Bentley

ลองขับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด คุ้มจริงหรอ?

คุ้มไหมที่จะทดลองขับ Honda Jazz Hybrid?

มีคำถามมากเกินไปสำหรับ ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด ว่าฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เพิ่งเปิดตัว 26 ก.ค. ดียังไง? มันคุ้มค่าหรือไม่? ทำให้ฉันตัดสินใจขับรถ รีบรายงานผลให้ผู้อ่านได้รู้จักกันมากขึ้น

ฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด กลายเป็นรถอีกคันในกระแสสังคมและเป็นที่สนใจของแฟนๆ ช่วงนี้ รถไม่เยอะ

อืม…จะไม่ให้น่าสนใจได้ยังไงล่ะ? ราคาฮอนด้าเปิดตัว 7.68 แสนบาท ที่น่าตกใจมาก ราคาแพงกว่าแจ๊สรุ่นท็อปประมาณ 60,000 บาท แต่ได้เครื่องไฮบริดมาทุกคนก็ต้องมองแบบปกติ แถมยังได้สิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีก 5.3 พันบาท นั่นก็หมายความว่า ถ้าซื้อโดยใช้สิทธิคืนภาษีรถคันแรก Jazz Hybrid คันนี้ราคาแค่ 700,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง น่าสนใจไหม?

เรื่องราคาต้องบอกต่อ ฮอนด้า เตรียมใช้งานได้เลย เพราะในญี่ปุ่น Honda Jazz Hybrid จะแพงกว่า Gasoline Jazz ประมาณ 300,000 เยน หรือประมาณ 1 แสนบาทในสกุลเงินไทย

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าแจ๊ส ไฮบริดเพียงพอหรือไม่ รูปลักษณ์ภายนอกของ Jazz Hybrid นั้นเกือบจะเหมือนกับ Jazz รุ่นปัจจุบัน ข้อแตกต่างคือมีกระจังหน้าโครเมียม ไฟหน้า และไฟท้ายที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ส่วนบั้นท้ายมีตัวอักษรคำว่า HYBRID เขียนไว้อย่างสวยงาม ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วมีเฉพาะภายนอกของ Jazz Hybrid

ส่วนภายในห้องโดยสารมีขนาดความกว้างและความยาวเท่ากันไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เบาะหลังพับเรียบเหมือนเครื่องยนต์ทั่วไป และแบตเตอรี่ไฮบริดซ่อนอยู่ใต้ห้องโดยสารแทนยางอะไหล่ หมายความว่า Hybrid จะไม่มียางอะไหล่ แต่ Honda มีชุดซ่อมยาง มันเป็นเรื่องฉุกเฉินที่จะเปลี่ยนมัน เราต้องแบ่งปันสิ่งนี้สักหน่อย

หันไปที่คอนโซลของแจ๊สไฮบริด ที่ใช้คอนโซลแบบเดียวกับรุ่นนำเข้า ใช่ครับ ต่างจากรุ่นท็อปพอสมควร คือต้องมีปุ่มปรับอุณหภูมิและกำลังพัดลมแยกจากคอนโซลระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ณ จุดนี้แล้วแต่คนชอบครับ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ที่สามารถควบคุมระบบเสียงด้วยระบบข้อมูลหน้าจอ

เกจวัดหน้าจอ แน่นอนว่าต้องต่างจากรุ่นปกติ เพราะต้องมีหน้าจอแสดงผลสำหรับการทำงานของระบบไฮบริด แสดงพิกัดของระบบการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน หน้าจอนี้จะมีไอคอนเป็นรูปต้นไม้ หากต้นไม้จำนวนมากปรากฏขึ้น นั่นหมายความว่าคุณสามารถขับรถได้อย่างประหยัดมาก จำนวนต้นไม้สูงสุดที่จะแสดงคือ 5 รวมอัตราการบริโภค และเครื่องวัดแสง ถ้าใครคิดว่าตัวเลือกอื่นไม่ต่างกันเลย

มาลองขับกัน แจ๊ส ไฮบริด อันนี้ผมไม่ต้องกังวลว่า Jazz จะเป็นไฮบริดแบบไหน ปล่อยให้สมองของคุณหนัก สมมุติว่าไฮบริดคือไฮบริดซึ่งเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยเครื่องยนต์ในระหว่างเร่งความเร็วและใช้มอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับเมื่อรถหยุดรวมทั้งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำประมาณ 20-40 กม./ชม.

