THAI LAND

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ 4 รุ่น อัพเกรดแบตใหม่ วิ่งด้วยไฟฟ้าไกลขึ้น

ปอร์เช่ ขยายช่วงไฟฟ้า สำหรับรถสปอร์ต SUV Cayenne plug-in hybrid ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงเพิ่มขึ้นเป็น 17.9 kWh จาก 14.1 kWh ส่งผลต่อระยะทางที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (ECE-R101) Porsche Cayenne E Hybrid และ Turbo SE Hybrid มีระยะการปล่อยมลพิษสูงสุด 47 กม.


ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ติดตั้งในปลั๊กอินไฮบริดของ Cayenne ทุกรุ่น รวมถึงรถคูเป้ที่ให้รูปลักษณ์แบบสปอร์ต ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด Tiptronic S ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิด 400 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้า ทำได้เพียง 135 กม./ชม. ตอบสนองการขับขี่ที่ต้องการกำลังมากกว่า หรือในขณะที่เลือกโหมดการขับขี่ทั้งในโหมด Sport และ Sport Plus ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละรุ่น Cayenne E Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบชาร์จ 3 ลิตร กำลังสูงสุด 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองระบบจะมีกำลังสูงสุดรวมมากกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) Cayenne Turbo SE Hybrid ให้กำลังสูงสุดที่ 550 แรงม้า (404 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ 4 ลิตร หมายความว่าพลังมหาศาลจะถูกปล่อยออกมาเมื่อรวมกัน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์)

ปรับแต่งโหมดการขับขี่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

โหมดการขับขี่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้วยชุดปรับแต่งสมรรถนะใหม่ Sport Chrono Package เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นสำหรับโหมด E-Charge จะสั่งการเครื่องยนต์สันดาปภายใน ชาร์จแบตเตอรี่ของคุณได้ทุกที่ ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับรูปแบบการชาร์จที่แตกต่างกัน เป้าหมายระดับการชาร์จพลังงาน แบตเตอรี่ลดลงจาก 100% เป็น 80% เช่นเดียวกับการชาร์จสมาร์ทโฟน อัตราการชาร์จจะช้าลงและลดการใช้พลังงาน เมื่อความจุหรือสถานะของการชาร์จเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ กระบวนการนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบการพักฟื้นจะทำงานอย่างเต็มที่ตลอดเวลา นอกจากนี้ โหมด E-Charge ยังมีศักยภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในโหมดการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ เช่น โหมด Sport และ Sport Plus แบตเตอรี่จะชาร์จอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาพลังงานสำรอง เพื่อใช้ในการเร่งความเร็วเมื่อผู้ขับขี่ต้องการในทันที นอกจากนี้ ยังได้อัพเกรดประสิทธิภาพการชาร์จอีกด้วย ยกระดับไปอีกขั้น ตัวอย่างเช่น กำลังขับเฉลี่ย 12 กิโลวัตต์ใน Cayenne Turbo S E-Hybrid โหมดสปอร์ตพลัส

ระบบชาร์จอัจฉริยะ Porsche Mobile Charger Connect

ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของเขา ดังนั้นซ็อกเก็ตไฟฟ้าอุตสาหกรรมมาตรฐานจึงเหมาะสำหรับการชาร์จรถ Plug-in Hybrid Porsche ใด ๆ ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ กำลังการชาร์จสูงสุด 7.2 กิโลวัตต์สามารถใช้งานร่วมกับ Porsche Mobile Charger Connect ได้โดยตรงผ่านสายชาร์จ Mode 3 สถานีชาร์จสาธารณะ Mobile Charger Connect มาพร้อมกับฟังก์ชันอัจฉริยะมากมาย ตัวจับเวลาช่วยให้รถทำงานได้ ภายใต้การจำกัดเวลาเฉพาะของผู้ขับขี่ ฟังก์ชันเป้าหมายการชาร์จที่กำหนดไว้ล่วงหน้ายังมีให้ใช้งาน เช่นเดียวกับการเลือกเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดตามต้องการ ผ่านแอพ Porsche Connect

ขยายขอบเขตของประสิทธิภาพด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Home Energy Manager พิเศษ และจัดการพลังงานสูงสุดที่ใช้ในการชาร์จเพื่อหลีกเลี่ยงการโอเวอร์โหลดของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน



ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40.0 – 41.6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.5 – 2.4 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ย 58 – 56 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 38.4 – 40.0 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.6 – 2.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ย 60 – 58 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ยอยู่ที่ 75 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด คูเป้: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยอยู่ที่ 76 – 73 กรัมต่อกิโลเมตร

ราคา

คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด ใหม่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด ใหม่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด ใหม่ สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อโชว์รูม Porsche, AAS Auto Service Company

ติดตามข่าวสารรถ ราคารถ รีวิวรถ และมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อกับเรา ออโต้สปินน์
แบ่งปันความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับฟอรัม Autospinn คลิกที่นี่ webboard.autospinn.com
ตรวจสอบโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ที่นี่
ราคารถมือสอง. รับซื้อรถมือสอง. ขายรถใช้แล้ว. คุณสามารถมาที่นี่
one2car


ข้อมูลมากกว่านี้

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ 4 รุ่น อัพเกรดแบตใหม่ วิ่งด้วยไฟฟ้าไกลขึ้น
#ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน
[rule_3_plain] #ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน

ปอร์เช่เสริมศักยภาพพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้แก่สายพันธุ์สปอร์ต SUV คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โดยสมรรถนะของแบตเตอรี่ high-voltage เพิ่มขึ้นเป็น 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากเดิม 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลต่อระยะทางที่สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เพิ่มสูงขึ้นอีกถึงกว่า 30% เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (ECE-R101) ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด และ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด มีพิสัยการเดินทางโดยปราศจากมลพิษสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร

ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการติดตั้งในคาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทุกคัน รวมทั้งรุ่นตัวถังคูเป้ (coupé) ที่ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตเต็มตัว ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ให้พละกำลัง สูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิด 400 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้า เพียงอย่างเดียว ทำได้ที่ 135 กม./ชม. ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องการกำลังเพิ่มขึ้น หรือในขณะที่เลือกใช้งาน driving modes ทั้งในโหมด Sport และ Sport Plus ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น สำหรับ คาเยนน์ อี ไฮบริด ประจำการขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 3 ลิตร V6 เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบจะได้กำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) ในส่วนของ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า (404 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์เบนซิน 4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ นั่นหมายถึงพลังมหาศาลจะได้รับการปลดปล่อยเมื่อทำงานร่วม กับมอเตอร์ไฟฟ้าถึงกว่า 680 แรงม้า  (500 กิโลวัตต์)

ปรับแต่ง driving modes เพื่อขีดสุดแห่งสมรรถนะ 

รูปแบบการขับขี่หรือ driving modes ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐาน พร้อมชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package ผ่านการปรับแต่งใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเสริมสมรรถนะการขับขี่ ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น สำหรับ E-Charge mode จะสั่งการให้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ชาร์จพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ในระหว่างการเดินทาง ได้ถูกปรับปรุงให้ทำงานอย่างสอดประสานกับรูปแบบการชาร์จในลักษณะต่างๆ เป้าหมายระดับการชาร์จพลังงาน แบตเตอรี่ปรับลดลงจาก 100% เป็น 80% เช่นเดียวกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือ điện thoại thông minh อัตราการชาร์จ จะลดความเร็ว และลดพลังงานที่ใช้ลง เมื่อความจุหรือ state of charge เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ขั้นตอนดังกล่าว ช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบ recuperation จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา นอกจากนี้ E-Charge mode ยังมีศักยภาพที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในส่วนของโหมดการทำงานที่รองรับการขับขี่แบบเน้น สมรรถนะอย่าง Sport และ Sport Plus modes แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอยู่ตลอดเพื่อรักษาระดับพลังงานสำรอง ไว้ใช้ในการเพิ่มอัตราเร่งยามที่ผู้ขับขี่ต้องการได้อย่างทันทีทันใด ยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพการชาร์จยังถูกยกระดับ ให้เหนือชั้นไปอีกขั้น แม้ในขณะที่ต้องการพลังงานปริมาณมากอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตัวอย่างเช่น ค่าเฉลี่ย ของกำลังจะอยู่ที่ 12 กิโลวัตต์ ในรุ่น คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne Turbo S E-Hybrid) เมื่อเลือกใช้งาน Sport Plus mode

