————————-
    #เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2565
    ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
    ch3plus :
    fb :
    Twitter :
    YouTube :

    #3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทุนการเมือง”

“สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

“ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

“แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ

1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
วันที่ 28 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
fb :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทุนการเมือง”

“สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

“ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

“แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ

1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
วันที่ 28 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
fb :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทุนการเมือง”

“สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

“ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

“แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ

1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
วันที่ 28 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
fb :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3
‘สมศักดิ์’ รับ ‘ชัยณัฐร์’ เจ้าของผับดัง บริจาค 3 ล้าน ให้ พปชร.จริง ชี้เงินเข้า-ออกตามที่ กกต.กำหนด ยัน พปชร.ไม่มีใครสนิท ด้านชูวิทย์ โพสต์เตือน ทุนการเมืองน่ากลัว พรรคการเมืองยิ่งต้งระวัง ขณะที่นิพิฏฐ์ ชี้ส่อถึงขั้นยุบพรรค

วานนี้ ( 27 ต.ค.) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงการตรวจสอบ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายหาวเจ๋อ ตู้ ซึ่งมีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง การที่บุคคลจะบริจาคเงินให้กับพรรค พรรคก็ไม่สามารถจะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ ซึ่งถูกต้องครบถ้วน ส่วนเป็นบุคคลไหนอย่างไรเราไม่มีเวลาจะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เนื่องจากหลังจากนั้นนายชัยณัฐร์ได้รับสัญชาติและมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากว่าไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ว่าเรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด

เมื่อถามว่า พปชร.ไม่ได้รู้จักกับนายชัยณัฐร์เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค

เมื่อถามว่า ขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ตอบว่า ข่าวก็มีได้ทุกวัน เมื่อมีเราก็ตรวจสอบ สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคก็เลยบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร

ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ เตือนพรรคการเมืองรับบริจาคควรระวัง ชี้ “ทุนการเมือง” น่ากลัว หากรับมาไม่ดูตาม้า ตาเรือ โดยนายชุวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทุนการเมือง”

“สมศักดิ์” รับ นายทุนผับฉาว บริจาค 3 ล้าน ให้พปชร.จริง

หากมีทุนยาเสพติด บริจาคให้สัก 10 ล้าน โดยเข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างที่คุณสมศักดิ์ แห่งพรรคพลังประชารัฐว่าเอาไว้ จะไม่สงสัยเลยสักนิดหรือว่า เงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากนายทุนประเภทไหน? นายทุนบ่อน? นายทุนยาเสพติด? นายทุนผับอัพยา?

เพราะอย่าง นายเป๋อ นายป่อง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่บริจาคเงินให้มากขนาดนั้นได้ เมื่อเป็นพรรคการเมืองรับบริจาค ต้องสมควรระวังมากกว่าปกติหรือไม่? ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะ “เอาทุนไปต่อทุน” เพื่อเดินหน้าให้ได้ ส.ส. อย่างเดียว

“ทุนการเมือง” หากรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ มันน่ากลัวไม่ใช่เล่นแล้วนะครับท่าน

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีเจ้าของผับดังแปลงสัญชาติไทย บริจาคเงิน 3,000,000 บาท ให้พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า

“แปลงสัญชาติ แล้วบริจาคเงินให้พรรคการเมือง”

สมศักดิ์ เทพสุทิน ยอมรับว่า นายชัยณัฏร์ เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ที่มีคนจีน 100 กว่าคน เข้าไปมั่วสุมยาเสพติด บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รับว่า เจ้าของผับ บริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3,000,000 บาท เป็นเรื่องจริง

ผมตกใจ เพราะ

1.นายชัยณัฏร์ เป็นคนสัญชาติจีน ทราบตามข่าวต่อมาว่า ได้ขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย และน่าจะได้สัญชาติไทย ตามพรบ.สัญชาติ ม.12

2.ปัญหามีต่อไปว่า ขณะบริจาค นายชัยณัฏร์ สละสัญชาติจีนแล้วหรือยัง เพราะตามพรบ.เพราะหากยังถือ 2 สัญชาติ แล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 อันอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามม.92

3.ต้องดูว่า ผับของนายชัยณัฏร์ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลชื่ออะไร มีใครถือหุ้น สัดส่วนเป็นเช่นไร มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องดูลึกไปอีกว่า เงิน 3 ล้าน ของนายชัยณัฏร์ เป็นเงินส่วนตัว หรือ เงินที่ถอนมาจากนิติบุคคล ที่มีนอมินีเป็นผู้ถือหุ้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าวนั่นเอง บริจาคเงินก็ผิดตาม ม.74(2) ยุบพรรคได้

4. พฤติกรรมของนายชัยณัฏร์ เข้าข่ายถูกเพิกถอนสัญชาติตาม ม.19 แล้ว

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning Information)
วันที่ 28 ตุลาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
fb :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

แหล่งรวม: Binhduong247

#39สมศกด39 #รบเสยผบฉาว #บรจาค #ลานให #พปชรจรง #39นพฏฐ39 #จนายกฯ #ตอบ #ชสอถงขนยบพรรค

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button