มานั่งเริ่มกันเลย แจ๊ส ไฮบริด เสียงเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรครางเบาๆ ซึ่งหมายความว่า Jazz Hybrid ใช้การสตาร์ทเครื่องยนต์ มันไม่ได้สตาร์ทด้วยระบบไฟฟ้าเหมือน Toyota Prius ซึ่งวิศวกรของ Honda สมมติว่ามอเตอร์ไฟฟ้าของ Jazz นั้นเล็กกว่าของ Prius เพราะแนวคิดของ Hybrid Honda คือการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเร่งความเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์เท่านั้น

ลองเปลี่ยนเกียร์ไปที่เกียร์ D รถจะเคลื่อนที่ช้าๆ แต่นุ่ม ลองแตะคันเร่งเบาๆ แจ๊ส ไฮบริด ก็สามารถกระโดดไปข้างหน้าได้เช่นกัน เริ่มเห็นพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลัง 14 แรงม้า ที่เครื่องยนต์ 1500 รอบต่อนาที เมื่อรวมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 88 แรงม้า ที่ 5800 รอบต่อนาที แล้วผมว่าสตาร์ทติดแล้ว เพื่อให้น่าสนใจ

กดแป้นคันเร่งเพื่อเร่งแสงบางส่วนเพื่อดูว่าอัตราเร่งเป็นอย่างไรพบว่าแรงบิดของแจ๊ส ไฮบริด ที่ฉันคิดว่าดีกว่า แจ๊ส แน่นอนน้ำมันเบนซิน 1.5 ลิตร และยิ่งใช้งานได้กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ Honda ได้ถอนตัวจาก Jazz รุ่นปัจจุบันแล้ว ยิ่งเข้าได้เยอะ การแซงก็ไม่มีปัญหา แถมยังได้ความนุ่มนวลของการเปลี่ยนเกียร์แถมยังมากับมันอย่างมันอีกด้วย

เอาเป็นว่าถ้าใครคิดว่า Jazz Hybrid ที่มีเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร จะแข่งกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ได้หรือไม่ ผมต้องบอกคุณให้เคลียร์ข้อสงสัยว่าผมสามารถสู้ได้แน่นอนในแง่ของการเร่งแซง ในความเร็วช่วงต้นและกลางแต่หากเป็นช่วงความเร็วสูง ที่ยังไม่สามารถพูดได้ว่าจะสามารถแข่งขันกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรได้หรือไม่ เพราะผมไม่มีโอกาสได้ขับด้วยความเร็วสูงมากนัก ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. เท่านั้น

มาดูอัตราสิ้นเปลืองกันดีกว่าครับกับการขับขี่ปกติ ไม่เน้นขับแบบประหยัดแต่เปิดโหมด ECON เพื่อลองดูว่าใช้งานได้กับชีวิตประจำวันหรือไม่ เพราะถ้าเปิดโหมดนี้ เป็นโหมดการขับขี่แบบประหยัด ระบบ idle stop จะทำงาน เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน เมื่อรถหยุด และเครื่องจะสตาร์ทอีกครั้งเมื่อเราเหยียบคันเร่ง หรือเมื่ออุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้นจากที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ คอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศจะตัดการทำงานเร็วกว่าปกติ