ระบบชาร์จพลังงานอัจฉริยะ Porsche Mobile Charger Connect

ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ชาร์จพลังงานให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าของเขา ภายในที่พักอาศัย ดังนั้นแล้ว หัวต่อแบบมาตรฐาน หรือ industrial electrical socket เหมาะสำหรับการชาร์จรถยนต์ปอร์เช่ที่ติดตั้งขุมพลัง ปลั๊กอิน ไฮ-บริด (plug-in hybrid) ทุกคัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรถแต่ละรุ่น กำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการชาร์จสูงสุดไม่เกิน 7.2 กิโลวัตต์ นั้นสามารถใช้งานร่วมกับระบบ Porsche Mobile Charger Connect ได้ทันทีผ่านอุปกรณ์ Mode 3 charging cable รวมทั้งสามารถนำไปชาร์จร่วมกับ สถานีชาร์จพลังงานสาธารณะ Mobile Charger Connect มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานอันชาญฉลาดมากมาย ระบบตั้งเวลา timer ช่วยให้รถยนต์พร้อมใช้งาน ภายใต้ระยะเวลาที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจงเสริมด้วยฟังก์ชัน pre-defined charging target รวมทั้งสามารถเลือกการทำงานของ air conditioning ล่วงหน้าควบคุมการทำงาน ของฟังก์ชัน ทั้งหมดได้ตามต้องการ ผ่านแอพพลิเคชัน Porsche Connect App

ขยายขอบเขตของประสิทธิภาพการทำงานด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พิเศษ Home Energy Manager โดยระบบ จะทำการรวบรวมข้อมูลอัตราการใช้พลังงานภายในที่พักอาศัยของผู้ขับขี่ทั้งหมด และบริหารจัดการกำลังไฟฟ้าสูงสุด ที่ใช้ในการชาร์จ เพื่อหลีกเลี่ยงการ overloading ของระบบไฟบ้าน

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40.0 – 41.6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.5 – 2.4 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 58 – 56 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ (Porsche Cayenne E-Hybrid Coupe): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 38.4 – 40.0 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.6 – 2.5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 60 – 58 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne Turbo S E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 75 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Porsche Cayenne Turbo S E-Hybrid Coupe): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 76 – 73 กรัมต่อกิโลเมตร

ราคา

คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Cayenne E-Hybrid) คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Cayenne Turbo S E-Hybrid) คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ ใหม่ (The new cayenne E-Hybrid) คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ใหม่ (The new Cayenne Turbo S E-Hybrid Coupé) พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car 

#ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน
[rule_2_plain] #ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน
[rule_2_plain] #ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน
[rule_3_plain]

#ปอรเช #คาเยนน #อไฮบรด #ใหม #รน #อพเกรดแบตใหม #วงดวยไฟฟาไกลขน

ปอร์เช่เสริมศักยภาพพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้แก่สายพันธุ์สปอร์ต SUV คาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โดยสมรรถนะของแบตเตอรี่ high-voltage เพิ่มขึ้นเป็น 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง จากเดิม 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลต่อระยะทางที่สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เพิ่มสูงขึ้นอีกถึงกว่า 30% เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (ECE-R101) ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด และ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด มีพิสัยการเดินทางโดยปราศจากมลพิษสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร

ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการติดตั้งในคาเยนน์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทุกคัน รวมทั้งรุ่นตัวถังคูเป้ (coupé) ที่ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตเต็มตัว ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S ให้พละกำลัง สูงสุด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) แรงบิด 400 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้า เพียงอย่างเดียว ทำได้ที่ 135 กม./ชม. ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องการกำลังเพิ่มขึ้น หรือในขณะที่เลือกใช้งาน driving modes ทั้งในโหมด Sport และ Sport Plus ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น สำหรับ คาเยนน์ อี ไฮบริด ประจำการขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 3 ลิตร V6 เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบจะได้กำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) ในส่วนของ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า (404 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์เบนซิน 4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ นั่นหมายถึงพลังมหาศาลจะได้รับการปลดปล่อยเมื่อทำงานร่วม กับมอเตอร์ไฟฟ้าถึงกว่า 680 แรงม้า  (500 กิโลวัตต์)

ปรับแต่ง driving modes เพื่อขีดสุดแห่งสมรรถนะ 

รูปแบบการขับขี่หรือ driving modes ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐาน พร้อมชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package ผ่านการปรับแต่งใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเสริมสมรรถนะการขับขี่ ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น สำหรับ E-Charge mode จะสั่งการให้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ชาร์จพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ในระหว่างการเดินทาง ได้ถูกปรับปรุงให้ทำงานอย่างสอดประสานกับรูปแบบการชาร์จในลักษณะต่างๆ เป้าหมายระดับการชาร์จพลังงาน แบตเตอรี่ปรับลดลงจาก 100% เป็น 80% เช่นเดียวกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือ điện thoại thông minh อัตราการชาร์จ จะลดความเร็ว และลดพลังงานที่ใช้ลง เมื่อความจุหรือ state of charge เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ขั้นตอนดังกล่าว ช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบ recuperation จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา นอกจากนี้ E-Charge mode ยังมีศักยภาพที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในส่วนของโหมดการทำงานที่รองรับการขับขี่แบบเน้น สมรรถนะอย่าง Sport และ Sport Plus modes แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอยู่ตลอดเพื่อรักษาระดับพลังงานสำรอง ไว้ใช้ในการเพิ่มอัตราเร่งยามที่ผู้ขับขี่ต้องการได้อย่างทันทีทันใด ยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพการชาร์จยังถูกยกระดับ ให้เหนือชั้นไปอีกขั้น แม้ในขณะที่ต้องการพลังงานปริมาณมากอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตัวอย่างเช่น ค่าเฉลี่ย ของกำลังจะอยู่ที่ 12 กิโลวัตต์ ในรุ่น คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Cayenne Turbo S E-Hybrid) เมื่อเลือกใช้งาน Sport Plus mode

ระบบชาร์จพลังงานอัจฉริยะ Porsche Mobile Charger Connect

ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ชาร์จพลังงานให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าของเขา ภายในที่พักอาศัย ดังนั้นแล้ว หัวต่อแบบมาตรฐาน หรือ industrial electrical socket เหมาะสำหรับการชาร์จรถยนต์ปอร์เช่ที่ติดตั้งขุมพลัง ปลั๊กอิน ไฮ-บริด (plug-in hybrid) ทุกคัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรถแต่ละรุ่น กำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการชาร์จสูงสุดไม่เกิน 7.2 กิโลวัตต์ นั้นสามารถใช้งานร่วมกับระบบ Porsche Mobile Charger Connect ได้ทันทีผ่านอุปกรณ์ Mode 3 charging cable รวมทั้งสามารถนำไปชาร์จร่วมกับ สถานีชาร์จพลังงานสาธารณะ Mobile Charger Connect มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานอันชาญฉลาดมากมาย ระบบตั้งเวลา timer ช่วยให้รถยนต์พร้อมใช้งาน ภายใต้ระยะเวลาที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจงเสริมด้วยฟังก์ชัน pre-defined charging target รวมทั้งสามารถเลือกการทำงานของ air conditioning ล่วงหน้าควบคุมการทำงาน ของฟังก์ชัน ทั้งหมดได้ตามต้องการ ผ่านแอพพลิเคชัน Porsche Connect App

ขยายขอบเขตของประสิทธิภาพการทำงานด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พิเศษ Home Energy Manager โดยระบบ จะทำการรวบรวมข้อมูลอัตราการใช้พลังงานภายในที่พักอาศัยของผู้ขับขี่ทั้งหมด และบริหารจัดการกำลังไฟฟ้าสูงสุด ที่ใช้ในการชาร์จ เพื่อหลีกเลี่ยงการ overloading ของระบบไฟบ้าน

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40.0 – 41.6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.5 – 2.4 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 58 – 56 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ (Porsche Cayenne E-Hybrid Coupe): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 38.4 – 40.0 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.6 – 2.5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 60 – 58 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne Turbo S E-Hybrid): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 75 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Porsche Cayenne Turbo S E-Hybrid Coupe): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 30.3 – 31.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.3 – 3.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 76 – 73 กรัมต่อกิโลเมตร

ราคา

คาเยนน์ อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Cayenne E-Hybrid) คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด ใหม่ (The new Cayenne Turbo S E-Hybrid) คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ ใหม่ (The new cayenne E-Hybrid) คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ใหม่ (The new Cayenne Turbo S E-Hybrid Coupé) พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car 

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button