Related Articles

โหมดนี้ ฮอนด้า อ้างว่าประหยัดกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 28% หรือพูดง่าย ๆ ว่ากินน้ำมันน้อยกว่ารุ่นปกติ 7 กิโลเมตรต่อลิตร หากรุ่นเดิมกินน้ำมัน 12 กม./ลิตร แจ๊ส ไฮบริด มันคือ 19 กม./ลิตร ซึ่งการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ผมสามารถทำได้คือประมาณ 18 กม./ลิตร ซึ่งค่อนข้างประหยัดเช่นกัน

ผ่านในแง่ของอัตราการบริโภค ถือว่าค่อนข้างประหยัด

แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมที่จะซื้อ ผมตอบแบบนี้แจ๊สชั้นนำ บอกแล้วให้จ่ายเพิ่ม 60,000 บาท แลกเกียร์ไฮบริดกับ CVT คุ้ม แต่ถ้าซื้อจูเนียร์แจ๊ส ลงซึ่งต้องบวกเพิ่มเกือบ 1 แสนบาท ผมว่าไม่คุ้มเท่าไหร่ สู้เพื่อเงินพิเศษแสนบาทไปทำอย่างอื่นดีกว่า

อย่าลืมว่า 1 แสนบาทใช้เวลากี่ปีในการเติมน้ำมัน ถึงจะคุ้มแต่ก็ต้องคำนวนให้ดี แต่ถ้าใช้รถ ซีวิค ด้วยค่าตัวเท่านี้แล้ว แต่เลือกเครื่องไฮบริดคุ้มแน่นอน

ฉันแน่ใจว่าถ้าใครต้องการรถขนาดเล็กราคาประหยัด Jazz Hybrid เป็นหนึ่งในตัวเลือกหลัก ของคุณแน่ๆ..

โดย… นิธิ ท้วมปฐม

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่โพสต์ในวันนี้

ฝากกด LIKE ให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ^__^


Thông tin thêm

ลองขับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด คุ้มจริงหรอ?

#ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ
[rule_3_plain] #ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ

ลองขับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด คุ้มจริงหรอ?

มีคำถามมากมายเหลือเกิน สำหรับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ที่บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.  ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ดีมั้ย? คุ้มหรือเปล่า? ทำให้ผมตัดสินใจรีบขับ รีบรายงานผลให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันเลยดีกว่า
ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด กลายเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่ อยู่ในกระแสสังคม และเป็นที่สนใจของบรรดาแฟนๆ รถยนต์ไม่น้อยทีเดียวเลยครับในช่วงนี้
แหม…จะไม่ให้เป็นที่น่าสนใจได้ยังไงละครับ ก็ ราคาที่ฮอนด้า เปิดตัวที่ 7.68 แสนบาท นั้นแสนจะสะท้านใจเหลือเกิน แพงกว่าแจ๊ซ รุ่นท็อป อยู่ประมาณ 6 หมื่นบาท แต่ได้เครื่องไฮบริด ใครๆ ก็ต้องมองเป็นธรรมดา แถมยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีก 5.3 หมื่นบาทอีก นั่นหมายความว่า ถ้าซื้อโดยใช้สิทธิคืนภาษีรถคันแรกแล้ว แจ๊ซไฮบริด คันนี้ราคา 7แสนกว่าบาทนิดๆ เท่านั้น น่าสนมั้ยละ
ซึ่งในเรื่องราคา ก็ต้องบอกว่า ฮอนด้า เตรียมตัวมาดีใช้ได้ครับ เพราะในประเทศญี่ปุ่น ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ราคาแพงกว่าแจ๊ซ เบนซิน ประมาณ 3 แสนเยน หรือ ตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ ก็ประมาณ 1 แสนบาท
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ว่าเจ้าแจ๊ซ ไฮบริดนั้น พอไหว หรือเปล่า รูปร่างหน้าตาภายนอกของ แจ๊ซ ไฮบริด นั้นแทบจะเหมือนกับแจ๊ซ รุ่นปัจจุบันครับ ต่างกันแค่มีกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้า ไฟท้าย เปลี่ยนไปนิดหน่อย ส่วนบั้นท้ายก็มี ตัวอักษร คำว่า HYBRID เขียนเด่นเป็นสง่าอยู่ ล้ออัลลอยด์ขอบ 15 นิ้ว ก็เท่านั้นสำหรับภายนอกของ แจ๊ซไฮบริด

ส่วนภายในนั้นขนาดห้องโดยสาร กว้างยาว เท่าเดิม ไม่ต้องไปกังวล ว่าจะเล็กหรือใหญ่กว่า เบาะหลังพับราบได้เหมือนรุ่นเครื่องยนต์ปกติ แบตเตอรีี่ ไฮบริด ถูกซ่อนไว้ใต้ห้องโดยสารแทนที่ ยางอะไหล่ นั่นหมายความว่า รุ่นไฮบริด จะไม่มียางอะไหล่ แต่ทางฮอนด้า มีชุด kit สำหรับซ่อมยางฉุกเฉินเอาไว้ให้แทนที่แล้ว ก็ต้องแลกกันหน่อยครับเรื่องนี้
หันมาที่แผงคอนโซล ของแจ๊ซไฮบริด นั้นใช้แผงคอนโซล เหมือนกับรุ่นนำเข้า ครับจะต่างกับรุ่นท็อปอยู่พอสมควร คือจะมีปุ่มปรับอุณหภูมิ และความแรงพัดลม แยกออกจากแผงคอนโซล ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จุดนี้ก็แล้วแต่คนชอบครับ พวงมาลัย 3 ก้านมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง กับ ระบบข้อมูลหน้าจอ

ส่วนมาตรวัดหน้าจอนั้น แน่นอนว่าต้องต่างจากรุ่นปกติ เพราะต้องมีหน้าจอแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด แสดงผลการให้คะแนนของระบบช่วยการขับแบบประหยัดน้ำมัน ซึ่่งหน้าจอนี้จะมี ไอคอน เป็นรูปต้นไม้ครับ ถ้าต้นไม้แสดงขึ้นมาหลายต้น นั่นหมายความคุณขับได้ประหยัดมากเท่านั้น ซึ่งจำนวนต้นไม้ที่จะแสดงสูงสุดอยู่ที่ 5 ต้น รวมถึงแสดงอัตราการสิ้นเปลือง และมาตรวัดเรืองแสง หากใครมองว่า ออปชั่น อื่นๆ ไม่มีแตกต่างแล้วครับ
ลองขับกันเลยครับ แจ๊ซ ไฮบริด ตัวนี้ ผมว่าไม่ต้องไปสนใจว่า ไฮบริด ของแจ๊ซ นั้นเป็นไฮบริดแบบไหน ให้หนักสมองครับ เอาเป็นว่า ไฮบริด ก็คือ ไฮบริด คือใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า มาช่วยเครื่องยนต์ในช่วงของการเร่ง และใช้มอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับเวลารถหยุดน่ิง รวมถึงเคลื่อนตัวในความเร็วต่ำประมาณ 20-40 กม./ชม.

ลองเข้ามานั่งและสตาร์ท แจ๊ซ ไฮบริด เสียงเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร ครางขึ้นมาเบาๆ นั่นหมายความว่า แจ๊ซ ไฮบริด ใช้การสตาร์ทด้วยเครื่องยนต์ ไม่ได้สตาร์ทด้วยระบบไฟฟ้า เหมือนกับ โตโยต้า พรีอุส ซึ่งวิศวกรของฮอนด้า บอกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าของ แจ๊ซ นั้นเล็กกว่าของพรีอุส เพราะคอนเซปต์ของ ไฮบริดฮอนด้า นั้นคือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าไว้ช่วยในการเร่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เท่านั้น
ลองขยับเกียร์มาที่เกียร์ D รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ แต่นุ่มนวลครับ ลองแตะคันเร่งเบาๆ แจ๊ซ ไฮบริด ก็พุ่งไปข้างหน้าได้อย่างใจนึกเหมือนกัน เริ่มเห็นพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาดกำลังที่ 14 แรงม้า ที่เครื่องยนต์ 1500 รอบ/นาที  เมื่อรวมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร 88 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5800 รอบต่อนาที แล้ว ผมว่าเริ่มน่าสนใจแล้วครับ

เหยียบคันเร่งแบบเร่งบ้างเบาบ้าง เพื่อดูว่า อัตราเร่งเป็นอย่างไร ก็พบกว่า แรงบิดของแจ๊ซ ไฮบริด นั้นผมว่า ดีกว่า แจ๊ซ เบนซิน 1.5 ลิตร แน่นอนครับ และยิ่งทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ฮอนด้า ถอดใจเอาออกจาก แจ๊ซ รุ่นโฉมปัจจุบันไปแล้ว ยิ่งลงตัวเข้าไปใหญ่ การเร่งแซง ไม่มีปัญหาครับ แถมยังได้ความนุ่มนวลของการเปลี่ยนเกียร์แถมมาให้อีกด้วย ชอบครับ
เอาเป็นว่าหากใคร คิดว่า แจ๊ซ ไฮบริด ที่มีเครื่องยนต์แค่ 1.3 ลิตร จะสู้กับ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตรได้หรือเปล่า ก็ต้องบอกให้คลายข้อสงสัยครับ ว่าสู้ได้ แน่นอนในเรื่องของอัตราเร่งแซง ในช่วงความเร็วช่วงต้น และช่วงกลาง แต่หากเป็นช่วงความเร็วสูง นั้นยังบอกไม่ได้ครับว่า สู้เครื่อง 1.5 ลิตรได้หรือเปล่า เพราะผมยังไม่มีโอกาสได้ขับด้วยความเร็วสูงมากนัก โดยความเร็วอยู่ที่ 120 กม./ชม.เท่านั้น

หันมามองเรื่องอัตราการสิ้นเปลือง กันเลยดีกว่า ด้วยการขับขี่แบบปกติ ไม่เน้นขับประหยัด แต่เปิดโหมด ECON เอาไว้ เพื่อลองหน่อยว่า เวิร์ค กับชีวิตประจำวันหรือเปล่า เพราะถ้าเปิดโหมดนี้ จะเป็นโหมดการขับแบบประหยัด ระบบไอเดิล สต็อป จะทำงานคือ เครื่องยนต์จะดับ เมื่อรถหยุดน่ิง และเครื่องจะติดอีกครั้งเมื่อเราเหยียบคันเร่ง หรือเมื่ออุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้น จากที่ตั้งไว้ นอกจากนี้คอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศก็จะตัดการทำงานเร็วกว่าปกติ
โหมดนี้ ฮอนด้า เคลมว่า ประหยัดกว่ารุ่นเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 28% หรือพูดง่ายกินน้ำมันน้อยกว่ารุ่นปกติ 7 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้ารุ่นเดิมกินน้ำมัน 12 กม./ลิตร แจ๊ซ ไฮบริด ก็ 19 กม./ลิตร ซึ่งอัตราการสิ้นเปลืองที่ผมทำได้ก็อยู่ที่ประมาณ 18 กม./ลิตร ซึ่งก็ถือว่าประหยัดไม่น้อยเหมือนกัน

ผ่านครับในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลือง ถือว่าประหยัดมากทีเดียว
แต่ถ้าถามว่า น่าซื้อหรือเปล่า บอกอย่างนี้ ครับ ถ้าใครจะซื้อแจ๊ซ รุ่นท็อป อยู่แล้ว บอกเงินเพิ่ม 6 หมื่นบาท แลกกับไฮบริด และเกียร์ CVT คุ้มครับ แต่หากจะซื้อแจ๊ซ รุ่นรองๆ ลงมา ซึ่งต้องเพิ่มเงินเกือบ 1 แสนบาท ผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ สู้เอาเงินแสนบาทที่เกินมา ไปทำอย่างอื่นดีกว่า
อย่าลืมครับว่า เงิน 1 แสนบาท นั้นต้องใช้เติมน้ำมันกี่ปีครับ ถึงจะคุ้มต้องคำนวนกันให้ดีครับ แต่หากจะใช้รถ ซีวิค ที่มีค่าตัวเท่านี้อยู่แล้ว แต่มาเลือกเครื่องไฮบริดแน่นอนว่า คุ้มครับ
ฟันธง ใครอยากได้รถเล็ก ประหยัดๆ แจ๊ซ ไฮบริด อยู่ในตัวเลือกหลักๆ ของคุณได้อย่างแน่นอน..
โดย…นิธิ ท้วมประถม
ขอขอบคุณข้อมูล โพสต์ทูเดย์
ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ  ขอบคุณครับ ^__^
 

#ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ
[rule_2_plain] #ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ
[rule_2_plain] #ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ
[rule_3_plain]

#ลองขบ #ฮอนดา #แจซ #ไฮบรด #คมจรงหรอ

ลองขับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด คุ้มจริงหรอ?

มีคำถามมากมายเหลือเกิน สำหรับ ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ที่บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.  ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ดีมั้ย? คุ้มหรือเปล่า? ทำให้ผมตัดสินใจรีบขับ รีบรายงานผลให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันเลยดีกว่า
ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด กลายเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่ อยู่ในกระแสสังคม และเป็นที่สนใจของบรรดาแฟนๆ รถยนต์ไม่น้อยทีเดียวเลยครับในช่วงนี้
แหม…จะไม่ให้เป็นที่น่าสนใจได้ยังไงละครับ ก็ ราคาที่ฮอนด้า เปิดตัวที่ 7.68 แสนบาท นั้นแสนจะสะท้านใจเหลือเกิน แพงกว่าแจ๊ซ รุ่นท็อป อยู่ประมาณ 6 หมื่นบาท แต่ได้เครื่องไฮบริด ใครๆ ก็ต้องมองเป็นธรรมดา แถมยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีก 5.3 หมื่นบาทอีก นั่นหมายความว่า ถ้าซื้อโดยใช้สิทธิคืนภาษีรถคันแรกแล้ว แจ๊ซไฮบริด คันนี้ราคา 7แสนกว่าบาทนิดๆ เท่านั้น น่าสนมั้ยละ
ซึ่งในเรื่องราคา ก็ต้องบอกว่า ฮอนด้า เตรียมตัวมาดีใช้ได้ครับ เพราะในประเทศญี่ปุ่น ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ราคาแพงกว่าแจ๊ซ เบนซิน ประมาณ 3 แสนเยน หรือ ตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ ก็ประมาณ 1 แสนบาท
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ว่าเจ้าแจ๊ซ ไฮบริดนั้น พอไหว หรือเปล่า รูปร่างหน้าตาภายนอกของ แจ๊ซ ไฮบริด นั้นแทบจะเหมือนกับแจ๊ซ รุ่นปัจจุบันครับ ต่างกันแค่มีกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้า ไฟท้าย เปลี่ยนไปนิดหน่อย ส่วนบั้นท้ายก็มี ตัวอักษร คำว่า HYBRID เขียนเด่นเป็นสง่าอยู่ ล้ออัลลอยด์ขอบ 15 นิ้ว ก็เท่านั้นสำหรับภายนอกของ แจ๊ซไฮบริด

ส่วนภายในนั้นขนาดห้องโดยสาร กว้างยาว เท่าเดิม ไม่ต้องไปกังวล ว่าจะเล็กหรือใหญ่กว่า เบาะหลังพับราบได้เหมือนรุ่นเครื่องยนต์ปกติ แบตเตอรีี่ ไฮบริด ถูกซ่อนไว้ใต้ห้องโดยสารแทนที่ ยางอะไหล่ นั่นหมายความว่า รุ่นไฮบริด จะไม่มียางอะไหล่ แต่ทางฮอนด้า มีชุด kit สำหรับซ่อมยางฉุกเฉินเอาไว้ให้แทนที่แล้ว ก็ต้องแลกกันหน่อยครับเรื่องนี้
หันมาที่แผงคอนโซล ของแจ๊ซไฮบริด นั้นใช้แผงคอนโซล เหมือนกับรุ่นนำเข้า ครับจะต่างกับรุ่นท็อปอยู่พอสมควร คือจะมีปุ่มปรับอุณหภูมิ และความแรงพัดลม แยกออกจากแผงคอนโซล ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จุดนี้ก็แล้วแต่คนชอบครับ พวงมาลัย 3 ก้านมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง กับ ระบบข้อมูลหน้าจอ

ส่วนมาตรวัดหน้าจอนั้น แน่นอนว่าต้องต่างจากรุ่นปกติ เพราะต้องมีหน้าจอแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด แสดงผลการให้คะแนนของระบบช่วยการขับแบบประหยัดน้ำมัน ซึ่่งหน้าจอนี้จะมี ไอคอน เป็นรูปต้นไม้ครับ ถ้าต้นไม้แสดงขึ้นมาหลายต้น นั่นหมายความคุณขับได้ประหยัดมากเท่านั้น ซึ่งจำนวนต้นไม้ที่จะแสดงสูงสุดอยู่ที่ 5 ต้น รวมถึงแสดงอัตราการสิ้นเปลือง และมาตรวัดเรืองแสง หากใครมองว่า ออปชั่น อื่นๆ ไม่มีแตกต่างแล้วครับ
ลองขับกันเลยครับ แจ๊ซ ไฮบริด ตัวนี้ ผมว่าไม่ต้องไปสนใจว่า ไฮบริด ของแจ๊ซ นั้นเป็นไฮบริดแบบไหน ให้หนักสมองครับ เอาเป็นว่า ไฮบริด ก็คือ ไฮบริด คือใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า มาช่วยเครื่องยนต์ในช่วงของการเร่ง และใช้มอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับเวลารถหยุดน่ิง รวมถึงเคลื่อนตัวในความเร็วต่ำประมาณ 20-40 กม./ชม.

ลองเข้ามานั่งและสตาร์ท แจ๊ซ ไฮบริด เสียงเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร ครางขึ้นมาเบาๆ นั่นหมายความว่า แจ๊ซ ไฮบริด ใช้การสตาร์ทด้วยเครื่องยนต์ ไม่ได้สตาร์ทด้วยระบบไฟฟ้า เหมือนกับ โตโยต้า พรีอุส ซึ่งวิศวกรของฮอนด้า บอกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าของ แจ๊ซ นั้นเล็กกว่าของพรีอุส เพราะคอนเซปต์ของ ไฮบริดฮอนด้า นั้นคือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าไว้ช่วยในการเร่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เท่านั้น
ลองขยับเกียร์มาที่เกียร์ D รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ แต่นุ่มนวลครับ ลองแตะคันเร่งเบาๆ แจ๊ซ ไฮบริด ก็พุ่งไปข้างหน้าได้อย่างใจนึกเหมือนกัน เริ่มเห็นพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาดกำลังที่ 14 แรงม้า ที่เครื่องยนต์ 1500 รอบ/นาที  เมื่อรวมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร 88 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5800 รอบต่อนาที แล้ว ผมว่าเริ่มน่าสนใจแล้วครับ

เหยียบคันเร่งแบบเร่งบ้างเบาบ้าง เพื่อดูว่า อัตราเร่งเป็นอย่างไร ก็พบกว่า แรงบิดของแจ๊ซ ไฮบริด นั้นผมว่า ดีกว่า แจ๊ซ เบนซิน 1.5 ลิตร แน่นอนครับ และยิ่งทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ฮอนด้า ถอดใจเอาออกจาก แจ๊ซ รุ่นโฉมปัจจุบันไปแล้ว ยิ่งลงตัวเข้าไปใหญ่ การเร่งแซง ไม่มีปัญหาครับ แถมยังได้ความนุ่มนวลของการเปลี่ยนเกียร์แถมมาให้อีกด้วย ชอบครับ
เอาเป็นว่าหากใคร คิดว่า แจ๊ซ ไฮบริด ที่มีเครื่องยนต์แค่ 1.3 ลิตร จะสู้กับ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตรได้หรือเปล่า ก็ต้องบอกให้คลายข้อสงสัยครับ ว่าสู้ได้ แน่นอนในเรื่องของอัตราเร่งแซง ในช่วงความเร็วช่วงต้น และช่วงกลาง แต่หากเป็นช่วงความเร็วสูง นั้นยังบอกไม่ได้ครับว่า สู้เครื่อง 1.5 ลิตรได้หรือเปล่า เพราะผมยังไม่มีโอกาสได้ขับด้วยความเร็วสูงมากนัก โดยความเร็วอยู่ที่ 120 กม./ชม.เท่านั้น

หันมามองเรื่องอัตราการสิ้นเปลือง กันเลยดีกว่า ด้วยการขับขี่แบบปกติ ไม่เน้นขับประหยัด แต่เปิดโหมด ECON เอาไว้ เพื่อลองหน่อยว่า เวิร์ค กับชีวิตประจำวันหรือเปล่า เพราะถ้าเปิดโหมดนี้ จะเป็นโหมดการขับแบบประหยัด ระบบไอเดิล สต็อป จะทำงานคือ เครื่องยนต์จะดับ เมื่อรถหยุดน่ิง และเครื่องจะติดอีกครั้งเมื่อเราเหยียบคันเร่ง หรือเมื่ออุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้น จากที่ตั้งไว้ นอกจากนี้คอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศก็จะตัดการทำงานเร็วกว่าปกติ
โหมดนี้ ฮอนด้า เคลมว่า ประหยัดกว่ารุ่นเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 28% หรือพูดง่ายกินน้ำมันน้อยกว่ารุ่นปกติ 7 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้ารุ่นเดิมกินน้ำมัน 12 กม./ลิตร แจ๊ซ ไฮบริด ก็ 19 กม./ลิตร ซึ่งอัตราการสิ้นเปลืองที่ผมทำได้ก็อยู่ที่ประมาณ 18 กม./ลิตร ซึ่งก็ถือว่าประหยัดไม่น้อยเหมือนกัน

ผ่านครับในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลือง ถือว่าประหยัดมากทีเดียว
แต่ถ้าถามว่า น่าซื้อหรือเปล่า บอกอย่างนี้ ครับ ถ้าใครจะซื้อแจ๊ซ รุ่นท็อป อยู่แล้ว บอกเงินเพิ่ม 6 หมื่นบาท แลกกับไฮบริด และเกียร์ CVT คุ้มครับ แต่หากจะซื้อแจ๊ซ รุ่นรองๆ ลงมา ซึ่งต้องเพิ่มเงินเกือบ 1 แสนบาท ผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ สู้เอาเงินแสนบาทที่เกินมา ไปทำอย่างอื่นดีกว่า
อย่าลืมครับว่า เงิน 1 แสนบาท นั้นต้องใช้เติมน้ำมันกี่ปีครับ ถึงจะคุ้มต้องคำนวนกันให้ดีครับ แต่หากจะใช้รถ ซีวิค ที่มีค่าตัวเท่านี้อยู่แล้ว แต่มาเลือกเครื่องไฮบริดแน่นอนว่า คุ้มครับ
ฟันธง ใครอยากได้รถเล็ก ประหยัดๆ แจ๊ซ ไฮบริด อยู่ในตัวเลือกหลักๆ ของคุณได้อย่างแน่นอน..
โดย…นิธิ ท้วมประถม
ขอขอบคุณข้อมูล โพสต์ทูเดย์
ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ  ขอบคุณครับ ^__^
 

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button